หญิงไต้หวันป่วยเบาหวานมานาน จู่ๆ น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ครึ่งปีต่อมา เจอมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย แพทย์ชี้มีสัญญาณเตือนมานานแล้ว

มะเร็งตับอ่อนได้ฉายาว่า “ราชาแห่งมะเร็ง” และเป็นมะเร็งที่ร้ายแรงมาก นพ. เฉียน เจิ้งหง แพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับออกมาเตือนและเล่าอุทาหรณ์ของสัญญาณภายในร่างกายที่ควรสังเกตเพื่อที่จะได้เข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

ดร. นพ. เฉียน เจิ้งหง เล่าหญิงวัย 70 ปีที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวานได้รับการควบคุมด้วยยามานานกว่า 20 ปี และอาการของเธอคงที่ โดยไม่คาดคิด น้ำตาลในเลือดของเธอก็พุ่งขึ้นเกินควบคุมระหว่างการนัดตรวจติดตามผลเมื่อหกเดือนก่อน

young girl pointing right with index finger, holding hand in pocket in khaki t-shirt, black skirt and looking serious , front view.

แพทย์บอกกับเธอ ให้ใส่ใจกับการรับประทานอาหารและหลีกเลี่ยงอาหารหวานให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม หลังจากการนัดตรวจติดตามผล 3 เดือนต่อมา น้ำตาลในเลือดของเธอยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และฮีโมโกลบินระดับน้ำตาลในเลือดของเธอเพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 7% เป็นมากกว่า 8%

แพทย์เชื่อว่าโรคนี้ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยการรับประทานอาหารอีกต่อไปจึงเพิ่มปริมาณยาและสังเกตอาการอีกครั้ง ดร. นพ. เฉียน เจิ้งหงกล่าวว่าหลังจากผ่านไปอีกเดือนหนึ่ง ความอยากอาหารของคนไข้หญิงคนนั้นลดลงเรื่อย ๆ และเธอก็เริ่มเบื่ออาหาร ไม่อยากทานอะไรและ “พุงขยายใหญ่ขึ้น”

ในที่สุด คนไข้ก็มีอาการอ่อนแอมากจนได้แต่นอนอยู่บนเตียงและไม่สามารถลุกจากเตียงได้ ครอบครัวตกใจและตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงพาเธอไปโรงพยาบาล การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในห้องฉุกเฉินเผยให้เห็นภาวะน้ำในช่องท้องอย่างรุนแรงและมีเนื้องอกขนาด 6 เซนติเมตรในตับอ่อน ซึ่งแพร่กระจายไปยังตับ ต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะใกล้เคียงอื่น ๆ “ถือเป็นมะเร็งระยะที่ 4 ค่อนข้างจะกลายเป็นระยะสุดท้ายแล้ว”

เหตุการณ์กะทันหันนั้นยากสำหรับครอบครัวที่จะยอมรับ ดร. นพ. เฉียน เจิ้งหงกล่าวว่าเมื่อมองย้อนกลับไป “มันไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันมากนัก” น้ำตาลในเลือดของคนไข้หญิงคนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้เมื่อหกเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งตับอ่อน

จากการวิจัยแพทย์กล่าวว่า ตามสถิติ 1 ปีครึ่ง ก่อนที่จะตรวจพบมะเร็งตับอ่อนจะมีสัญญาณของน้ำตาลในเลือดเริ่มสูงขึ้น อีกอาการหนึ่ง คือ อุณหภูมิของร่างกายเริ่มสูงขึ้น เพราะเซลล์มะเร็งเมื่อเริ่มปรากฏก็จะเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนังในร่างกาย

ดร. นพ. เฉียน เจิ้งหง กล่าวต่อว่า หลังจากที่น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ไขมันในเลือดก็จะลดลง เนื่องจากมะเร็งทำให้การดูดซึมไขมันในเลือดไม่ดี คอเลสเตอรอลและดัชนีไตรกลีเซอไรด์ก็จะลดลงแทน

เรียกได้ว่า เป็นอาการไม่ดีอย่างยิ่งเพราะร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ มะเร็งเกิดขึ้นเมื่อครึ่งปีที่แล้ว ตอนที่ร่างกายอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง กล้ามเนื้อในร่างกายก็เริ่มสลาย ทำให้ไขมันในเลือด ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันในอวัยวะภายในเริ่มหดตัว และเริ่มน้ำหนักลดลง

ดร. นพ. เฉียน เจิ้งหง กล่าวว่า คนไข้หญิงดังกล่าวเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นประจำ แต่แพทย์ในขณะนั้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้นกับโรคมะเร็ง พร้อมทั้งกล่าวว่า หากแพทย์ในเวลานั้นระมัดระวังและตรวจสอบว่า มีเซลล์มะเร็งในเลือดหรือไม่ และตรวจสอบน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นผิดปกติโดยการตรวจเลือดหรืออัลตราซาวนด์ช่องท้องอาจมีโอกาสตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน