5 วิธีเอาตัวรอด จากอุบัติเหตุ ‘รถบัสไฟไหม้’ เปิดสาเหตุที่พบบ่อย วิธีตรวจสอบ-ป้องกัน และการรับมืออย่างไร หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 จากกรณีเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ อุบัติเหตุรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ จนกลายเป็นเหตุสลด มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย สังคมเรียกร้องให้เกิดการตระหนักถึงมาตรฐานความปลอดภัยของยานพาหนะ รวมทั้งวิธีการป้อง และรับมือหากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

วันนี้ ข่าวสดออนไลน์ รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว เปิดสาเหตุ วิธีตรวจสอบ และป้องกัน อุบัติเหตุ ‘รถบัสไฟไหม้’ รวมทั้ง 5 วิธีเอาตัวรอด ควรรับมืออย่างไร หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ภาพประกอบ

5 วิธีเอาตัวรอดจาก ‘รถบัสไฟไหม้’

หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ‘รถบัสไฟไหม้’ แนะนำให้ปฏิบัติตัว ดังนี้

  1. ตั้งสติ ประคองรถเข้าไหล่ทาง เพื่อจอด และเปิดไฟฉุกเฉิน จากนั้นดับเครื่องยนต์ ทิ้งสัมภาระ รีบออกจากรถทันที รวมทั้งวิ่งออกห่างจากรถให้มากและเร็วที่สุด โดย อยู่ห่างจากรถอย่างน้อย 30 เมตร เพราะอาจเกิดการระเบิดได้
  2. สังเกตประตูทางออกฉุกเฉิน หน้าต่างฉุกเฉิน หรือจุดที่สามารถหนีออกจากรถได้
  3. ใช้ค้อนทุบกระจก รถที่ได้มาตรฐานจะมีค้อนทุบกระจกติดไว้ใกล้หน้าต่างฉุกเฉิน
  4. ก้มตัวลงต่ำเลี่ยงควัน โดยควันหนาจะลอยขึ้นข้างบน
  5. หากไม่สามารถหาทางออกได้ ให้ ตะโกนขอความช่วยเหลือ จากคนที่อยู่ภายนอก
  6. เมื่อออกจากรถได้แล้ว ให้รีบโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191 หรือ 1669 ศูนย์รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 หรือสายด่วนนิรภัย 1784

สาเหตุ ‘รถบัสไฟไหม้’ เกิดจากอะไร ?

  • ระบบเชื้อเพลิงรั่ว
  • ระบบไฟฟ้าลัดวงจร
  • สิ่งของในรถเกิดลุกไหม้

วิธีการตรวจสอบยานยนต์ ป้องกัน ‘รถบัสไฟไหม้’

ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบยานพาหนะ-สภาพรถก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัย

  • ตรวจสอบระบบเชื้อเพลิง เช็กท่อน้ำมัน ว่ามีปัญหาการรั่วไหลหรือไม่ หากได้กลิ่นน้ำมัน กลิ่นแก๊สขณะขับรถ ให้รีบหาที่จอดและออกห่างจากรถทันที
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า การเดินสายไฟเหมาะสมหรือไม่ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้ายังสภาพดีอยู่ไหม หลุดหลวม ชำรุดหรือไม่ มีการดัดแปลงระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐานไหม
  • ตรวจสอบสิ่งของในรถ หากต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแดดเป็นเวลานาน

วิธีป้องกันไฟไหม้รถ

  • ตรวจสภาพรถให้พร้อมใช้งานเสมอ
  • เช็กสภาพท่อน้ำมันเชื้อเพลิงว่าไม่มีรอยรั่ว
  • สังเกตสัญญาณเตือนขณะขับรถอยู่เสมอ

ข้อแนะนำการเลือกรถบัส

  • การเลือกบริษัทรถ ควรเป็นบริษัทที่ได้มาตรฐาน
  • สภาพของรถ ตรวจสอบสภาพรถสม่ำเสมอ
  • พนักงานขับรถ พนักงานควรสุขภาพแข็งแรง พักผ่อนเพียงพอ คุ้นชินเส้นทาง
  • มีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
  • มีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง สามารถใช้งานได้
  • มีถังดับเพลิง ที่สามารถใช้งานได้
  • มีสมุดประจำรถ ประวัติผู้ประจำรถ
  • มีที่กรีดกระจก ที่สามารถใช้งานได้ และมีป้ายคำอธิบายพร้อม
  • มีเครื่องหมายแสดงการห้ามสูบบุหรี่พร้อม
  • มีข้อมูลของคนขับ และหมายเลขทะเบียนติดไว้ในที่สามารถมองเห็นได้
  • มีระบบหน่วงความเร็วของรถ (เบรก ABS)
  • รถโดยสารไม่สูงเกิน 3.80 เมตร รถสองชั้นไม่เกิน 4.00 เมตร
  • มีประตูฉุกเฉินที่สามารถใช้งานได้ และมีป้ายคำอธิบายพร้อม
  • มีข้อมูลหน่วยงานต่าง ๆ เบอร์โทรฉุกเฉิน
  • มีรายงานตรวจสภาพรถ อย่างน้อย 6 เดือนก่อนเดินทาง
  • หากเดินทางในระยะที่มากกว่า 400 กิโลเมตร เจ้าของรถควรจัดพนักงาน 2 คน เพื่อสับเปลี่ยน ตามกฎหมาย ห้ามขับรถติดต่อกันนาน 4 ชั่วโมง

ที่มา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) / สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก / ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน