เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 11 พ.ย. ที่ เซ็นเตอร์พ้อยท์ สตูดิโอ ซ.ลาซาล เณร-ศุภชัย นิลวรรณ กรรมการผู้อำนวยการธุรกิจเพลง บริษัทอาร์เอส จำกัด(มหาชน) ให้สัมภาษณ์ขณะมาร่วมงานถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลงพิเศษ “รักพ่อ…ไม่มีวันพอเพียง” หลังมีคลิปวิดีโอสาวหน้าคล้าย หวาย-ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์ หรือ ‘หวาย กามิกาเซ่’ กำลังมีเรื่องก่อเหตุวิวาทขณะมึนเมา ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเมื่อต้นปีนักร้องสาวก็เคยเกิดกรณีคล้ายกันครั้งหนึ่งแล้ว
โดย เณร เผยว่า “จริงๆ แล้ววันนี้ผมไม่อยากพูดเรื่องอื่นเท่าไร เพราะเรายังอยู่ในบรรยากาศของการผลิตมิวสิกวิดีโอ เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผมได้ทราบข่าวคราวจากสื่อมวลชนเหมือนกัน ก็พยายามให้ทีมงานเรียกตัวน้องหวายเข้ามาคุย เพราะตัวผมเองไม่มีโอกาสได้เจอ จึงได้นัดแนะกันว่าหลังจากงานวันนี้คงมีโอกาสได้พูดคุยและซักถามข้อเท็จจริงกัน แต่ด้วยเพราะต้องถ่ายเอ็มวี จึงไม่สะดวกและเป็นคนเลื่อนน้องออกไปก่อน ส่วนข่าวที่ออกมานั้น ยังเป็นข่าวทางด้านเดียวอยู่ ที่นำมาจากเฟซบุ๊กของผู้ที่โพสต์ขึ้นมา โดยที่น้องหวายยังไม่ได้ออกมาชี้แจง ก็อยากให้ทุกคนรอฟังกันก่อนครับ ซึ่งตัวเราเองคงให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย”
ส่วนตัวคุยกับหวายหรือยัง คุณเณร กล่าวว่า “ส่วนตัวยังไม่ได้คุยครับ แต่ว่าทางทีมงานมีโอกาสคุยแล้ว สิ่งที่ออกมาเป็นข่าวนั้นมันก็ไม่ได้จริงทุกอย่าง ที่ผมรู้มาคร่าวๆ คือวันนั้น น้องไปเป็นทีมงานเพื่อทำอีเวนต์และเกิดความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย กับคนที่อยู่แถวนั้น แต่ตัวน้องหวายยืนยันกับผมว่าไม่ได้ดื่ม ยังไงผมก็จะต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง”
สำหรับกระแสในโซเชียลที่ออกมาค่อนข้างแรง คุณเณร กล่าวว่า “เป็นเรื่องปกติที่เมื่อศิลปินมีประเด็นต่างๆเกิดขึ้น ส่วนตัวผมแล้วแบ่งเรื่องนี้เป็นสองเรื่อง หนึ่งคือเรื่องส่วนตัว สองคือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของบริษัท ซึ่งในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นเรื่องส่วนตัว 100% ทางเราจึงพิจารณาว่าเรื่องส่วนตัวนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้กระทบกับงานและภาพลักษณ์ของบริษัทหรือเปล่า ถ้าเราตรวจสอบข้อเท็จจริงและมีผลอย่างไร เราจะรีบแจ้งให้สื่อมวลชนได้ทราบเองครับ”
ก่อนหน้านี้ หวาย ก็เคยเกิดประเด็นนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณเณร กล่าวว่า “เป็นเรื่องปกติของศิลปินซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะที่เวลาทำอะไรก็แล้วแต่ จะถูกจับตามอง ในส่วนของบริษัทแล้ว ผมได้ให้หลักการศิลปิน ว่าต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเราไม่มีโลกส่วนตัวในสังคมปัจจุบัน เพราะมันมีโซเชียลที่ทุกคนมีสื่อในมือหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นไปได้ที่สุด คือต้องระมัดระวังตัวเอง จะทำอะไรก็แล้วแต่ขอให้อยู่บนสติ และเมื่อไม่ว่าจะเกิดขึ้น ต้องยอมรับความจริง เราต้องไม่เฉไฉเบี่ยงเบนประเด็น เพราะความจริงก็คือความจริงเราหลอกกันไม่ได้ ภาษาวัยรุ่นคืออย่าไปแถ เรื่องผิดพลาดพลั้งไปเป็นเรื่องปกติ ทุกผิดพลาดกันได้หมด ถ้าผิดพลาดแล้วปรับปรุงตัวดีขึ้นทุกคนคงให้อภัย แต่ในการควบคุมของบริษัทเราไม่สามารถไปควบคุมชีวิตเขาทั้งชีวิตได้ เพราะอย่างที่เห็นบริษัทเรามีศิลปินนับร้อยชีวิต และแต่ละคนมีสื่อในมือตัวเอง เราจึงให้ได้แค่แนวคิดเฉยๆ ส่วนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเราคงจะพิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวพันกับงานเท่านั้น”
ถ้าเรื่องเป็นความจริงทางบริษัทได้เตรียมมาตราการลงโทษไว้อย่างไร “ต้องดูครับว่าถ้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงเพราะในฐานะที่เป็นศิลปินและเป็นไอดอลของวัยรุ่น ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีครับ ผมขอดูรายละเอียดก่อนแล้วกัน”
บทลงโทษสูงสุดของบริษัทคืออะไร “ต้องดูเป็นกรณีไป ซึ่งกรณีที่เรารับไม่ได้จริงๆ คือเรื่องของยาเสพติดและทำผิดกฏหมาย ไปทำร้ายร่างกายคนอื่น อันนี้เรารับไม่ได้จริงๆ”
คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงไปแล้ว “ส่วนใหญ่เรื่องราวในอินเตอร์เน็ตจะไม่ได้รับการกลั่นกรอง เพราะฉะนั้นเราต้องดูด้วยสติ พยายามนึกถึงเหตุและผล เราต้องให้โอกาสผู้ที่ถูกกล่าวหา ได้ออกมาชี้แจง เพราะที่ผ่านมามีทั้งเรื่องจริงและเท็จเต็มไปหมดต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ”
จะมีการออกมาแถลงข่าวไหม “คงนัดให้ออกมาแถลงข่าวครับ แต่ความสำหรับกรณีหวายผมยังไม่ทราบข้อเท็จจริงๆ ผมได้ตามจากข่าวเหมือนกัน แต่ผมยังไม่อยากฟันธงว่าใครผิดถูก ต้องรอฟังหวายที่เป็นเด็กเราก่อน”
