เผยเหตุ “น้องอิน” ขับบีเอ็มฯ ชนดับ “บิณฑ์” ระบุรีบขับไปหาแฟน จากพัทยาไปอยุธยา ทั้งยังมีปากเสียงทะเลาะกัน กระทั่งเกิดเหตุสลด เชื่อขับรถเร็วมาก ฝนตกถนนลื่น แต่เพื่อนยืนยัน ไม่ได้กินเหล้าหรือง่วง ขณะที่ ตร.คลี่ 3 ปมชน ง่วง ขับรถเร็ว ตรวจแอลกอฮอล์ในร่างกาย แม่น้องอินรับศพ จุดธูปเชิญวิญญาณตรงจุดเกิดเหตุ ครวญบอก “กลับบ้านกันนะลูก” เพื่อนร่วมวงการร่วมพิธีท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ “แบมบี้ เดอะสตาร์” เพื่อนสนิทรู้ข่าวถึงช็อก ทุกคนต่างทำใจไม่ได้ (คลิปสุดเศร้า‘อากง’หลั่งน้ำตา!! ร่วมงานศพ‘น้องอิน’หลานรัก แม่วอนหยุดวิจารณ์-เปิดใจวันนี้)
จากกรณี “น้องอิน”น.ส.ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี อายุ 20 ปี นักแสดงวัยรุ่นมีผลงานภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง ขับรถเก๋ง บีเอ็มดับเบิลยู ทะเบียน 5 กบ 5248 กทม. ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำชนต้นไม้เสียชีวิต ริมถนนกาญจนาภิเษกตะวันตก ฝั่งขาออก ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรี อยุธยา โดยน้องอินผู้ตายขับรถกลับมาเพียงลำพังจากงานที่พัทยา จ.ชลบุรี เหตุเกิดเช้าวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระ เกียรติ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี นางลัดดา อุตตวัฒน์ แม่น้องอิน พร้อมด้วยญาติพี่น้อง และนายภูวรินทร์ หรือเบล แดงเจริญสุข อดีตแฟนหนุ่ม รับศพน้องอิน ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดราชสิงขร ย่านเจริญกรุง กทม. ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ
นางลัดดากล่าวว่า รู้สึกได้ว่าลูกกลับมาที่บ้านแล้ว เมื่อคืนนอนไม่หลับ ต้องพึ่งยานอนหลับตลอด ยังคงเสียใจที่ลูกต้องจากไปอย่างกะทันหัน โดยช่วงเช้ายังพอกินข้าวได้บ้างแล้ว และในช่วงบ่ายจะรอให้ยายเดินทาง มาถึง เพื่อได้พูดคุยกับร่างน้องอิน เพราะยายและน้องอินสนิทกันมาก
ส่วนนายเบล อดีตแฟนหนุ่มกล่าวว่า ยัง ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะยังเสียใจอยู่ คุณแม่ของน้องอินก็ไม่อยากให้พูดเยอะ เพราะคุณแม่ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมาเวลา 12.30 น. รถเคลื่อนศพถึงบริเวณถนนกาญจนาภิเษก ตะวันตก ฝั่งขาออก จากแยกทางหลวง 347 ถึงต่างระดับบางปะอิน ก่อนถึงสะพานข้ามทางรถไฟ เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน เป็นจุดที่น้องอินประสบอุบัติเหตุ นางลัดดา นายเบล และ พระสงฆ์ 1 รูป ร่วมกันสวดทำพิธีเชิญดวงวิญญาณน้องอินไปยังวัดราชสิงขร โดย นางลัดดากล่าวกับน้องอินว่า “กลับบ้านกันนะลูก” ก่อนจะถือสายสิญจน์ขึ้นรถไปบำเพ็ญกุศลที่วัดราชสิงขร
พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัยานนท์ รอง ผบก.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุ ฝนตก จากการตรวจสอบคาดว่ารถน้องอิน อาจเสียหลักตกจากถนนลงข้างทางเป็นป่าหญ้า คาดว่าน้องอินอาจจะมารู้สึกตัวตอนรถลงข้างทางแล้ว จึงเบรกทำให้รถหมุนกระแทกกับต้นก้ามปูขนาดใหญ่ รถงอ ร่างน้องอินกระแทกกับต้นไม้พอดี จึงทำให้เสียชีวิต และด้วยแรงเหวี่ยงจึงทำให้รถกระเด็นถัดออกไป ล้อหน้า 2 ข้างหลุดกระจายออก
รอง ผบก.พระนครศรีอยุธยากล่าวว่า สังเกตได้ว่าเศษรถกระเด็นไปทั่วบริเวณจุดเกิดเหตุ หากพ้นต้นไม้ต้นนี้ก็อาจจะไม่เป็นอะไรมาก แต่น้องชนกับต้นไม้พอดี และในช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีคนมาเห็นศพตอนเวลา 07.30 น. แต่เหตุเกิดคาดว่าเวลาประมาณ 06.00 น. น้องอินติดอยู่ในรถนานกว่า 1 ชั่วโมง แต่จะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางทั้งหมด เพื่อตรวจสอบเวลาให้ชัดเจนอีกครั้ง
พ.ต.อ.สง่ากล่าวต่อว่า กำหนดไว้ 3 ประเด็น คือ 1.ง่วง เพราะขับรถมาจากพัทยา น่าจะใช้เวลาพอสมควร ทำให้ไม่ได้นอน 2.เมาสุราหรือไม่ กรณีนี้ต้องตรวจแอลกอฮอล์ ขณะนี้ผลยังไม่ออก และ 3.ขับรถมาด้วยความเร็ว ส่วนถนนที่จุดเกิดเหตุเป็นความเสี่ยงหรือไม่นั้น ถนนตรงนี้เป็นเส้นทางตรง ไม่มีหลุม ไม่มีบ่อ เหมาะสำหรับขับรถเร็ว แต่ยังไม่ทราบว่าขับมาด้วยความเร็วเท่าไหร่ จะต้องรวบรวมพยานอีกครั้ง
รอง ผบก.พระนครศรีอยุธยากล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจ ทำไมถุงลมนิรภัยในรถไม่ทำงานนั้น จากการตรวจสอบพบว่าน้องอินกระแทกด้านข้างของรถ ซึ่งถุงลมนิรภัยด้านข้างทำงาน แต่ด้านหน้าพวงมาลัยไม่ได้ปะทะ ถุงลมนิรภัยจึงไม่ได้ทำงาน แต่ข้อเท็จจริงเป็นประการใดต้องตรวจสอบกับรถบีเอ็มฯ อีกครั้ง และขณะนี้ยัง ไม่พบโทรศัพท์มือถือของน้องอิน อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด
พ.ต.อ.สง่ากล่าวว่า หลังจากนี้คงต้องเพิ่มไฟเเสงสว่างตรงจุดเกิดเหตุ พร้อมติดป้ายเตือน เนื่องจากถนนเส้นนี้มีรถที่มาจากทางด่วนอุดรรัถยา และจากถนนสาย 347 ไหลมารวมกัน ส่วนกรณีการเกิดอุบัติเหตุของน้องอินนั้นอาจเกิดจากคอสะพานหรือไม่ก็ผิวถนนไม่เรียบ เพราะช่วงทางลงจากต่างระดับก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จะมีคอสะพาน อาจทำให้รถของน้องอินนั้นเหินคอสะพานก็เป็นได้ ตรงบริเวณจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ตั้งเเต่ต้นเดือนมกราคมมาจนถึงปัจจุบันน้องอินเป็นรายที่ 4 เเล้วที่เสียชีวิต หากเฉลี่ยต่อปีการเกิดอุบัติเหตุในจุดนี้จะอยู่ที่ประมาณ 20-30 ครั้งต่อปี มีทั้งรับเเจ้งเเละไม่ได้รับเเจ้ง ส่วนผู้เสียชีวิตนั้น ต่อปีแล้วประมาณ 5-10 ราย
จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่ศาลา 3 วัดราชสิงขร ถนนเจริญกรุง มีพิธีรดน้ำศพ น้องอิน โดยมีนางลัดดา แม่ นายเบล อดีตแฟนหนุ่ม รวมทั้งบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ สิรินทร์พร ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือแบมบี้ เดอะสตาร์ พร้อมด้วยญาติพี่น้องร่วมรดน้ำศพ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนจะนำศพน้องอินลงในโลงนางลัดดา แม่ กล่าวกับร่างน้องอินว่า “ไม่ต้องห่วงแม่นะลูก แม่ขออโหสิกรรมให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา” บรรจุและระหว่างเคลื่อนโลงมาตั้งบนแท่นสำหรับสวดพระอภิธรรมศพนั้น นางลัดดาพูดกับลูกตลอดเวลาว่า “อินตามแม่มานะลูก มาที่ศาลาหน้าเมรุ” จากนั้นเคาะโลงศพบอกว่า “อินกินข้าวนะลูก แม่เอากะเพราหมูมาให้”
แบมบี้ เดอะสตาร์ นักร้องสาวเพื่อนสนิทน้องอิน กล่าวว่า รู้ข่าวตอนเช้าเมื่อวาน มีพี่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งส่งมาทางเฟซบุ๊กว่ารู้จักน้องคนนี้ไหม ต้องการจะติดต่อญาติ เลยถามว่าจากไหน เขาบอกว่าช่วยตามหาญาติให้หน่อยได้ไหม แล้วก็ส่งรูปกระเป๋าตังค์มาให้ มีรูปน้อง รูปรถ รถคันนั้นเรานั่งกับน้องประจำอยู่แล้วก็จำได้ว่าใช่ รู้ว่าเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของน้อง และเป็นรูปน้องที่อยู่ที่เกิดเหตุ เป็นชุดที่ใส่ไปเที่ยววันนั้นพอดี ก็ช็อกไปเลย แล้วรีบขับรถไปที่บ้านน้อง
“เพิ่งกลับมาจากหัวหินด้วยกัน นัดกันว่าจะไปดูงานมอเตอร์โชว์ รู้สึกใจหายมาก ตอนแรกเราตั้งใจจะไปเที่ยวพัทยากับน้อง แล้วเราก็เลื่อน เพราะคิดว่าคนน่าจะเยอะ ก็บอกน้องว่าคราวหน้าแล้วกัน เพราะเราเพิ่งกลับมา จากหัวหินด้วย และมีงานเพิ่มเข้ามา ก็เลย ไม่ได้ไป ให้น้องไปเที่ยวเต็มที่ คืนนั้นก็ยัง ไม่ได้คุยกัน” แบมบี้กล่าว
นักร้องสาวกล่าวว่า สนิทกับน้องอินมาก มานอนที่คอนโดฯ ด้วยบ่อยๆ ล่าสุดเพิ่งพาน้องอินไปสวดมนต์ด้วยกัน แล้ววางแผนว่าจะไปบวชที่อุดรธานีด้วยกัน น้องอินไม่ใช่คนขับรถเร็ว แต่ยังขับรถไม่แข็งมาก แต่น้องอินไม่ใช่คนใจร้อน พอเกิดเหตุการณ์เราก็ช็อกร้องไห้ ไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไรก่อนหน้านี้เลย คุณแม่เองก็ยังช็อก เราก็พยายามให้ กำลังใจ และรีบมาช่วยงานเท่าที่จะช่วยได้ บอก คุณแม่ว่าสู้ๆ เพราะเราเข้าใจความรู้สึก เรามีกันแค่นี้ ก็พยายามให้กำลังใจกันให้มากที่สุด
“ตอนนี้ยังไม่มีใครทำใจได้ พอดีแบมบี้มีขนมที่ซื้อมาจากสิงคโปร์ แล้วน้องถามว่าเมื่อไหร่จะเอามาให้ วันนี้เราก็บอกเขาว่าวันนี้พี่เอามาให้แล้วนะตามสัญญา น้องเป็นคนที่น่ารักที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต เขาไม่มีข้อเสียเลย อยู่ด้วยแล้วมีแต่พลังงานบวก และเป็นเด็กดีมาก แบมบี้เมื่อคืนก็ยังไม่ได้นอนเลย มือสั่นตลอดเวลา ยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง สิ่งที่น้องน่าจะห่วงที่สุดตอนนี้คือคุณแม่ เพราะน้องผูกพันและสนิทกับคุณแม่มาก แต่ที่น้องไม่ได้บอกคุณแม่ว่าคืนนั้นจะไปอยุธยา อาจเพราะน้องเป็นห่วงกลัวว่าคุณแม่จะห่วง” นักร้องสาวกล่าว
บิณฑ์กล่าวว่า เรื่องจริงทั้งหมดที่พูดตั้งแต่เหตุการณ์ลำดับแรกว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ในคืนนั้น ได้คุยกับอดีตแฟนของน้องอินคือเบลที่เป็นผู้ชาย และแฟนคนปัจจุบันคือน้องไทม์ เป็นทอม น้องไทม์เป็นแฟนใหม่ที่รู้จักกับน้องอินเป็นปีแล้ว แต่ตอนนั้นไทม์ไปเรียนต่อที่อังกฤษ และอินก็ได้มาสนิทสนมและคบกับน้องเบล จนทั้งคู่ก็ได้ห่างกันและเลิกกันแล้ว แต่ก็ยังทำธุรกิจเครื่องสำอางด้วยกันอยู่ แล้วไทม์ก็ได้กลับมาที่เมืองไทย อินก็ได้กลับมาคบกับน้องไทม์ต่อ
บิณฑ์กล่าวว่า “วันนั้นที่อินอยู่พัทยา น้องอินก็โทร.มาหาน้องไทม์ บอกว่าเบื่อมากที่พัทยาจะไปหาไทม์ได้ไหม ไทม์บอกว่าถ้าเที่ยงคืนแล้วไม่ต้องมาเพราะมันดึกเกินไป แต่น้องอินก็ถามน้องไทม์ว่าจากพัทยาไปอยุธยากี่ก.ม. น้องไทม์บอกว่า 200 กว่าก.ม. อินเลยบอกว่าใช้เวลาชั่วโมงกว่าก็ถึงแล้ว ซึ่งไทม์บอกว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 3 ชั่วโมง มาจากพัทยา 4 ทุ่ม ก็ต้องมาถึงอยุธยาเที่ยงคืน ไทม์ก็ไม่ให้มา แต่ด้วยความที่น้องอินอยากจะเจอน้องไทม์ ซึ่งประมาณตีหนึ่งกว่าน้องอินมาถึงกรุงเทพฯ
คุณแม่โทร.หาน้องอินประมาณ 01.17 นาที ถามว่าน้องอินอยู่ไหน น้องอินบอกแม่ว่าอยู่คอนโดฯ แถวบางนา แต่ความจริงน้องอินไม่ได้อยู่คอนโดฯ แต่กำลังไปอยุธยา แต่ตอนนั้นยังไม่ถึงอยุธยา ประมาณเกือบตี 2 น้องอินยังไม่ถึงอยุธยา แต่บอกกับไทม์ว่าอีกประมาณ 50 กิโลฯ จะถึงอยุธยา ตอนนั้นไทม์อยู่อยุธยาบอกว่าตอนนี้ฝนตกหนักมาก ถ้าอินอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ต้องมา ให้ตีรถกลับกรุงเทพฯ ไปเลย แต่อินบอกว่าจะถึงแล้ว ถ้ามาแล้วยังไงก็ต้องขอเจอเพราะว่าคิดถึง และน้องไทม์เขาบอกเรื่องหนึ่งว่า คือคุยกันประสาแฟนว่าน้องไทม์จะลงรูปคู่กับน้องอินใน อินสตาแกรมได้ไหม เปิดเผยได้ไหมว่าเรา คบกัน น้องอินก็บอกได้เลย ไม่เป็นไร”
บิณฑ์กล่าวต่อว่า “แต่ด้วยความที่อารมณ์อะไรก็ไม่รู้ ที่น้องอินไม่พอใจน้องไทม์นิดหน่อย ระหว่างทางไทม์บอกว่ามีปากเสียงกัน จนกระทั่งตีสองครึ่งเริ่มคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว น้องอินบอกว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า เจอกันค่อย คุยกัน เลยวางสายไป หลังจากวางสายไปได้ประมาณ 2 นาที ไทม์ก็โทร.หาใหม่ น้องอินก็รับ คุยกันไม่ถึงนาทีก็บอกว่ากำลังจะถึงแล้ว กำลังจะรีบขับรถ แล้วก็วางสายใหม่ จากนั้นน้องไทม์ก็ไม่ได้โทร.ตามอีก จนกระทั่งตี 3 โทร.ไปอีกก็ไม่ได้รับการติดต่อ โทร.ไป 10-20 รอบก็ไม่มีคนรับ น้องไทม์เลยเข้าใจว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนั้น น้องอินยังไป ไม่ถึงน้องไทม์ อยู่ระหว่างกำลังจะถึงอยุธยาแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ณ ตอนนั้น เพราะดูจากที่เกิดเหตุแล้วไม่มีรอยเบรกเลย แสดงว่าขับรถมาด้วยความเร็วมาก”
บิณฑ์กล่าวว่า ดูที่เกิดเหตุแล้วไม่มีรอยเบรกเลย แสดงว่าขับรถมาด้วยความเร็วมาก ประกอบกับฝนตกถนนลื่น ตอนที่กู้ภัยไปเจอรถและร่างของน้องอินตอนนั้นน้องอินเริ่มแข็งแล้ว ต้องเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง แน่นอนว่าน้องอินต้องเสียชีวิตประมาณตี 3 และคาดว่าตอนตี 3 ที่น้องอินประสบอุบัติเหตุไม่มีรถผ่านมาเลย จนมาเจอตอนเช้า และจากการสอบถามเพื่อนสนิทน้องอินยืนยันว่าน้องอินไม่ได้กินเหล้า ไม่ได้ง่วงนอน ตอนคุยก็ยังปกติมาก ไม่มีอาการแบบนั้นเลย คิดว่าน่าจะเป็นลักษณะรีบขับ แล้วฝนตกหนักไป จึงชนขอบสะพาน ไม่มีรอยเบรกเลย
“รถบีเอ็มฯ คันนี้น้องอินออกมาได้ 2 อาทิตย์ น้องก็เรียกผมให้ไปนั่ง ที่ออกมาพูดเรื่องน้องอินเพราะน้องอินรู้จักตนตอนอายุ 8 ขวบ เหมือนเป็นญาติของผม ไม่ว่าผมจะไปไหนจะเรียกน้องอินไปด้วยตลอด น้องอินเป็นคนธรรมะเข้าวัด ไปนั่งวิปัสสนา ถือศีล 5-8 วัน ไปเก็บศพไร้ญาติน้องอินก็จะไปกับผมตลอด สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นผมแปลกใจว่าต้อง เกิดขึ้นกับน้องอิน ตอนที่น้องอินเอารถบีเอ็มฯ มารับ ผมก็แปลกใจน้องขับรถเร็วมาก ผมยังเตือนว่าขับแบบนี้อันตรายมาก เพราะว่าขับ 130-140 น้องเขาบอกว่าเขาดูแลตัวเองได้” บิณฑ์กล่าว และว่า จะสวดศพ 3 คืน วันที่ 11 เม.ย. ฌาปนกิจ วันที่ 12 เม.ย. ลอยอังคารที่วัดช่องลม หลังจากนั้นทำบุญกระดูกอีก 7 วัน
ส่วน น.ส.คาลิยา นิฮุต หรือลิต้า อายุ 20 ปี นักแสดงเรื่องไข่มุกมังกรไฟ เดินทางมาร่วมพิธีศพ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุถามน้องเตย เพื่อนของน้องอินที่เดินทางไปชมคอนเสิร์ตด้วยกัน ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอินต้องไปอยุธยา เตยได้เล่าให้ฟังว่า อินและเตยเช่าห้องเพื่อนอนด้วยกัน เพราะหลังจากดูคอนเสริต์เสร็จก็จะค้างคืน ในช่วงเวลาประมาณตี 1 หลังจบคอนเสิร์ต อินบอกกับเพื่อนว่า พ่อโทร.มาตามประมาณ 10 สายแล้วให้กลับเพื่อที่จะไปร่วมงานบุญคุณย่าที่อยุธยาด่วน
ลิต้ากล่าวว่า แต่เตยบอกว่า ให้อยู่ก่อน ประมาณตี 5 ค่อยขับรถกลับก็ได้ แต่อินบอกว่าต้องรีบไป ในขณะนั้นเตยก็ได้เข้าไปอาบน้ำในห้องที่เช่าด้วยกัน แต่ออกมาก็พบว่า อินเดินทางออกไปแล้ว มาทราบว่าอินเสียชีวิตก็เมื่อเห็นข่าว โดยเมื่อคืนเตยเล่าให้ฟังว่าอิน มาเข้าฝัน และบอกเตยว่าคิดถึงเหมือนกัน อินเป็นเพื่อนที่ดี คอยให้คำปรึกษาตลอดเวลามีปัญหารวมถึงเป็นคนกตัญญูต่อครอบครัว รักแม่มาก จะทำทุกอย่างเพื่อแม่ตลอด พอทราบว่าเป็นความจริงก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเสียเพื่อนดีๆ ไปเร็วขนาดนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีสวดพระอภิธรรมศพเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั้งศาลาตกใจ เมื่อนักร้องสาวแบมบี้ เดอะสตาร์ รุ่นพี่คนสนิทของน้องอินเป็นลมหมดสติจนทางเพื่อนๆ พาไปส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งก่อนหน้านี้นักร้องสาวได้บอกว่าตนเองโศกเศร้ากับการจากไปของน้องอิน ทำให้กินไม่ได้ นอนไม่หลับ คาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอประกอบกับอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างหนักต่อจากการไปของ น้องอิน