สาวถูกจ้างถ่ายแบบ ค่าตัว 6,000 คุยอวดเงินกองเต็มโต๊ะ จู่ๆ มาขอเงิน 700 พอไม่ให้โดนวีนกลับ เชื่อเป็นมิจฉาชีพ เอะใจตั้งแต่มีไลน์
จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อก @maytira.a โพสต์คลิปเล่าเหตุการณ์ที่โดนมิจฉาชีพหลอกให้ไปถ่ายแบบกับมอเตอร์ไซค์ โดยให้เรทราคา 6,000 บาท อ้างว่าจะโอนมัดจำให้ก่อนครึ่งนึง แต่สุดท้ายกลับเป็นการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน จนมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก
เมื่อเวลา 12.23 น. วันที่ 5 ก.ย.67 คุณฟ้า อายุ 22 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ว่า เมื่อสองเดือนก่อน มีคนทักไลน์มาหาตนอ้างว่าเป็นเลขา ถามว่าตนรับงานถ่ายแบบไหม ตนก็บอกว่ารับแต่ตนไม่มีประสบการณ์มาก่อนนะ จากนั้นเลขาก็แจ้งว่าเป็นการถ่ายแบบกับมอเตอร์ไซค์ของร้านบิ๊กไบค์มือ 2 ร้านใหญ่ใน จ.อุบลราชธานี พร้อมส่งเรฟมาให้ดูว่าการถ่ายแบบจะออกแนวผู้ดี ลุกส์เท่ๆ สปอร์ตๆ ไม่โป๊ไม่เซ็กซี่ ใส่เสื้อยืดรัดรูป กางเกงยีนขายาว ให้เรทราคาอยู่ที่ 6,000 บาท
ตอนแรกตนก็สนใจ เห็นว่าขนาดไม่มีประสบการณ์ยังได้เงินตั้งหลายพัน และเลขาก็ส่งรายละเอียดมาให้ตนกรอก ชื่อ ส่วนสูง น้ำหนัก สัดส่วน ไซส์เสื้อผ้า รวมทั้งให้ถ่ายรูปหน้าตรง หุ่น ทุกอย่างส่งให้ นัดวันถ่ายกันเป็นวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ถึง 20.00 น. พร้อมขอเลขบัญชีตนเพื่อโอนค่ามัดจำให้ก่อน 3,000 บาท ต่อมาเลขาก็บอกให้ตนช่วยแอดไลน์ไปหาหัวหน้าหน่อย เขามีเรื่องอยากโทรคุยส่วนตัวด้วย ตอนนั้นตนก็เริ่มเอะใจและถามไปว่า ไปเอาไลน์ตนมาจากไหน ซึ่งเลขาก็บอกว่า “พอดีพี่เห็นน้องในติ๊กต็อก” ซึ่งตนไม่ได้แปะไลน์ไว้ในติ๊กต็อก แต่ตอนนั้นก็ยังใจดีสู้เสือ จึงยอมแอดไลน์หัวหน้าไป
พอแอดไลน์คนที่เป็นหัวหน้าไป สักพักเขาก็โทรมาหาตน อ้างว่าเป็นเจ้าของร้านมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ร้านใหญ่ใน จ.อุบลราชธานี สามารถเสิร์ชดูได้เลย เคยจ้างนางแบบ พริตตี้มาแล้วหลายคน และเล่าว่า “พอดีเลขาส่งโปรไฟล์น้องมาให้ดู พี่ชอบลุกส์น้องมาก”
จากนั้นหัวหน้าก็ถามว่าตนมีแฟนไหม ตนก็บอกว่าไม่มี เดี๋ยววันถ่ายจะให้พ่อแม่ไปส่ง เขาก็บอกว่า “พาผู้ปกครองหรือเพื่อนมาเฝ้าได้เลย จะได้รู้ว่าปลอดภัย” โดยวันถ่ายจะมีทีมงานประมาณ 20 คน ให้มาแต่งหน้าตอน 15.00 น. เริ่มถ่ายแสงตอน 16.00 น. อีกทั้งยังบอกว่า “เดี๋ยวพี่จะโอนสำรองจ่ายค่ามัดจำให้ก่อน” พร้อมย้ำให้ตนคอนเฟิร์มงานว่าจะไม่เทภายหลัง
หลังจากหัวหน้าวางสายไปไม่ถึง 10 นาที เขาโทรมาหาใหม่บอกว่า “พี่รบกวนหน่อย พอดีพี่ติดต่อเลขาพี่ไม่ได้ เลขาเอาเอกสารไปด้วย ลูกค้ามาซื้อรถวันนี้พอดี รบกวนน้องฟ้าโทรหาเลขาพี่ให้หน่อยได้ไหม” ตนก็ยอมโทรหาให้แต่โทรไม่ติด หัวหน้าจึงโทรกลับมาอีกรอบ พร้อมทำเป็นแกล้งคุยกับลูกน้องไปด้วยว่า “เอาบีเอ็มจอดเข้าร่มดิ๊ พึ่งซื้อมาป้ายแดง เอาเงินไปใส่ธนาคารให้หน่อยหลักแสน เงินกองเต็มโต๊ะ” และอ้างกับตนว่า “ลูกค้าพี่ต้องไปทำเอกสาร ต้องสำรองจ่ายอีกประมาณ 30-40 บาท พอดีพี่ใช้โทรศัพท์อยู่ โอนตอนนี้ไม่ได้ น้องฟ้าช่วยโอนให้พี่หน่อยได้ไหม” ตอนแรกตนก็รับปากไปแต่หัวหน้าก็โทรกลับมาบอกว่า “พอดีพี่เคลียร์เอกสารเสร็จหมดละ มันหลายชุดมากเลย ประมาณ 700 บาท น้องฟ้าสะดวกไหม”
ตนจึงบอกว่า “หนูไม่มีเงินค่ะ” เขาก็ถามต่อว่า แล้วเพื่อนมีไหม ตอนนั้นตนเริ่มรู้แล้วว่าเป็นมิจฉาชีพมาหลอกชัวร์ ฝั่งนั้นก็ยังย้ำว่าถ้าตนโอนค่าแฟลชให้เดี๋ยวจะโอนค่ามัดจำ 3,000 บาทให้เลย พร้อมแกล้งทำเป็นบอกให้ลูกน้องเอาเงินที่กองอยู่ไปเข้าธนาคารเพื่อจะโอนให้ตน ตอนนั้นตนก็คิดว่าทำไมเขาไม่เอาเงินตรงนั้นจ่ายค่าเอกสารตัวเอง มาขอตนทำไม
สุดท้ายตนจึงปฏิเสธไป บอกว่าไม่สะดวก หัวหน้าก็ส่งข้อความเสียงกลับมาว่า “พี่ว่าน้องไม่ได้ไม่มีเงินหรอก แต่ว่าน้องคงคิดว่าพี่เป็นมิจฉาชีพ คิดว่าพี่จะมาหลอกน้องใช่ไหม” พร้อมตัดพ้อกึ่งโมโหว่า “ถ้าทำงานแล้วไม่เชื่อใจกันแบบนี้ พี่ว่าเราไม่ต้องทำงานร่วมกันดีกว่า เดี๋ยวเรื่องงานถ่ายแบบกับค่ามัดจำไปติดต่อเลขาพี่แล้วกัน”
หลังจากตนโพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าวลงไปในติ๊กต็อก ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่าเจอมิจฉาชีพในรูปแบบเดียวกัน ส่วนใหญ่เป็นอินฟลู ชอบแต่งตัวถ่ายรูปเหมือนกัน บางคนโดนมาแล้วเป็นปี เหมือนทำกันเป็นขบวนการ
ซึ่งตนรู้สึกโมโหมากหลังจากรู้ว่าโดนหลอก รู้สึกเสียเวลา ตนคำนวณบัดเจ็ท นัดกับพ่อแม่ให้เคลียร์งานเพื่อขับรถไปส่งตนเรียบร้อย หลังจากนี้ก็อาจจะต้องไตร่ตรอง เช็กข้อมูลของคนที่มาจ้างงานให้ดีขึ้น ว่าเขาติดต่อมาจากช่องทางไหน ไม่ควรเชื่อคนง่ายเกินไป ตนไม่ทันเช็กให้ดี เลยถ่ายรูปข้อมูลส่วนตัว รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับบัตร เลขบัญชี ส่งให้เขาหมด ซึ่งเขาก็อาจจะใช้ข้อมูลของตนไปต่อยอดหลอกคนอื่นได้
ทั้งนี้ตนขอฝากถึงมิจฉาชีพว่า การมาหลอกคนอื่นแบบนี้มันเสียเวลา เอาเวลาไปทำงานดีๆ สุจริต ทำมาหากินดีกว่า เขาใช้เวลาหลอกตนประมาณครึ่งวัน ถ้าเขาไปทำงานอย่างอื่นอาจจะได้เงินมากกว่า 700 บาทอีก และคนปัจจุบันก็ฉลาดขึ้นเยอะ มิจฉาชีพก็น่าจะทำงานลำบากขึ้น มุขมันเก่าแล้วด้วย