ผับปิดตี 4 ทำยอดขายเบียร์พุ่ง แบรนด์ดังเจ้าเก่า ยังครองส่วนแบ่งการตลาด 90% แม้จะมีผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาเป็นทางเลือก ตีตลาดเพิ่มก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิจัยกรุงศรี ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีปริมาณการจำหน่ายในประเทศ 2,965.9 ล้านลิตร มูลค่า 16,268.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเบียร์ซึ่งมียอดจำหน่าย 2,181.6 ล้านลิตร คิดเป็น 73.5% รองลงมา สุรา 24.5% เครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม 1.0% ไวน์ 0.9% และน้ำผลไม้ที่ผ่านกระบวนการหมักหรือบ่มกับยีสต์ 0.1%
สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีปริมาณจำหน่ายในประเทศขยายตัว 6.8% จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการกลับมาจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมสังคมต่าง ๆ ทำให้ผู้คนออกมาสังสรรค์กันมากขึ้น
ส่งผลดีต่อธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ผับ บาร์ สถานบันเทิง โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และ พัทยา ทำให้รอบ 9 เดือนแรกปี 2567 ปริมาณการจำหน่ายในประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง 6.5% ยังมีปัจจัยบวกจากกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่ให้สถานบริการที่ตั้งอยู่ในโรงแรมทั่วประเทศและสถานบริการในพื้นที่นำร่อง 5 พื้นที่ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และ เกาะสมุย เปิดถึง 04.00 น.
สำหรับส่วนของเบียร์ช่วง 9 เดือนแรก ปี 2567 ขยายตัวต่อเนื่อง 6.0% คาดว่าปริมาณจำหน่ายเบียร์ทั้งปี 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 6.0 – 7.0% เนื่องจากผู้ผลิตเบียร์พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคมากขึ้น เช่น เบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ เบียร์กลิ่นผลไม้ เบียร์คราฟต์, และเบียร์แคลอรี่ต่ำ
โดยเครื่องหมายการค้าที่มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเกือบ 90% ตามปริมาณจำหน่ายสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ ลีโอ ช้าง และ สิงห์ ภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นจากการเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่อย่าง คาราบาว
source : มติชนออนไลน์