โควิด ‘เจอจ่ายจบ’ ทำพิษ อดีตบริษัทประกัน ขายที่ดิน รถยนต์ ยันอุปกรณ์ออฟฟิศ ยังไม่พอจ่ายหนี้ 9 หมื่นล้าน ด้านกองทุนวินาศภัย ยอมรับไม่มีเงิน
ที่กองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) ถ.วิภาวดีรังสิต ดร.วิเชียร ชุปไธสง นายกสภาทนายความ พร้อมด้วย ดร.วิเชียร รุจิธำรงกุล ประสานงานผู้เสียหายตามสัญญาประกันภัย เข้าพบ นายชนะพล มหาวงษ์ ผจก.กองทุนวินาศภัย ติดตามการใช้สิทธิเรียกร้องผู้เอาประกันภัย และเป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยโควิด-19
ดร.วิเชียร กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับความเสียหายมาร้องเรียนกับทางสภาทนายความ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มประชาชนที่เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทประกันภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปก่อนหน้านี้ รวม 4 บริษัทประมาณ 5 แสนราย มูลหนี้ค้างประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท อีกกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าหนี้ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย 5 แสนราย มูลหนี้ประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะประชาชนร้องเรียน ยังไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
อย่างไรก็ตาม วันนี้บริษัทสินมั่นคงประกันภัย ได้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว คปภ. แต่งตั้งกองทุนประกันวินาศภัย เป็นผู้ชำระบัญชี ในวันที่ 9 ก.ค. 2567 ซึ่งมีผลให้กองทุนประกันวินาศภัยจะต้องเข้ามาเป็นผู้ชำระบัญชีบริษัทสินมั่นคงประกันภัย เช่นเดียวกับบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปก่อนหน้า รวมจำนวนเจ้าหนี้ที่ทางกองทุนจะต้องชำระรวม ทั้งสองกลุ่มประมาณ 1 ล้านรายเศษ รวมเป็นยอดหนี้ประมาณ 9 หมื่นล้านบาท
ในส่วนของ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีทรัพย์สินเป็นอาคารที่ดินและรถยนต์ตลอดถึงอุปกรณ์สำนักงาน ที่สามารถนำมาจำหน่ายเพื่อนำเงินบางส่วนได้จำนวน 3,000 ล้านบาท แต่ยังไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ ซึ่งกองทุนประกันวินาศภัยต้องพยายามหาเงินจากช่องทางต่าง ๆ ตามกฎหมายประกันวินาศภัยเปิดช่องให้ทำได้คือ ขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐ ซึ่งเคยขอไปแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ ขอขึ้นเงินสมทบจากบริษัทประกันวินาศภัย
ปัจจุบันมีการขึ้นเงินสมทบจากบริษัทประกันวินาศภัย 1 เท่าตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอ และจากช่องทางการกู้ยืม ปัจจุบันไม่มีธนาคารใดให้กู้เนื่องจากกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน
นายชนะพล กล่าวว่า วันนี้สภาทนายความมาหารือเบื้องต้น เพื่อหาทางออกให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ปัญหาของกองทุนประกันวินาศภัย คือ รับเรื่องของบริษัทประกัน 4 แห่ง มีหนี้ค้างรวม 6-7 แสนล้านบาท ยังจ่ายไม่หมด เพราะเงินไม่พอ เรามีกำลังจ่ายปีละ 1,200 ล้านบาท ใช้เวลาจ่าย 40 ปีกำลังจะมีปัญหาของบริษัทสินมั่งคงเข้ามาอีก 1 แห่ง มีเจ้าหนี้ทั้งเก่าและใหม่เกือบ 2 ล้านราย รอรับเงินจำนวน 4-5 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีหนี้อีก 7 หมื่นล้านบาท ดังนั้นสมมติว่าผู้เอาประกันอายุ 50 ปีจะได้รับเงินตามกรมธรรม์ เมื่ออายุ 130 ปี ใจจริงเราควรจ่ายให้เสร็จใน 2 ปี ยังมีกรมธรรม์ที่ยังเดินอยู่ (ยังคุ้มครอง) แต่บริษัทล้มละลาย ถูกถอนใบอนุญาตไปแล้ว เราจะบอกเลิกสัญญาให้หมดภายใน 9 ก.ย.นี้
ปัญหาติดตรงที่เงิน ถ้ามีเงินตนจะจ่ายให้หมด เราเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน แต่ประเด็นคือเงินไม่มีและติดขัดข้อกฎหมายบางประการกับนโยบายรัฐ ขอให้สภาทนายความเป็นคนกลางเป็นกลไกไปเจรจากับรัฐบาล กระทรวงการคลังเพื่อขอนโยบาย และหาทางออกที่เหมาะสม ให้กับลูกหนี้
source : มติชนออนไลน์