สาว ร้องฟาร์มไก่ หน้าบ้าน ส่งกลิ่นเหม็น ปล่อยมูลเรี่ยราด กองเป็นพะเนิน พอไปร้องเรียนกลับโดนข่มขู่ คุกคาม จนพ่อเครียดสิ้นใจ ชาวบ้านต้องทนทุกข์ทั้งกลิ่น-เสียง
จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อก @mamiew345 โพสต์เรื่องราวความเดือดร้อนจากฟาร์มไก่บ้านข้างๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็น ส่งเสียงดัง แถมยังข่มขู่คุกคามพ่อ จนพ่อเครียดสะสมและเสียชีวิตในเวลาต่อมา พร้อมระบุคำบรรยายว่า “ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ ก็คงจะดีกว่านี้ เพราะว่าพ่อเราเป็นคนอ่อนโยนมาก จึงถูกรังแก นับจากนี้ไม่มีคำว่าไว้หน้าใครแล้วนะ”
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.67 คุณมะเหมี่ยว เจ้าของโพสต์ดังกล่าว เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ระบุว่า ปกติตนจะเดินทางกลับไปเยี่ยมที่บ้านพ่อที่อาศัยอยู่กับภรรยาใหม่และลูกใหม่อีก 2 คน ที่ จ.กาญจนบุรี ทุกเดือนละครั้งหรือ 2 เดือนครั้ง จนเมื่อเดือน ก.ค.66 ที่บ้านพ่อเริ่มมีกลิ่นเหม็นมาจากบ้านข้างๆ
พอสอบถามพ่อก็พบบ้านเขาเลี้ยงไก่ เปิดเป็นฟาร์ม อยู่อาศัยกันประมาณ 7-8 คน มีผู้ชาย 3-4 คน ที่เหลือเป็นผู้หญิง ภรรยาใหม่ของพ่อยังบอกอีกว่า เขามาตะโกนด่าบ้านเรา เพราะชาวบ้านรวมถึงบ้านพ่อ ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ อบต.ว่าฟาร์มไก่ส่งกลิ่นเหม็น
คุณมะเหมี่ยว กล่าวต่อว่า บ้านฝั่งฟาร์มไก่ดูเหมือนเป็นผู้มีอิทธิผล สร้างฟาร์มอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างกับบ้านของตนแค่ถนนกั้นกลางไม่เกิน 3 เมตร ตัวฟาร์มก็ไม่ได้ยกสูง เลี้ยงไก่และปล่อยมูลไก่อยู่ติดกับพื้นกองเป็นพะเนิน พอฝนตกมูลไก่ก็ไหลลงถนนกลางหมู่บ้าน อีกทั้งบ้านนั้นยังเปิดเพลงให้ไก่ฟังทั้งวัน ทั้งคืน เสียงดังจนบ้านตนคุยกันไม่รู้เรื่อง
พ่อตนแก่มากแล้ว ก็เครียดมากกับเรื่องนี้ แต่ไม่กล้าบอกเล่าปัญหาให้ฟังมากนัก พ่อเคยให้ตนจ้างคนมาปิดประตูหน้าต่างอ้างว่าอีกด้านลมเย็นกว่า แต่แท้จริงแล้วปิด เพราะคนฝั่งฟาร์มไก่มายืนด่าบ้านพ่อวันเว้นวัน
จากนั้นตนจึงอาสาไปคุยกับนายกอบต.เอง เพื่อแจ้งปัญหาให้ทราบ สัก 2-3 วันต่อมานายกอบต.ก็มอบหมายให้หน่วยงานมาลงพื้นที่ ทั้งกรมปศุสัตว์ สาธารณะสุข และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ของทหาร เพื่อมาตรวจสอบว่า ฟาร์มดังกล่าวว่ามีใบอนุญาตไหม ฟาร์มมีลักษณะเป็นอย่างไร เป็นฟาร์มเปิดหรือปิด พออบต.มา ฝั่งเขาก็ค่อยยอมล้างพื้นเก็บขี้ไก่ แต่พอหน่วยงานกลับไป ฝั่งเขาก็เข้ามาด่า เจาะจงมาที่ตนโดยเฉพาะ ซึ่งตนไม่คิดมาก่อนว่า เหตุการณ์มันจะรุนแรงขนาดนี้
ต่อมาทางอบต.เข้ามาเจรจากับทางฟาร์มไก่ เขาเลยขอทำประชาพิจารณ์ของหมู่บ้าน โดยขอเลี้ยงไก่อีก 2 ปี ทางชาวบ้านก็ไม่ยอม อนุโลมให้เลี้ยงต่อแค่ปี 1 เพื่อคืนทุน แต่ต้องจัดการเรื่องกลิ่นให้ดีกว่านี้
โดยระหว่าง 1 ปีที่ผ่านมา ฟาร์มไก่ขยายจากไก่ 500 ตัวเป็น 800 และหลักพันตัว จนตอนนี้มีไก่กว่า 4,000 ตัว โดยฝั่งนั้นไม่ได้จัดการอะไรเพิ่ม นอกจากขยายจำนวนไก่
“ระหว่างนั้นพ่อป่วยหนัก อาเจียนเป็นลิ่มเลือด ส่วนหนึ่งก็เพราะเครียดจากปัญหาเพื่อนบ้านด้วย สุดท้ายเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลกรุงเทพและเสียชีวิตในวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนเสียชีวิตพ่อจะพูดตลอดว่า ไม่อยากให้มีปัญหาเรื่องฟาร์มไก่ของเพื่อนบ้าน เพราะเป็นห่วงลูกๆที่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านนั้นต่อไป
วันที่ครอบครัวจัดงานศพพ่อที่บ้าน มีพระมาสวด บ้านฝั่งฟาร์มไก่ก็ยังเปิดเพลงรถแห่ เพลงแดนซ์เสียงดัง ซึ่งดิฉันเข้าไปเจรจากด้วย ตอนแรกเขาก็พูดว่าจะขอเลี้ยงไก่ไปแบบนี้ก่อน เดี๋ยวหมดรุ่นนี้แล้วจะเลิกเลี้ยง แต่ต่อมาก็ถามฝั่งดิฉันว่า “บ้านหลังนี้ขายไหม ถ้าขายขอซื้อหน่อย จะเปิดฟาร์มไก่เพิ่ม” จึงรู้สึกไม่พอใจ” คุณมะหมี่ยว กล่าว
คุณมะหมี่ยว กล่าวต่อว่า สุดท้ายตนจึงไปยื่นเรื่องกับหน่วยงานให้มาตรวจสอบอีกรอบ พอหน่วยงานมาตรวจสอบอีก ฝั่งฟาร์มไก่ก็จะเริ่มไม่พอใจ หลังหน่วยงานกลับเขาก็ถือมีดอย่างโจ่งแจ้ง มาที่หน้าบ้านพ่อตน
รวมถึงเอารถมอเตอร์ไซค์มาจอดขวางหน้าประตู และยืนตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมขู่ว่า “ถ้ามึงออกมาจากบ้าน ก้าวออกมาจะเอามีดฟันมึง” โดยบอกว่าเขาไม่กลัวเสียเงิน ไม่กลัวติดคุก เพราะมีคนคอยซัพพอร์ทข้างหลังอยู่ ซึ่งเขาทำพฤติกรรมนี้มาบ่อยครั้งมาก แต่พ่อไม่เคยเล่าปัญหาเหล่านี้ให้ตนฟังเลย ล่าสุดฝั่งฟาร์มไก่ แก้ปัญหาด้วยการเอาสแลนสีเขียวมาขึงรั้วบ้านตน โดยให้เหตุผลว่าไม่ให้กลิ่นเข้าบ้าน ซึ่งมันไม่ช่วยเลย แม้แต่นิดเดียว
ตนรู้สึกไม่สบายใจมากๆกับเรื่องนี้ ขนาดตนไปอยู่ที่บ้านพ่อไม่กี่วันยังรับรู้ถึงความครียดของคนที่ต้องอยู่อาศัย กลิ่นฟาร์มไก่มันเหม็นจริงๆ จะต้องกางมุ้งกินข้าวเนื่องจากมีแมลงเยอะมาก ตนร้องเรียนไปหลายครั้งแล้ว แต่ว่าฝั่งนั้นดูไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับยิ่งเลี้ยงไก่เยอะขึ้น พอรู้ว่าใครร้องเรียนก็ออกมาด่า ขู่ทำร้ายร่างกาย โพสต์เฟซบุ๊กด่าและไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมายใดๆทั้งสิ้น
ตนจึงอยากให้หน่วยงานช่วยดูตามกฎเกณฑ์ว่าจริงๆแล้วสามารถให้สิทธิให้เปิดฟาร์มในพื้นที่ตรงนี้ได้ไหม ตนมองว่าการทำประชาพิจารณ์ บ้านที่ไกลออกไปก็ยกมือให้ฝั่งฟาร์มไก่เพราะเขาไม่ได้เดือดร้อน แต่คนที่บ้านใกล้อย่างตนได้รับผลกระทบจริงๆ
ซึ่งจริงๆตามกฎกติกาเงื่อนไขไหนก็ตาม ที่บัญญัติไว้ในกฎเกณฑ์ของหมู่บ้าน ไม่มีข้อไหนอนุโลมให้เลี้ยงไก่ได้เลย ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความปลอดภัย เด็กที่บ้านไปโรงเรียนก็ต้องรอขี่มอเตอร์ไซค์เข้าบ้านพร้อมชาวบ้านคนอื่น เพราะกลัวเขาดักทำร้าย
ตนจึงนำเรื่องราวนี้มาโพสต์ลงติ๊กต็อก ร้องเรียนให้หน่วยงานช่วยหาหนทางแก้ไขอย่างชัดเจน อยากให้เห็นใจคนที่อาศัยอยู่ด้วย เพราะฝั่งฟาร์มไก่บ้านคุยด้วยไม่ได้ ห้ามไม่ได้ พร้อมด่าปะทะอย่างเดียว
@mamiew345 ต้องขอประทานโทษผู้ติดตามทุกคนนะคะ อาจจะลบเรื่องนึ้บ่อยหน่อยคะ ลงจนกว่าจะรื้อ ไม่พูดอะไรมากดูจากคลิปเอานะคะ

