ป้าติ๋ม ยังได้มรดก 100 ล้าน ยึดคืนไม่ได้ อ.ปรเมศวร์ ชี้ไม่เกี่ยวธุรกิจหญิงฝรั่งเศส แนวทางคำพิพากษาระบุเอาไว้ พร้อมยกตัวอย่าง
จากกรณีหญิงสาวชาวฝรั่งเศส นางแคทเทอร์รีน โจรี่ โรแล็นด์ เจอร์แมน เดลาโคท วัย 59 ปี นักธุรกิจให้เช่าวิลล่าบนเกาะสมุย จบชีวิตตัวเองในวิลล่า โดยได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ ป้าติ๋ม หรือ นางณัฐวลัย แม่บ้านคนสนิท ประกอบด้วย บ้านหรือวิลล่าหรูพร้อมที่ดินที่เกิดเหตุ มูลค่าราว 30 ล้านบาท ที่ดินเปล่า 2 แปลง ที่มีพื้นที่ติดกับวิลล่า มูลค่าราว 20 ล้าน และทรัพย์สิน เครื่องประดับ บางส่วนที่ตู้เซฟ รวมถึงเงินสดในธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง โดยรวมมูลค่า ที่ป้าติ๋มได้รับราว 100 ล้านบาท
จากนั้น นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเกี่ยวกับความถูกต้องในการถือครองทรัพย์สิน รวมถึงการดำเนินกิจการธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเพื่อถือครองทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินในประเทศไทย รวมถึงให้มีการตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อครอบครองวิลล่าของชาวต่างชาติ
กองทัพกับจังหวัดเข้าไปตรวจสอบ พบ นางแคทเทอร์รีน เป็นกรรมการบริษัท 2 บริษัท คือ บริษัท จี.วี.เอ็น.อี. จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2555 วัตถุประสงค์ ขณะจดทะเบียนประกอบกิจการให้เช่าที่พัก รีสอร์ต บังกะโล และบ้านพักตากอากาศ และบริษัท แม็กชิเคท จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 วัตถุประสงค์ขณะจดทะเบียนประกอบธุรกิจรับเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจคอมพิวเตอร์ โดยทั้ง 2 บริษัทมีชื่อนางแคทเทอร์รีน ฯ เป็นกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทแต่เพียงผู้เดียว จึงมีเหตุสงสัยว่า บริษัททั้ง 2 ถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว และมีการฝ่าผืนกฎหมายโดยการถือครองที่ดินไว้แทนคนต่างด้าวโดยมิชอบ ในลักษณะตัวแทนอำพราง (นอมินี)
โดยเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความดำเนินคดี ที่สภ.เกาะสมุย กับ นางแคทเทอร์รีน ที่เสียชีวิตไปแล้ว และทั้ง 2 บริษัทดังกล่าว และคนไทยอีก 2 คน ที่เป็นผู้ต้องหาว่าเป็นนอมินี ในข้อหา ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ,ร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือให้คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยผิดชอบด้วยกฎหมาย ,เป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นธุรกิจที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ (การค้าที่ดิน ตามบัญชีหนึ่ง(9))โดยคนต่างด้าวนั้นมิได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยแสดงออกว่าเป็นธุรกิจของตนแต่ผู้เดียวหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งคนต่างด้าวซึ่งยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวตามพระราชบัญญัตินี้กระทำการดังกล่าว
โดยตำรวจเตรียมแจ้ง 3 ข้อหา นางแคทเทอร์รีน ผู้ตาย คือ ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือครองที่ดินโดยมิชอบ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน โดยผู้ตายเสียชีวิต คนไทยอีก 2 คนก็โดน 3 ข้อหาเช่นกัน
ส่วน ป้าติ๋ม ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจ แต่เป็นผู้รับพินัยกรรม ต้องคืนทรัพย์สินหรือไม่ ต้องรอดำเนินคดีอาญาก่อน การจะยึดที่ดินหรือไม่เป็นเรื่องของเจ้าพนักงานที่ดิน ว่าจะยึดหรือให้จำหน่ายจ่ายโอน หรือจะทำอย่างไร
ด้าน เรื่องเล่าเช้านี้ สอบถาม นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงเรื่องนี้กรณีต่างด้าวให้นอมินีทำธุรกิจมีมรดกเป็นวิลล่าให้ป้าติ๋มจะได้ไหมว่า
“คดีนี้ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการยึดมรดกของป้าติ๋ม เพราะการทำธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต อันนั้นเป็นความผิดฐานไม่ได้รับอนุญาต ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สิน จะไปยึดทรัพย์สินไม่ได้”
“แนวทางคำพิพากษาระบุเอาไว้แบบนี้ ยกตัวอย่าง ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ไม่มีใบขับขี่ ก็ปรับเงินแต่ไม่ได้ยึดรถ หรือเขียงหมูขายหมูโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ปรับดำเนินคดี ก็ไม่ได้ยึดเขียงหมูไป ”

