ทำคุณบูชาโทษ กู้ภัยโคราชโพสต์เตือน ช่วยรถน้ำมันหมดถูกชักดาบ อ้างสารพัด ให้โอนบอกมีเงินสด เติมเสร็จบอกไม่มีเงินสด จะโอนให้แบตหมด ก่อนขับรถหนีเกือบชนอีก
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2567 กลุ่มข่าวเพจโคราช โพสต์ข้อความ “น้ำมันหมด โทรให้กู้ภัยมาช่วยแต่ไม่จ่ายเงินค่าซื้อน้ำมันคืน แถมขับรถหนี แบบนี้ก็ไม่ไหว” โดยมีภาพเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก.31โคราช (สวมเสื้อสีแดง) กำลังถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากแกลลอนผ่านสายยางลงถังน้ำมันรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีน้ำตาล ซึ่งมีเจ้าของเป็นชายไม่ทราบชื่ออายุประมาณ 30-40 ปี ได้ยืนอยู่ด้านข้าง
รวมทั้งข้อความแสดงความคิดเห็นเชิงลบต่อผู้กระทำ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยอย่างต่อเนื่อง เช่น “มิจฉาชีพ อาละวาด ใช้มุกน้ำมันรถหมด เหยื่อสงสารหลงเชื่อ ช่วยเหลือให้เงินบ้าง เติมน้ำมันให้บ้าง ลับหลังดูดน้ำมันออกไปขาย สารภาพตกงานต้องหาเงินใช้ อาศัยความสงสารของคนอื่นหากิน”, “โพสต์ทะเบียนรถเลยพี่ เราให้ความช่วยเหลือ แต่กลับมาทำกับเราอย่างนี้”, “โอ้ยทำได้ทุกอย่างเนาะคนเราคนที่ให้ความช่วยเหลือเพราะเราคนไทยด้วยกันค่ะทำไมทำเค้าได้”
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงกับนายสิทธิศักดิ์ บุคคลที่ปรากฏในภาพ โดยเป็นเจ้าหน้าที่นามเรียกขาน กู้ภัย 033 เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 18.40 น.วันที่ 9 พ.ย ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารจากศูนย์กู้ภัยฮุก.31 มีประชาชนร้องขอความช่วยเหลือ น้ำมันเชื้อเพลิงหมด บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านหนองปรู ริมถนนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ประตู 1 ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงโทรศัพท์ติดต่อผู้ขอความช่วยเหลือ สอบถามพิกัด และข้อมูลเพิ่มเติม

โดยตกลงกันจะให้โอนเงินเข้ามาก่อน เพื่อนำไปซื้อน้ำมันให้ แต่ผู้ขอความช่วยเหลือ อ้างไม่มีเงินในบัญชี มีแต่เงินสด และพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจ จึงแวะซื้อน้ำมันแก๊สโซฮอล์91 ให้ก่อน เมื่อไปถึงได้ให้การช่วยทันที เมื่อเสร็จภารกิจ ชายดังกล่าวได้พูดไม่มีเงินสด มีแต่เงินในบัญชี ตอนนี้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมด ไม่สามารถทำธุรกรรมได้
ตนจึงได้กล่าวตอบโต้ว่า แบตเตอรี่หมดได้อย่างไร ทั้งๆที่ติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์มาตลอดทาง โดยชายคนดังกล่าวขอเลขบัญชี พร้อมบอกว่า ขอเป็นพรุ่งนี้เที่ยงพี่โอนให้นะ ตนจึงได้ทักท้วงไหนพี่จะโอนให้เลย เพราะเงินซื้อน้ำมันเป็นเงินค่าข้าวที่จ่ายสำรองไปก่อน ชายคนดังกล่าวได้พูดมาอีก “เดี๋ยว 9 โมงเช้าพี่โอนให้” จากนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ จู่ๆเดินขึ้นรถแล้วเร่งเครื่องใส่ ก่อนจะเร่งความเร็วรถออกไปจนเกือบชนตน

นายสิทธิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตนไม่ได้ติดใจอะไร เงินไม่มาก หากผู้ขอความช่วยเหลือไม่มีเงิน ขอแค่บอกกัน ไม่ใช่มาทำพฤติกรรม เร่งเครื่องใส่จนเกือบเกิดอุบัติเหตุ อยากให้มาขอโทษกับสิ่งที่ทำ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และถือเป็นบทเรียน ครั้งต่อไปกู้ภัยคงไม่กล้าช่วยเหลืออีก เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุ มีบ้านพักอยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี