เปิดใจ เหยื่อ ‘ดิไอคอน’ หมดตัวเป็นล้าน ยอมรับหลงเชื่อเพราะมีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ ยอมนำโฉนดที่ดินไปจำนอง นำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความเอาผิดบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ล่าสุดมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 67 ราย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 21,543,181 บาท โดยพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง

นางนิด (นามสมมติ) ข้าราชการครูวัย 40 ปี ใน จ.เชียงใหม่ เผยว่า เริ่มแรกตัดสินใจลงทุนเพราะอยากมีรายได้ หลังมีลูกศิษย์มาชักชวน ช่วงแรกจ่ายเงินสมัครเข้าคอร์สเรียนเพียง 98 บาท กับเครือข่ายบอสปัน เมื่อปี 2564 หลังเรียนจบก็ถูกชักชวนให้เปิดบิลแรก 2,500 บาท ได้สินค้าเป็นวิตามินซีมารับประทาน

จากนั้นเมื่อลงเรียนคอร์สสอนยิงแอดกับแม่ข่ายก็จะถูกชักชวนให้ลงทุนอีกเรื่อย ๆ เพื่อยกระดับเป็นดีลเลอร์ในการกระจายสินค้า ก่อนตัดสินใจนำเงินมาลงทุนกับ ดิไอคอน ทั้งหมดกว่า 700,000 บาท ซึ่งยอมนำโฉนดที่ดินไปจำนอง กดเงินสดจากวงเงินในบัตรเครดิต 4 ใบ รวมทั้งนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินมาลงทุน เพื่อนำสินค้าอย่าง โปรตีน วิตามินซี โกโก้ มาจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม สินค้าที่ได้มาขายไม่ออก เพราะมีการโพสต์ขายตัดราคาในช่องทางออนไลน์ บริษัทจึงพูดจาโน้มน้าวให้ลงทุนยิงแอดเพิ่ม และช่วงหลังเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุ ตนเห็นว่าไม่ถูกต้องเพราะรูปแบบการขายของบริษัทเข้าใจยาก เกรงว่าผู้สูงอายุจะถูกหลอก เพราะขนาดตนยังไม่ไหว จึงตัดสินใจถอนตัวออกมาเมื่อปี 2566

นางนิด กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าบอสของ ดิไอคอน มีหลักจิตวิทยาในการพูดจาหว่านล้อมให้คนหลงเชื่อ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องปิดการขาย จะตั้งกลุ่มไลน์เฉพาะ 3 คน มีแม่ทีม 2 คนเข้ามาชักชวนให้ลงทุน และเร่งให้โอนเงินมาก่อนเป็นค่ามัดจำ และถ้าใครเริ่มท้อหรือหมดไฟ แม่ทีมจะบอกให้ไปฟังเสียงของบอส ที่พูดจาเชิงจิตวิทยาปลุกพลังให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำต่อ เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จ

หากรวมเงินที่กู้ยืมมาลงทุน 700,000 บาท รวมกับที่ชวนเพื่อนมาลงทุน และเงินที่ใช้ในการยิงแอดโฆษณา มูลค่าความเสียหายน่าจะสูงถึงหลักล้านบาท ที่ผ่านมาวนเวียนกับการค่าเงินมาผ่อนจ่ายหนี้และดอกเบี้ยจนไม่ไหว และยังมีปัญหากับครอบครัวอีก สุดท้ายจึงตัดสินใจไปกู้เงินจากธนาคารมา 1 ก้อน มาปิดหนี้ทั้งหมด และรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เพราะดอกเบี้ยถูกกว่า

ทุกวันนี้ยังมีสินค้าตกค้างอยู่ที่เธออีกนับ 10 ลัง เพราะขายไม่ออก ยอมรับว่าการนำดาราที่มีชื่อเสียง และมีความน่าเชื่อถือเข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์ หรือผู้บริหารในบริษัท ช่วงสร้างความมั่นใจให้กับลูกข่ายมาก เพราะดาราหลายคนเป็นระดับแถวหน้าชั้นนำของประเทศ

เงินที่สูญเสียไปเกิดจากการตัดสินใจของตนเอง ถือเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่เกือบทำให้ครอบครัวมีปัญหา ซึ่งสุดท้ายสามีก็เป็นคนบอกให้ไปแจ้งความ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับสังคมได้รับรู้ เพราะยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังหลงเชื่อและถูกหลอก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน