จิตวิญญาณคู่ขนานในกีฬาแข่งม้า จากบทเรียนของ “ปรีดิ์อัญ” เมื่อชีวิตของเพื่อนคู่ใจสำคัญเหนือชัยชนะ

“เราขี่ม้ามาทั้งชีวิต รอมาทั้งชีวิตเพื่อวันนี้”
.
คือคำพูดของ ชนกภรณ์ การุณยธัช นักกีฬาไทยคนแรก ผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการกีฬาไทย ด้วยการเป็นนักกีฬากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางคนแรกที่ได้ผ่านเข้าไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์

ชนกภรณ์ การุณยธัช หรือชื่อเล่น “ปรีดิ์อัญ” เริ่มเรียนขี่ม้าตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ ก่อนสร้างชื่อ คว้าแชมป์คิงคัพจากได้ตั้งแต่ อายุ 14 ปี เป็นนักแข่งที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าถ้วยพระราชทานมาครองได้

ในวัย 15 ปี เธอตัดสินใจขอครอบครัว ออกสู่โลกกว้าง ซึ่งได้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคุณพ่อ พลตำรวจโทวรัญวัส การุณยธัช และคุณแม่ชุมพร รัตนะวีระวงศ์ ปรีดิ์อัญ ย้ายไปเรียนขี่ม้าที่ประเทศไอร์แลนด์เหนือ พร้อมลงแข่งขัน และเรียนควบคู่กันไปด้วย จนจบการศึกษาใน สาขาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Politics and international relations) ที่มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ( University of Nottingham) ในปี 2018

ผลงานของ “ปรีดิ์อัญ”ในฐานะนักกีฬาขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ทีมชาติ สร้างประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เป็นนักกีฬากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางคนแรก ที่ควอลิฟายผ่านเข้าร่วมแข่งขันขี่ม้า เวิลด์เกมในปี 2018 ที่สหรัฐอเมริกา ได้อันดับที่ 4 จากการแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง เอเชียนเกมส์ “หางโจวเกมส์” และ อันดับที่ 5 จากรายการการแข่งขันรายการใหญ่ระดับเวิลด์คัพ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ก่อนจะเป็นนักกีฬาขี่ม้าคนแรกของไทย สามารถควอลิฟายไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ได้สำเร็จ

แต่ทุกกีฬาย่อมมีอุปสรรคเสมอ โดยเฉพาะกับกีฬาที่ต้องคำนึงถึงเพื่อนคู่ใจอย่างกีฬาขี่ม้า ซึ่งนั่นทำให้ปรีดิ์อัญตัดสินใจไม่แข่งขันกีฬาต่อ เมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของ “ทีน่า” ม้าคู่ใจที่เกิดอาการแพนิคและเกิดอาการตัวล็อกขณะแข่งขันกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางประเภทบุคคล และอาจเกิดอันตรายได้หากเธอฝืนแข่งต่อ
.
ในคราแรกสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ เธอตั้งใจที่จะใช้ “ดีไลลาห์” ม้าอีกตัวหนึ่งของเธอมาลงแข่ง
.
เธอกล่าวว่าดีไลลาห์เปรียบเสมือน “รักแรกพบ” แต่เรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้น เมื่อในระหว่างการออกแข่งเพื่อควอลิฟายโอลิมปิก ดีไลลาห์ได้นำพาปรีดิ์อัญไต่ระดับคลาสขึ้นสูงเรื่อย ๆ อย่างดงาม

จวบจนกระทั่งในการแข่งขันคลาสที่ใหญ่ที่สุดในการกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง 5 ดาว หลังจากแข่งขันไปเกือบครบทุกด่าน จู่ ๆ พื้นที่บริเวณนั้นก็เกิดยุบตัวลงและทำให้ดีไลลาห์เสียหลักสะดุด และทำให้ปรีดิ์อัญร่วงหล่นจากหลังม้า

อุบัติเหตุในครั้งนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและน่าตกใจเป็นอย่างมาก โดยปรีดิ์อัญถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันทีและผลปรากฏว่าเธอข้อเท้าด้านขวาหักและต้องเข้ารับการผ่าตัด
.
ในขณะที่ดีไลลาห์นั้นขาหัก ซึ่งนับเป็นความเจ็บปวดอย่างมากที่สุดของม้าตัวหนึ่ง เนื่องจากอาการนี้ไม่มีทางรักษาให้หาย และหากปล่อยไว้ม้าก็จะทรมานไปตลอดชีวิต ซึ่งหนทางเดียวที่จะช่วยเหลือดีไลลาห์ได้ก็คือ “การการุณฆาต” ในทันที
.
โดยในอุบัติเหตุครั้งนั้นดีไลลาห์ได้พยายามปกป้องปรีดิ์อัญเพื่อให้เธอเจ็บน้อยที่สุด และปรีดิ์อัญก็เสียใจกับการจากไปของเพื่อนคู่ใจครั้งนั้นมาก เธอจึงยืนยันที่จะสานต่อความฝันและความพยายามของดีไลลาห์ ด้วยการรักษาตัวเองให้หายดี และพาทีน่าไปเยือนโอลิมปิกเกมส์ด้วยกัน
.
ซึ่งก่อนการแข่งขันโอลิมปิก ทีน่าได้ผ่านการแข่งขันมาเพียงสองรายการ จึงอาจทำให้เกิดอาการแพนิคขึ้น และเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เธอจึงได้ตัดสินใจหยุดการแข่งขันเพื่อให้ทีน่าปลอดภัย
.
ถึงแม้จะเสียใจมากแต่ปรีดิ์อัญก็ได้กล่าวว่า เธอต้องยอมรับความพ่ายแพ้นี้ให้ได้ เนื่องจากในสถานการณ์นั้นเธอไม่สามารถทำอะไรได้ และม้าเองก็ไม่ได้ทำผิดอะไร นี่คือกีฬาที่มี 2 หัวใจ ซึ่งจะต้องพร้อมทั้งคนและม้า และครั้งนี้ยังไม่ใช่วันของเรา
.
ผู้เขียน : เดอะซาวด์
.
อ้างอิง : https://www.khaosod.co.th/sports/olympics2024/news-olympics2024/news_9348400
https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/50553/
https://www.th-hellomagazine.com/education/preean/
.
#ม้า #กีฬาขี่ม้า #โอลิมปิก #โอลิมปิกเกมส์2024 #Olympic #Paris2024 #ปรีดิ์อัญ #ศูนย์ข้อมูลมติชน #MatichonMIC

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน