อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เผย ทุนจีน ลุยส่องที่ดิน ชลบุรี-ระยอง เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในไทย ทำที่ดินราคาพุ่ง 2 เท่า
นายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักลงทุนจีนซื้อที่ดินนอกนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ระยองมากขึ้น เช่น ย่านนิคมพัฒนา บ่อวิน ปลวกแดง เป็นต้น เพื่อก่อสร้างโรงงานรองรับโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต่อรองราคาลงถึง 50%
ส่วนด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ยังไม่ชัดเจน แต่มีบ้างที่มาสอบถามจะร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เนื่องจากอาจจะเป็นเพราะในขณะนี้สถานการณ์ตลาดอสังหาฯชะลอตัวลง จึงทำให้นักลงทุนมองเห็นโอกาส
นายเปรมสรณ์ ศรีวิบูลย์ชัย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์จังหวัดระยอง กล่าวว่า ขณะนี้มีนักลงทุนจีนหาซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างเป็นโรงงานด้านซัพพลายเชน ป้อนโรงงานใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นย่านนิคมพัฒนาและปลวกแดง กำหนดพื้นที่ต้องการซื้อประมาณ 1,000-2,000 ไร่ ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว จากเมื่อ 2 ปีก่อน ราคา 2 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 4 ล้านบาทต่อไร่ ขณะที่โซนอื่น ๆ นั้น ราคาที่ดินจะค่อนข้างสูง เช่น โซนมาบตาพุด เป็นต้น
ด้านราคาที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ก็มีการปรับตัวสูงขึ้นเป็นเท่าตัว เช่น ย่านมาบตาพุดเป็นพื้นที่ป่า จาก 2 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 4-6 ล้านบาทต่อไร่ เมื่อซื้อแล้วต้องลงทุนเพิ่มเพื่อปรับพื้นที่อีก ทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการสูงขึ้น แต่ราคาบ้านปรับขึ้นไม่ได้ ทำให้ต่อไปแนวโน้มบ้านในระยองอาจจะแพงและขนาดเล็กลง
นายวัฒนพล ผลชีวิน นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ชลบุรี กล่าวว่า นักลงทุนจีนที่เข้ามาซื้อที่ดินนั้น เป็นในนามนิติบุคคล เพราะต่างชาติไม่สามารถซื้อที่ดินได้ ซึ่งสถานการณ์ราคาที่ดินโดยรวมของจังหวัดชลบุรี ยังทรง ๆ แต่มีบางโซนที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น เช่น บ้านบึง หนองใหญ่ เป็นต้น
ทั้งนี้หลังมีนิคมไปเปิด ราคาเพิ่มขึ้น 20-30% จาก 2-3 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 3-4 ล้านบาทต่อไร่ ส่วนที่เป็นย่านนิคมเดิมอยู่แล้วราคาขยับขึ้นทุกปี เช่น แหลมฉบัง พานทอง อมตะ ศรีราชา ราคาเฉลี่ยไร่ละ 10 ล้านบาท ส่วนพัทยาไร่ละ 10-100 ล้านบาท แล้วแต่พื้นที่ติดเขาหรือทะเล