ศพก. เปิดสาเหตุ ฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง กทม.ปริมณฑล-เหนือตอนล่าง–อีสาน จมฝุ่น คาด วันที่ 11 ม.ค.นี้ สถานการณ์ดีขึ้น แนะเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
วันที่ 8 ม.ค.2568 ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานการติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตรวจวัดได้ระหว่าง 38.5-95.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. พื้นที่ภาคเหนือ 12.4 – 78.7 มคก./ลบ.ม. และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 36.0 – 70.3 มคก./ลบ.ม. ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ทั้ง 3 ภูมิภาค มีค่าเกินมาตรฐาน
- หมอเตือน อันตราย PM2.5 ต้นตอความเสี่ยงโรคเพียบ งานวิจัยชี้กระตุ้นให้เกิดมะเร็ง
- คนกรุงอ่วม จม ฝุ่น PM 2.5 ระดับสีแดงทุกพื้นที่ กระทบสุขภาพ หนักสุดที่พระโขนง
จากการประเมินสาเหตุของฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่ามีสภาวะอากาศปิดใกล้ผิวพื้น และอัตราการระบายอากาศที่ลดต่ำลง ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้น ประกอบกับข้อมูลจุดความร้อนจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า รายงานว่า ในวานนี้ (7ม.ค.) ประเทศไทยพบจุดความร้อน 330 จุด โดยส่วนมากพบในพื้นที่เกษตร 178 จุด
ทั้งนี้ สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มีแนวโน้มสูงในช่วงระหว่างวันที่ 7-10 ม.ค. 2568 และจะคลี่คลายลงในช่วงตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป
ศกพ. ขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันดูแลสภาพเครื่องยนต์จากยานพาหนะเป็นประจำ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก เพื่อลดปริมาณการจราจร รวมถึงงดการเผาในที่โล่ง เพื่อเป็นการบรรเทาระดับความรุนแรงของฝุ่นละอองในพื้นที่ ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีฝุ่น PM2.5 เป็นสีแดง ขอให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้ง
หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองผ่านเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Air4Thai เพื่อประกอบการวางแผนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน