กรมควบคุมโรค ตั้งรับ ‘ไข้หวัดนก’ ระบาด ห่วงเกิดเชื้อดื้อยา เตรียมซักประวัติคนมาจากสหรัฐฯ อภ.เตรียมผลิตวัคซีนป้องกัน ขออย่าเพิ่งกังวล
วันที่ 8 ม.ค.2568 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) และนานาชาติ มีความเป็นห่วงเรื่องโรคไข้หวัดนก กับอหิวาตกโรคมากที่สุด อย่างไข้หวัดนกนั้นตอนนี้ตัวเชื้อไม่ได้มากับสัตว์ปีกอย่างเดียว แต่มาจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ได้ด้วย
เช่น ที่สหรัฐอเมริกาที่พบผู้ติดเชื้อนั้น หากมีการเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทย นอกจากจะซักประวัติว่ามีการสัมผัสสัตว์ปีกหรือไม่แล้ว ต้องมีการซักประวัติด้วยว่า เคยไปที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต่างๆ มาด้วยหรือไม่ ซึ่งเราจะเฝ้าระวังมากขึ้น
นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังให้ทีมทำเรื่องการควบคุม ป้องกันโรค อย่างยารักษาโรค ต้องไปอัพเดตว่ายังใช้ตัวเดิม คือ โอเซลทามิเวียร์ หรือกลุ่มใด มีการดื้อยาหรือไม่อย่างไร ซึ่งกำลังหารือร่วมกับกรมการแพทย์ เพื่อวางแนวทางการใช้ยารักษา
รวมถึงวัคซีนก็ต้องมีการคุยกันกับทางองค์การเภสัชกรรรมด้วย อย่างไรก็ตาม จุดใหญ่คือตอนนี้เรายังต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น มาตรการที่สำคัญคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ อย่าไปสัมผัสสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หลักการยังเหมือนเดิม
เมื่อถามว่า แปลว่ามีสัญญาณที่จะระบาดขึ้นมากหรือไม่ นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า มันมีสัญญาณในนานาชาติ และประเทศรอบๆ ข้างประเทศไทย
เมื่อถามย้ำว่าสัญญาณการระบาดเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า ฝรั่งกลัว และปีนี้มีการยกระดับอหิวาตกโรค กับไข้หวัดนก แต่ก็คิดว่า น่าจะเอาอยู่ทั้ง 2 เรื่อง ซึ่งไข้หวัดนกมันเป็นโรคระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) เหมือนโรคโควิด-19 ที่เราไม่คิดว่าจะเข้ามา สุดท้ายก็เข้ามา
“ทางไทยเองก็ต้องกังวล ต้องตื่นตัว และต้องเตรียมตัว โรคระบาดทุกอย่าง จะระบาดเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าเราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม” นพ.ภาณุมาศ กล่าว
เมื่อถามถึงอัตราการติดเชื้อ และอัตราการเสียชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตหรือไม่ นพ.ภาณุมาศ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี อยู่ที่เรารักษาได้หรือไม่ได้ ยารักษาลำดับแรกตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมคือ โอเซลล์ทามิเวียร์ แต่ก็ต้องเตรียมเผื่อมีการดื้อยาด้วย
ถามย้ำว่าจำเป็นต้องสั่งซื้อวัคซีนจากต่างประเทศหรือไม่ นพ.ภานุมาศ กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกยังไม่มีวัคซีนไข้หวัดนกโดยตรง แต่ขณะนี้กำลังพูดคุยกับองค์การเภสัชกรรมเรื่องวัคซีนอยู่เช่นกัน
ด้าน พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก ว่า ขณะนี้ อภ. เตรียมเปิดสายการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สำหรับป้องกันโรคไข้หวัดนกในเดือนมีนาคม 2568 นี้
ซึ่งจริงๆ อภ.เคยผลิตมาก่อนแล้ว เพียงแต่ไม่มีการระบาดจึงไม่ได้มีการผลิต ส่วนที่ยังไม่สามารถผลิตได้ทันทีตอนนี้ เนื่องจากติดการผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ได้รับการว่าจ้างตามสัญญาของทางสหรัฐอเมริกา
“สำหรับการผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกในเดือนมีนาคมนี้ จะเป็นสายพันธุ์ H5N2 เนื่องจากเวลาติดเชื้อเป็น H5N1 แต่เราไม่สามารถฉีดไวรัสตรงๆได้ การฉีดสายพันธุ์ H5N2สามารถป้องกันได้เช่นกัน ซึ่งเรามี Seed เชื้ออยู่ เบื้องต้นจะผลิต 2 แสนโดส แต่เรามีศักยภาพผลิตได้สูงถึง 5 แสนโดส” พญ.มิ่งขวัญ กล่าว
เมื่อถามว่าสายพันธุ์ดังกล่าวยังไม่ใช่สายพันธุ์ที่กำลังระบาดจะมีผลต่อการป้องกันหรือไม่ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า วัคซีนที่จะผลิตเป็นสายพันธุ์ H5N2 ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อจากสายพันธุ์ H5N1 แต่หากในอนาคตเกิดการเปลี่ยนสายพันธุ์ระบาดขึ้นมามาก ทางอภ.สามารถปรับเปลี่ยนการผลิตได้ เพราะหลักการผลิตเหมือนกัน อีกทั้ง ถึงตอนนั้นทางองค์การอนามัยโลกก็จะส่งสายพันธุ์ให้แต่ละประเทศเพื่อผลิต คล้ายๆตอนช่วงโควิดระบาด
“การเตรียมผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก เป็นการเตรียมความพร้อม อย่าเพิ่งกังวล ผลิตออกมาอาจไม่มีใครฉีดก็ได้ ส่วนที่ว่าหากต้องฉีด เมื่ออภ.ผลิตออกมาแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของทางกระทรวงสาธารณสุข
โดยกรมควบคุมโรค จะมีคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จะพิจารณาว่า กลุ่มไหนต้องได้รับการฉีดก่อน เช่น กลุ่มเสี่ยง บุคลากรทางการแพทย์ หรือกลุ่มใกล้ชิดสัมผัสสัตว์ปีก หรือฟาร์มสัตว์ต่างๆ เป็นต้น” ผู้อำนวยการอภ.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกช่วงเดือนมีนาคม จะเสร็จออกมาพร้อมใช้เมื่อไหร่ พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า ใช้เวลา 2 เดือน ประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 น่าจะได้ ซึ่งคาดว่าทันสถานการณ์ เพราะช่วงพีคจะประมาณเข้าฤดูฝน เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
พญ.มิ่งขวัญ กล่าวย้ำว่า ขณะนี้อย่าเพิ่งกังวล เพียงแต่เราต้องมีการเตรียมความพร้อม จึงต้องมีการผลิตวัคซีน เพื่อรองรับสถานการณ์หากเกิดการระบาด เนื่องจากต่างประเทศมีความกังวลเรื่องไข้หวัดนก
เมื่อถามว่าช่วงอายุของวัคซีนใช้ได้นานแค่ไหน พญ.มิ่งขวัญ กล่าวว่า หากเป็นวัคซีนฉุกเฉินมีตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี แต่วัคซีนนี้เราเคยผลิตแล้ว เพียงแต่ทิ้งช่วง จึงคิดว่าเมื่อผลิตแล้วน่าจะมีอายุถึง 2 ปีได้