ศปช.แจ้งไทยเข้าหน้าหนาว ‘อินทนนท์’ เช้านี้ต่ำ 10 องศา ส่วน 29 จังหวัดตอนกลาง-ล่างยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม จังหวัดภาคเหนือเร่งระดมกำลังฟื้นฟูตามนโยบายนายกฯ ต้องจบในสิ้นเดือนนี้
เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. และ ศปช.ส่วนหน้า กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์ลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2567 คาดจะเริ่มประมาณปลายเดือนต.ค. ซึ่งมีการรายงานอุณหภูมิที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เช้าวันนี้เวลาประมาณ 07.00 น. อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียส
ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลนี้ จะมีอากาศแปรปรวน มีฝนกระจายตัวในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะตอนกลางของประเทศลงมา ขณะที่ภาคเหนือ อาจมีฝนกระจายตัวร่วมกับอากาศหนาวเย็นในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพ ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนพื้นที่ต่างๆ เต็มศักยภาพ
นายจิรายุ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศแจ้งพื้นที่ 29 จังหวัดตั้งแต่ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 19-23 ต.ค.67 ดังนี้
ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร
ภาคตะวันตก 4 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรัขันธ์ ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และ ภาคใต้ 13 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

ประชาชนในพื้นที่ 29 จังหวัดดังกล่าว สามารถติดตามรายละเอียดพื้นที่เสี่ยงในระดับอำเภอ ตามแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาได้จากประกาศของ สทนช. ฉบับที่ 17/2567 เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำ ตลอดจนกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดสถานการณ์
นายจิรายุ กล่าวว่า สำหรับการฟื้นฟู พื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในภาคเหนือนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายว่าการฟื้นฟูความเสียหายจากน้ำท่วมต้องแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน ตุลาคมนี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ ขณะนี้หลายพื้นที่มีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว โดย แหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากในภาคเหนือมีอุณหภูมิต่ำสุดต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคเหนือ ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
“อย่างในพื้นที่เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ขณะนี้ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ระดมจากทุกภาคส่วน ล่าสุดมอบหมาย กองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง และเรือนจำ คัดแยกถุงทราย กองดินโคลนแห้งบนถนนเจริญประเทศ เลียบแม่น้ำปิงออกจากขยะน้ำท่วม โดยให้ใช้ที่ดินของรัฐบนถนนดังกล่าวเป็นจุดพักถุงท้าย เพื่อเร่งเคลียร์ถนนให้เร็วที่สุดรองรับการท่องเที่ยวและการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน” นายจิรายุกล่าว
นายจิรายุ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะที่ปรึกษา ศปช.ส่วนหน้า พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานฟื้นฟูกู้พื้นที่ โดยได้ตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย ในพื้นที่ ต.เวียง และ ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย โดยที่บ้าน แม่ปูนหลวง ต.เวียง มีประชากร 2,401 คน ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยและดินถล่ม เนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่
สิ่งสาธารณประโยชน์ ที่ได้รับความเสียหาย ทางเข้า-ออกหมู่บ้าน มีดินสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทางสัญจร จำนวนหลายจุด ท่อประปาภูเขา ถูกกระแสน้ำพัดและดินสไลด์ทับท่อ ได้รับความเสียหาย บ้านเรือนประชาชนเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลังคาเรือน บ้านเสียหายบางส่วน จำนวน 4 หลังคาเรือน
ที่ปรึกษา ศปช.ส่วนหน้า ได้สั่งการให้ทหารช่างนำเครื่องจักร พร้อมประสาน ทางหลวงชนบท นำรถแบ็กโฮขนาดใหญ่เข้าดำเนินการเปิดเส้นทางจากดินสไลด์ ซึ่งชาวบ้านต่างดีใจที่เห็นทหารนำเครื่องจักรเข้ามาช่วย เปิดเส้นทางจนสามารถให้รถสัญจรเข้าออกหมู่บ้านได้สำเร็จ
นายจิรายุ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการฟื้นฟู อ.แม่สาย จ.เชียงราย กองบัญชาการกองทัพไทยรายงานว่า ขณะนี้ดำเนินการเสร็จ 208,440 ตร.ม. จาก พื้นที่รับผิดชอบ 211,000 ตร.ม. คิดเป็น 99%
ขณะที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานความคืบหน้าการฟื้นฟู ล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่แม่สายไปแล้ว 796 ครัวเรือนจาก 819 ครัวเรือน คิดเป็น 97% ขณะนี้ทุกภาคส่วนยังคงระดมบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักร ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มศักยภาพเพื่อให้ชาวแม่สาย ได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว