เป็นเรื่องราวของแพทย์รายหนึ่ง ซึ่งได้รับการแชร์กว่าสองพันครั้ง โดยคุณหมอท่านนี้ ได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ป่วย ที่ขอให้คุณหมอ การุณยฆาต เธอ เพราะความเจ็บป่วยเรื้อรัง เพราะความป่วยที่ทำให้เธอรู้สึกว่า ครอบครัวได้รับความลำบาก จนไม่อยากกลายเป็นภาระใคร

โดยเพจหมอคนสุดท้ายได้เรียบเรียงและเล่าเรื่องของผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งที่ป่วยมะเร็งต้องเดินทางต่างพื้นที่มาพบหมอลำพังจากคำถามเริ่มต้นว่าเดินทางมายังไงสู่การพรั่งพรูถึงความลำบากและเรื่องราวของครอบครัวที่สามีรับภาระคนเดียวลูกที่ยังต้องเรียนหนังสือจนกลายเป็นสาเหตุที่เธอต้องการให้หมอทำในสิ่งที่ฟังแล้วสะเทือนใจ

โพสต์ดังกล่าวระบุว่ารอยแผลการุณยฆาต คุณกันยา(นามสมมติ) รอตรวจคุณหมอห้องเบอร์ 5 ค่ะเสียงพี่พยาบาลหน้าห้องตรวจเรียกคนไข้มานั่งรอหน้าห้อง ผมทบทวนประวัติในคอมพิวเตอร์อยู่สักพัก

เมื่อเดินออกไปเปิดประตูห้องเธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคน รูปร่างผอม ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ คลุมทับด้วยเสื้อแขนยาวสีเทาๆ คุณกันยาใช่ไหมครับ? “ใช่ค่ะเชิญเข้าห้องตรวจนะครับ มีญาติมาด้วยไหมครับ? “ไม่มีค่ะ

ผมประหลาดใจ เพราะผู้ป่วยประคับประคองส่วนใหญ่มักมีครอบครัวหรือญาติมาด้วยเสมอมาคนเดียว ไม่มีใครมาด้วยเลยเหรอครับ? ผมถามทวนอีกครั้ง มาคนเดียวค่ะ

เธอเดินเข้ามานั่งในห้องตรวจ ผมขออนุญาตเรียกว่าพี่กันยานะครับค่ะคุณหมอเธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ คอตก นั่งก้มหน้า แขนสองข้างแนบลำตัว มือทั้งสองกุมกันแน่น

เดินทางมายังไงเหรอครับ? ”มารถประจำทางค่ะหญิงวัย 50 กว่าเดินทางมาหาหมอตามลำพัง เธออยู่อำเภอหนึ่งห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30 กิโลเมตร

เธอต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 สามีขับรถมอเตอร์ไซด์ไปส่งที่ บขส. ในตัวจังหวัดตอนตี 5 เพื่อนั่งรถทัวร์มาหาหมอที่โรงเรียนแพทย์ เมื่อถึงตัว บขส. ของจังหวัดปลายทางเธอต้องนั่งรถสองแถวต่อมาที่โรงพยาบาล

กว่าจะถึงโรงพยาบาลก็ราว 8 โมงต่อคิว ไปห้องบัตร เจาะเลือด รอพบหมอก็เสร็จเกือบเที่ยง บางทีกว่าจะเสร็จก็บ่าย บางทีก็ค่ำส่วนใหญ่พี่ก็ถึงบ้านสองทุ่มค่ะ

ทำให้นึกถึงตอนที่ผมเองไปหาหมอนั่งรอตรวจ 2 ชั่วโมงมันก็เผลอรู้สึกหงุดหงิดใจจะแย่ แต่เชื่อว่าหลายคนคงรู้ว่าการรอคอยที่โรงพยาบาลเป็นอย่างไร

“9 ปีแล้วค่ะ ที่รักษามาพี่กันยาเล่าให้ฟังว่า เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งมาหลายปี ผ่านการผ่าตัดและยาเคมีบำบัดมานับครั้งไม่ถ้วน รอยแผลเป็นที่อยู่หน้าท้อง รอยมีดกรีดเป็นแนวยาวใต้ชายโครงขวาโค้งเหนือต่อสะดือขึ้นไปถึงใต้ลิ้นปี่

รอยแผลเดิมถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมาหมอมียาที่ฉีดให้พี่ตายหรือหลับไปเลยได้ไหม ผมตกใจกับสิ่งที่พี่กันยาพูดออกมา น้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบแก้มสองข้าง เธอเอามือปิดหน้า ก้มลงพร้อมเสียงร้องไห้โฮออกมา

ผมเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของพี่กันยา พี่อยากตาย มียาฉีดให้พี่ตายไปเลยได้ไหมเธอย้ำอีกครั้ง ใช่ครับพี่กันยากำลังร้องขอการุณยฆาตจากผม เกิดอะไรขึ้นกับพี่กันยาครับ?

ตั้งแต่พี่ป่วยพี่ไม่ได้ทำงานแฟนทำงานรับจ้างอยู่คนเดียว เงินก็ไม่พอใช้ลูกก็ยังเรียนอยู่พี่ไม่อยากเป็นภาระให้แฟน ไม่อยากให้ลูกลำบากไม่อยากรักษามะเร็งต่อแล้ว ไม่อยากมาแล้ว

มาทุกครั้ง ไหนจะค่ารถ ค่ากิน ค่าอยู่ บางทีก็ยืมเงินเขามาถ้าพี่ตายไป ทุกคนในครอบครัวจะได้ไม่ต้องมาลำบากเพราะพี่ เงินที่เอามารักษาจะได้เอาไปให้ลูกเรียนหนังสือพี่ปวดมากๆ เลยอยู่แบบนี้มันทรมาน

แต่ลึกๆ พี่ก็อยากอยู่กับลูก เห็นเขาเติบโตเธอมีลูกชายวัยมัธยมเพียงคนเดียว อยู่ๆ ผมก็รู้สึกจุกในใจ ผมเองก็เริ่มเสียงสั่น

9 ปี ที่เธออดทนสู้กับโรคร้าย
9 ปี ที่เธอพยายามดิ้นรนที่จะมีชีวิตเพื่อลูกและคนในครอบครัว
9 ปี ที่เธอมาโรงพยาบาลคนเดียว
9 ปี ที่เธอแบกรับความรู้สึกเหล่านี้ไว้โดยไม่เคยปริปากออกมา

พี่ขอโทษนะที่ร้องไห้เธอยังคงร้องไห้ไม่หยุด ขอบคุณนะพี่กันยาที่เล่าให้ผมฟังพี่กันยารู้ไหมที่ผ่านมาพี่เก่งมากๆ เลยนะตอนนี้ผมรับรู้ทุกๆ ความรู้สึกของพี่

แม่ที่อยากมีชีวิตเพื่อลูก ในขณะเดียวกันการมีชีวิตอยู่แม้พี่เจ็บป่วยก็ยังห่วงลูก กลัวลูกลำบาก มากกว่านึกถึงตัวเองตัวเอง

ผมไม่เคยมีลูกนะ แต่ผมก็รับรู้ว่าพี่กันยารักลูกมากแค่ไหน เพราะผมก็ได้รับรู้ความรู้สึกนี้จากแม่ของผมพี่กันยาเอื้อมสองข้างมาจับมือผม ประนมมือและดึงขึ้นไปที่อกของเธอ

จากวันนี้ไปพี่กันยามาโรงพยาบาลไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะ พี่ยังมีผมและทีมประคับประคองผมเห็นรอยยิ้มของพี่กันยาเป็นครั้งแรกตั้งแต่พบกัน ความปวดของพี่ผมและทีมจะช่วยจัดการ

ค่าใช้จ่ายต่างๆ ผมจะให้นักสังคมสงเคราะห์ทีมผมเข้ามาช่วยเหลือนะครับมูลนิธิการุณรักษ์ได้ช่วยเหลือค่าเดินทางในการมาโรงพยาบาลแต่ละครั้ง จำนวนเงินอาจไม่ได้มากมาย แต่มันพอที่จะต่อชีวิตให้คนคนหนึ่งได้

ทำให้แม่ยังได้มีชีวิตเพื่อลูก ช่วยให้ความทุกข์ตลอด 9 ปีได้มีน้ำชโลมให้เจือจางลงบ้าง ให้รอยแผลเป็นของความเจ็บปวดได้เล็กลง คนที่ปรารถนาความตายคนที่ร้องขอการุณยฆาตเขาต้องทุกข์มากเพียงใด

เป็นเพราะโรคมะเร็งเหรอ? ความเจ็บปวด? ตัวเขาเอง? ความยากจนหรือเปล่า? ระบบสุขภาพมีส่วนมั้ย? ความเหลื่อมล้ำในสังคม? มีเหตุปัจจัยอย่างอื่น? หรือมันก็หลายๆ อย่างรวมกัน

แต่ผมรู้ว่าการดูแลประคับประคองหรือ Palliative care ที่ดีจะช่วยให้อยู่อย่างมีความหมาย และจากไปอย่างมีความสุขโดยไม่เร่งและไม่ยืดการตาย

ผมเองเคยคิดว่าตัวเองก็เป็นหมอที่รับฟังคนไข้ในระดับหนึ่ง แต่พี่กันยาสอนให้ผมต้องใส่ใจต่อความทุกข์ของคนไข้มากขึ้น มาโรงพยาบาลยังไงเหรอครับ?” อาจช่วยให้ใครบางคนไม่ต้องร้องขอความตาย พี่โชคดีที่ได้มาเจอหมอ

ลึกๆ แล้วผมไม่อยากให้การเข้าถึงการดูแลประคับประคองเป็นความโชคดีเลย ผมปรารถนาจะได้เห็นการสนับสนุนให้เกิดระบบการดูแลประคับประคองที่ดี สามารถเข้าถึงได้และเท่าเทียม

เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่ารวยหรือจน ชนชาติ ศาสนาใด คนไทยทุกคนควรมีสิทธิตายดีผมได้เข้าใจคำว่าเส้นทางชีวิตผู้ป่วย หรือ patient journey ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนผมจริงๆ

ผมขอเป็นกำลังใจให้คนกำลังเดินในเส้นทางของความเจ็บป่วยอยู่ หวังว่าจะมีใครสักคนหนึ่งที่ตอบรับและโอบกอดความทุกข์ของคุณอยู่นะครับ

(เรื่องราวและรูปภาพได้รับอนุญาตจากผู้ป่วยให้เผยแพร่เป็นวิทยาทาน)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน