สาวตาบอด เหตุหมอให้ยาหยอดยาผิด แรงเกินไป จากแค่ตาแดง กลายเป็นตาบอด เปิดใจ กลับมาสู้ชีวิต ได้โอกาสสำคัญพลิกชีวิตสู่เจ้าของธุรกิจ
เป็นเรื่องราวที่ได้รับการเปิดเผยถึงชีวิตสาวพิการตาบอดตลอดชีวิต หลังจากเพียงแค่ป่วยตาแดงเท่านั้น แต่เพราะหมอหยอดยาแรงเกินไป จนทำให้มองไม่เห็นตลอดชีวิต รับเคยท้อจนพลิกชีวิตกลับมาเป็นเจ้าของร้านนวด ช่วยคนพิการได้มีอาชีพ
นางเสาวลักษณ์ ส่งเจริญ อายุ 48 ปี กล่าวว่า เธอเกิดมาสายตาปกติดี จนเมื่ออายุ 12 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้น ม. 1 วันหนึ่งมีอาการตาแดง เคืองตา ซึ่งขณะนั้น บ้านอยู่ อ.เบตง ยังไม่มีคลินิก หรือ หมอตาที่เชี่ยวชาญ จึงไปหาหมอคลินิกแถวบ้าน ได้ยาหยอดตามาใช้ตามที่สั่ง ครั้งแรกอาการดีขึ้น แต่สุดท้ายก็กลับมาตาแดงอีก เมื่อไปพบหมอคนเดิม ก็เปลี่ยนยาหยอดมาเรื่อยๆ ทำแบบนี้อยู่หลายครั้ง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น และยังพร่ามัวกว่าเดิม ด้วยความที่เป็นเด็ก ทำให้ไม่รู้ว่านั่นคือสัญญาณอันตราย และไม่ได้บอกพ่อแม่
นางเสาวลักษณ์ เล่าต่อว่า จนกระทั่งขี่จักรยานไปโรงเรียนแล้วรถล้ม เพราะสายตาที่มีปัญหา ก็ยังไม่กล้าบอกที่บ้าน แต่ก็มีอาการไม่สบายขึ้นมา ด้วยความที่พ่อแม่รับราชการต้องรอวันหยุด จึงพาเข้าไปหาหมอที่จังหวัด ยะลา ซึ่งมีหมอเฉพาะทาง เมื่อคุณหมอตรวจตาอย่างละเอียด จึงวินิจฉัยว่า ตาข้างขวาไม่เห็นแล้ว ส่วนตาข้างซ้ายมองเห็นแค่ 10% เท่านั้น ต้องให้กินยาลดความดันด่วนเนื่องจากว่าเป็นต้อหิน
“เมื่อหมอซักประวัติถึงรู้ว่า ยาที่คลินิกแถวบ้านให้นั้น มันแรงมาก จนไปกัดทำลายประสาทตา จนกลายเป็นต้อหิน และกลายเป็นคนตาบอด ต้องผ่าตัดทันทีและอยู่ รพ.เป็นเดือน ตาข้างขวา รักษาไม่ได้ บอดสนิท ตาซ้ายผ่าตัดมองก็ไม่เห็น จากที่ใช้ชีวิตปกติก็ต้องให้แม่ดูแลทุกอย่างทั้งป้อนข้าว อาบน้ำ” นางเสาวลักษณ์ กล่าว
นางเสาวลักษณ์ กล่าวว่า แน่นอนว่าชีวิตหลังตาบอด ทำให้ไม่อยากเจอใครอีกเลย เชื่อว่าคนพิการหลายๆ คนก็เป็นแบบนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง เคยคิดถึงขั้นว่า ไม่อยากอยู่อีกแล้ว เพราะต้องพึ่งพาคนอื่นทุกอย่าง แม้แต่อนาคตที่เคยฝันถึง ก็ยังไม่กล้าคิด ไม่รู้จะทำงานอะไร หาเลี้ยงตัวเองยังไง มันกลายเป็นชีวิตที่มืดไปหมด
นางเสาวลักษณ์ กล่าวว่า แม้จะผ่าตัด 5 ครั้ง ก็พบว่าไม่มีทางรักษาอีกแล้ว ต้องตาบอดตลอดไป การต้องเริ่มชีวิตใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ตัดสินใจที่จะเริ่มดูแลตัวเองให้ได้ โดยครั้งแรก ไปอยู่ที่ี่ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน ความเปลี่ยนนี้แค่มีคนตาบอดมาทัก เราก็กลัวมากจนร้องไห้แล้วเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร จนล้มเลิก กลับไปเก็บตัว ก่อนที่จะคิดว่าอยากช่วยเหลือตัวเอง กว่าที่จะฝึกรบรมจนมีอาชีพ ก็ต้องใช้ความอดทน
นางเสาวลักษณ์ กล่าวว่า หลังอยู่ศูนย์ฝึกได้ 8 ปี ได้เรียนนวด แต่ความดันตายังขึ้นอยู่ต่อเนื่อง ทำให้ออกแรงไม่ได้ จึงมาทำงานโอเปอเรเตอร์ให้ร้านนวด และพอรู้ระบบ จนออกมาเช่าที่เปิดร้านนวดของตัวเองเป็นเวลา 10 ปี ยอมรับว่า ช่วงแรกก็ไม่มั่นใจว่า คนตาบอดจะประกอบอาชีพได้จริงหรือไม่ แต่เพราะได้รับการสนับสนุนและมีนโยบายที่ช่วยเหลือในการสร้างอาชีพคนพิการจึงผ่านมาได้
“คนพิการส่วนมาก จะเข้าถึงโอกาสได้ยาก หากไม่มีภาครัฐช่วยส่งเสริม เช่น เราได้โอกาสจากมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทำให้เกิดโครงการที่ให้สถานประกอบการจ้างงานคนพิการ ได้ เมื่อมีองค์กรเหล่านี้เข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือ ให้เกิดการจ้างงานขึ้น ทำให้สังคมเห็นศักยภาพของคนพิการ ไม่ได้จ้างเพราะความสงสาร แต่จ้างเพราะเห็นถึงฝีมือ ทำให้คนพิการ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับโอกาส ได้หารายได้เลี้ยงครอบครัวเหมือนคนอื่น ซึ่งควรจะมีการสนับสนุนให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นเพื่อโอกาสของคนพิการอีกจำนวนมาก” นางเสาวลักษณ์ กล่าว


