สุดเศร้า ตาวัย 87 ไม่ได้กลับบ้านเกิด 5 ปี กลับมาอีกที น้องสาวตาบอด มองไม่เห็นหน้าพี่ชายอีกแล้ว เผยนาทีเจอกัน สวมกอดร้องไห้
วันที่ 28 ส.ค. 67 น.ส.ภรณ์ทิพย์ สุขขี เปิดเผยกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังโพสต์คลิปลงติ๊กต็อกชื่อ dao_nunathv เป็นเหตุการณ์ที่คุณพ่อวัยเกือบ 90 ปี ไม่ได้กลับบ้านเกิดมาหลายปี กลับมาอีกทีน้องสาวตาบอด มองหน้าพี่ชายไม่เห็นแล้ว ดีใจที่ได้พาพี่น้องมาเจอกัน
น.ส.ภรณ์ทิพย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพ่อบ่นกับตนมาตลอดว่าอยากกลับบ้านเกิด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่อาศัยปัจจุบันไปประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งน้องสาวแท้ ๆ ก็อาศัยอยู่ที่บ้านเกิด ทั้งนี้คุณพ่อทราบมาว่า คุณอาเริ่มจะเดินไม่ได้ และตาเริ่มจะมองไม่เห็น แต่ก็ไม่รู้มาก่อนว่าคุณอาตาบอดแล้ว
ส่วนสาเหตุที่ตนไม่ได้พาคุณพ่อกลับไปยังบ้านเกิด เนื่องจากว่าตนมีแค่รถจักรยานยนต์ ซึ่งตนมองว่าไม่ปลอดภัยเนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล คุณพ่ออายุมากแล้ว 87 ปี จึงไม่ได้พาคุณพ่อกลับไปบ้านเกิดมา 5 ปีแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานมาก สำหรับคนที่เคยกลับบ้านทุกปี
ก่อนหน้านี้คุณพ่อพยายามที่จะขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้านเกิดเองด้วยซ้ำ แต่คนที่บ้านห้ามเอาไว้ เพราะกลัวอันตราย อีกทั้งร่างกายก็ไม่แข็งแรง เจ็บป่วยอยู่
น.ส.ภรณ์ทิพย์ กล่าวต่อว่า กระทั่งตนออกรถยนต์ ฝึกขับให้คล่องอยู่ประมาณ 3 เดือน จึงตัดสินใจพาคุณพ่อไปบ้านคุณอา เมื่อไปถึงปรากฏว่าสภาพบ้านค่อนข้างเปลี่ยนไป และตนเห็นว่าคุณอานอนดูโทรทัศน์อยู่บ้าน จึงบอกให้พ่อเรียกคุณอา แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยิน คุณพ่อจึงเดินเข้าไปสะกิด คุณอาจึงลืมตาขึ้นมา และเอียงหูฟัง ก่อนจะถามว่าใช่พี่ชายไหม ใครเป็นคนพามา จากนั้นก็เข้าสวมกอดคุณพ่อ และบอกว่าคิดถึงจังเลย
ในตอนแรกคุณพ่อก็ยังไม่รู้ว่าคุณอาตาบอด จึงถามคุณอาว่า ตายังมองเห็นไหม ซึ่งคุณอาก็บอกว่าต้องมีแสงจ้า ๆ ถึงจะมองเห็น คุณพ่อจึงบอกไปว่านี่จะเที่ยงแล้ว ยังมองไม่เห็นอีกเหรอ จึงรู้ว่าคุณอาตาบอดแล้วจริง ๆ
เมื่อกลับมาบ้าน คุณพ่อก็ระบายกับตนว่าสงสารน้องที่มองไม่เห็น แต่ก็เตือนแล้วว่า ถ้าทำตาอย่าไปทำงาน เพราะคุณหมอให้พักตา 1-3 เดือน แต่คุณอาก็ยังไปทำงาน จนสุดท้ายตาเลยบอด แต่ตนไม่แน่ใจว่าคุณอาไปลอกกระจกตาหรืออะไร
ตอนที่ตนไปเห็นภาพเช่นนั้น ก็ร้องไห้ออกมา เพราะสะเทือนใจมาก เพราะเคยผูกพันกับคุณอา และเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสมาดูแลคุณอาในช่วงที่คุณอายังสุขภาพดี แต่ตนดีใจมาก ๆ ที่ได้พาคุณพ่อมา ตนไม่รู้เลยว่าพวกท่านจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน แต่คิดว่าพาไปให้ได้ไวที่สุด เป็นสิ่งที่ตนน่าจะทำได้มากที่สุด ดีกว่าไม่ได้ไปเลย
ซึ่งปัจจุบันนี้คุณอาจะอาศัยอยู่กับสามี ซึ่งกลางวันสามีของคุณอาจะออกไปทำงาน นอกจากนี้ยังมีลูกติดของสามีคุณอา และสามีของลูกติด ซึ่งลูกติดก็ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตอนกลางวัน จึงจะอยู่กัน 2 คน และมีเด็กเล็กอีก 2 คนด้วย
สุดท้ายนี้ตนอยากฝากถึงลูกหลานทุกคนว่า ดูแลพวกท่านตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ดีที่สุด บางคนเพิ่งจะมานึกได้ตอนพวกท่านจากไปแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง