หมอเตือน สูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อน (HTPs) เพิ่มความเสี่ยง NCDs สูงถึง 68% เสี่ยงมากกว่าสูบบุหรี่ธรรมดา สูบนานเกิน 3 ปี ยิ่งเสี่ยงเพิ่มเป็น 2 เท่า เสี่ยงต่อโรค NCDs จากภาวะเมทาบอลิกซินโดรม ชี้ โรค NCDs ทำไทยสูญเสียต้นทุนทางเศรษฐกิจ กว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี วอนพิจารณาคุมบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด

No description available.

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

วันที่ 6 ม.ค. รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดงานวิจัยใหม่ระบุ “สูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อน หรือ Heated tobacco products (HTPs) เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกลุ่มโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs สูงถึง 68% ซึ่งมากกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา” โดยงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยร่วมระหว่างนักวิจัยประเทศเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาติดตามกลุ่มตัวอย่าง 183,870 ราย ที่ไม่มีประวัติของภาวะเมทาบอลิกซินโดรม ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรค NCDs ได้แก่ ภาวะอ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันไม่ดีในเลือดสูง ไขมันดีในเลือดต่ำ เป็นเวลา 2 ปี (พ.ศ. 2562-2563)

เมื่อครบกำหนดได้ทำการตรวจร่างกายกลุ่มตัวอย่าง และหาความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดโรค NCDs กับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบ HTPs โดยได้มีการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรค NCDs เช่น อายุ เพศ การออกกำลังกาย การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่ธรรมดา

No description available.

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวต่อว่า ผลการศึกษาที่สำคัญสรุปได้ว่า 1.ความเสี่ยงของการเกิดโรค NCDs เพิ่มขึ้น 68% สำหรับผู้สูบบุหรี่ HTPs ในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ใด ๆ เลย 2.ในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ HTPs ที่ปัจจุบันไม่ได้สูบบุหรี่แบบธรรมดา ความเสี่ยงของการเกิดโรค NCDs จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อมีการสูบบุหรี่ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป 3.ความเสี่ยงของการเกิดโรค NCDs เพิ่มขึ้น 33% ในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ HTPs ที่สูบมากกว่า 16 ครั้งต่อวัน

4.การสูบบุหรี่ HTPs เสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs สูงกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นนี้ย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้า HTPs ไม่ได้ปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดาตามที่มีการกล่าวอ้างแล้ว แท้จริงแล้วเป็นผลิตภัณฑ์คนละประเภทแม้จะไม่มีการเผาไหม้ แต่ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยกว่า เพราะมีสารพิษที่แตกต่างกัน ซึ่งบุหรี่ HTPs มีสารพิษหลายชนิดที่สูงกว่าบุหรี่ธรรมดา และที่สำคัญองค์กรสุขภาพอย่างองค์การอาหารและยาสหรัฐ (US FDA) ก็ประกาศชัดเจนว่า ห้ามโฆษณาว่าบุหรี่ไฟฟ้า HTPs เป็นผลิตภัณฑ์ลดอันตราย ซึ่งนอกจากเรื่องอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานด้านสุขภาพใดในโลกที่รับรองว่าบุหรี่ไฟฟ้า HTPs ช่วยทำให้เลิกบุหรี่ธรรมดาได้

No description available.

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ออกมาแถลงข้อเสนอเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า 3 ทางเลือก ที่จะนำเข้าสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร โดย 2 ใน 3 ทางเลือกจะอนุญาตให้เปิดขายบุหรี่ไฟฟ้าแบบ HTPs ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยใหม่ชิ้นนี้ ทำให้ข้อเสนอดังกล่าวน่าจะขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขที่มีนโยบายลดการป่วยจากโรค NCDs ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข

No description available.

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

ซึ่งปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นเบาหวาน 6.5 ล้านคน ความดันโลหิตสูง 14 ล้านคน และเสียชีวิตจาก NCDs ปีละกว่า 400,000 ราย สูญเสียต้นทุนทางเศรษฐกิจ กว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี โดยเป็นค่ารักษาพยาบาลทางตรง 139,000 ล้านบาท และความสูญเสียทางอ้อม 1.5 ล้านล้านบาท

ดังนั้นหากจะมีการเปิดให้ขายบุหรี่แบบ HTPs ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs และเป็นการย้อนแย้งต่อนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้จะยิ่งทำให้ภาระโรคของ NCDs สูงมากขึ้นไปอีก จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน