ฟาดเดือด! ศูนย์บริบาลช้าง จี้ ‘กัญจนา’ รีบมาเอาช้าง 2 เชือก ฝากไว้นานแล้ว เจ้าตัวลั่นจะไปรับทันที แจงยิบไม่ได้ฝากเฉยๆ เคยสนับสนุน ในชีวิตไม่เคยให้ใครเท่านี้
กลายเป็นดราม่าต่อเนื่องมาหลายวัน สำหรับกรณีปางช้างใน ต.กื้ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่ถูกน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยที่ศูนย์บริบาลช้าง ซึ่งมีช้างนับ 100 เชือก อพยพช้างไม่ทัน
ทางทีมควาญช้างจากปางช้างอื่นและทีมสัตวแพทย์ พร้อมกู้ภัยและจิตอาสา ได้เข้าไปช่วยช้างที่ลอยน้ำและติดอยู่ในคอกได้บางส่วน โดยพบช้างล้ม 2 เชือก หลังลอยไปตามลำน้ำแม่แตง คือฟ้าใสและพลอยทอง
ต่อมาทางทีมสัตวแพทย์และควาญช้างที่เข้าไปช่วยได้ออกมาสะท้อนถึงปัญหาการเลี้ยงช้าง พร้อมเล่าถึงความยากในการช่วยช้างที่ไม่มีควาญควบคุมหรือการใช้อุปกรณ์ในการฝึก ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายทั้งคนที่ไปช่วยและตัวช้างเอง หากช่วยไม่ทันท่วงที จนเป็นที่มาของการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง
ขณะที่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าศูนย์บริบาลช้างไม่มีควาญช้างประจำแต่ละเชือก แต่จะมีควาญที่ดูแลช้างเป็นกลุ่ม ทำให้เกิดการอพยพช้างไม่ทัน รวมถึงมีการขายทัวร์ในวันที่เกิดน้ำท่วมด้วย
ด้านนางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้อำนวยการศูนย์บริบาลช้าง ได้ออกมาตอบโต้ว่า มีควาญช้างมากกว่าจำนวนช้าง ส่วนการขายทัวร์มีการจองล่วงหน้าเป็นปี และไม่ได้เปิดขายทัวร์ในวันที่น้ำท่วมแต่อย่างใด
- ควาญช้างขอพูด ย้ำควาญ1คนต่อช้าง1เชือก ทุกปางมีช้างดุ แต่ยังพาหนีน้ำได้ ไม่ใช่ขังคอก
- ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สะท้อนบทเรียน ช่วยช้าง น้ำท่วมแม่แตง เสี่ยงสูญเสียทั้งชีวิตคน-ช้าง
- สัตวแพทย์ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ชี้ฝังซากช้างใกล้แม่น้ำ อันตรายกว่าที่คิด
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.09 น. วันที่ 9 ต.ค. 2567 น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “นักโทษฆ่าคนตาย…ยังมีวันได้รับอิสระในชีวิต..” ซึ่งคาดว่าอาจจะหมายถึงการที่ศูนย์บริบาลช้างนำช้างดุที่เคยมีประวัติทำร้ายควาญช้างเสียชีวิต ขังไว้ในคอก ไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตภายนอกได้ ขณะที่เกิดเหตุน้ำท่วมก็ยังติดอยู่ในคอก และไม่สามารถช่วยออกมาได้ เนื่องจากช้างดุ แต่โชคดีที่รุ่งขึ้นน้ำลด ทำให้ช้างปลอดภัย
ต่อมาเวลา 12.42 น. วันเดียวกัน นางแสงเดือน ชัยเลิศ ก็ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “มีช้างตัวผู้สองเชือก ชื่อพลายขุนเดชและพลายดอกแก้วที่คุณหนูนาเอามาฝากทางเราเลี้ยงไว้หลายปีถ้าคุณหนูนาสงสารและเป็นห่วงเขาจริงๆ ขอช่วยมาย้ายพวกเขาไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมโดยด่วนค่ะ”
กระทั่งเวลา 13.13 น. น.ส.กัญจนา ก็ได้โพสต์ตอบกลับว่า ว่าด้วยช้าง 2 เชือกที่เกี่ยวพันกับดิฉัน ที่อยู่ที่ปางคุณเล็ก เชือกแรก..ขุนเดช น้องเป็นช้างป่า ที่ถูกบ่วงแร้วนายพรานรัดข้อจนเป็นแผลใหญ่บวม ทำให้เดินไม่ปกติ ดิฉันไปเจอน้องเมื่อปี 2557 ที่สวนสัตว์ป่า ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน
น้องถูกเลี้ยงอยู่เชือกเดียวน่าสงสารมาก ช่วงนั้นเป็นปีแรกที่ดิฉันได้รู้จักคุณเล็ก และชื่นชมคุณเล็กมาก ดิฉันวิ่งเต้นทำเรื่องขออธิบดีอุทยานพาขุนเดชไปอยู่ที่ปางคุณเล็กจนสำเร็จ ตอนที่แรกเจอขุนเดช อายุประมาณ 4 ขวบตอนนี้น้องก็คง 14 แล้ว
เชือกที่ 2 ดอกแก้ว ดิฉันเจอดอกแก้วที่โรงพยาบาลช้างคชบาล ลำปาง น้องมากับแม่ แม่น้องป่วยหนักคือเหมือนมดลูกหลุดจากช่องคลอดมาครึ่งหนึ่ง ถ้าดิฉันจำไม่ผิด ดอกแก้วตอนนั้นอายุสองเดือนคลอเคลียอยู่กับแม่ตลอด
ดิฉันพูดกับแม่โม่ดิพอ แม่ของดอกแก้วว่าอยู่กับลูกนะอย่าทิ้งลูกไป พอดีฉันกลับจากลำปางได้สามวันหมอก็โทรมาแจ้งว่าแม่ล้มแล้ว ดิฉันสงสารดอกแก้วมาก กลัวเจ้าของจะเอาไปขายที่ไม่เหมาะสม จึงขอซื้อมาตอนนั้นราคา 850,000 (ถ้าตอนนี้คงเป็นล้าน)
ช่วงปีแรกทางคชบาลเลี้ยงน้อง หาแม่รับคือแม่สิงขรให้ แต่ภายหลังมีข่าวว่าแม่สิงขรอาจจะท้องและคงไม่เหมาะจะเลี้ยงลูกรับ ดิฉันจึงประสานขอคุณเล็กรับดอกแก้วไปเลี้ยงให้ด้วย ซึ่งเธอก็ยินดี
ดิฉันต้องขอบคุณคุณเล็กมากที่ตลอดเวลาได้เลี้ยงดูขุนเดชและดอกแก้วให้ แต่ดิฉันก็ไม่ได้ไปฝากเฉยๆ ในช่วงปีแรกที่ดิฉันไปหาคุณเล็กบ่อยๆ นั้น ดิฉันได้สนับสนุนคุณเล็ก อย่างที่ในชีวิตแม้จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่เคยให้ใครเท่านี้มาก่อนเพราะรักคุณเล็กมาก
ดิฉันต้องขอบคุณเล็กอีกครั้ง สำหรับการดูแลขุนเดชและดอกแก้ว คุณเล็กให้ไปรับโดยเร็ว ดิฉันกำลังจะไปรับทั้งคู่มานะคะ


