ผอ.กองกฎหมาย ดีเอสไอ ให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง กรณี นายเอกภพ สายไหมต้องรอด หมิ่นปมเทวดา DSI ดูแล ดิไอคอน

ล่าสุดวันที่ 16 ม.ค. 2567 ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พนักงานสอบสวน เชิญ นายอำนวยชัย โฆษิตพานิชยกุล ผอ.กองกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าให้ปากคำและยื่นเอกสารตามที่ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ดำเนินคดีอาญากับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และมาตรา 328

นายอำนวยชัย เดินทางเข้าให้ปากคำกับ ร.ต.ท.ชัยอนันต์ ไชยบุตร รอง สว.(สอบสวน)สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อขอให้มีการดำเนินคดีกับ นายเอกภพ กับพวก ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

จากกรณีการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนบริเวณด้านหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 ได้กล่าวใส่ความว่า “เทวดา” ในหน่วยงานของรัฐหลายหน่วย ซึ่งหมายความรวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ความคุ้มครองดูแล บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้มีการนำเอาภาพข่าวที่ปรากฏตามหน้าสื่อฯ มามอบให้พนักงานสอบสวน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจรอให้ทางดีเอสไอทำการถอดเทปการให้สัมภาษณ์ของบุคคลดังกล่าวมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีใครบ้าง วันนี้จึงถือว่าเป็นการให้ถ้อยคำเบื้องต้น ซึ่งทางตำรวจจะยังไม่เรียก นายเอกภพ เข้าให้ปากคำแต่อย่างใด

โดยมีรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับนายเอกภพ และพวก ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงทำให้ทางพนักงานสอบสวนได้เชิญให้เจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเข้าให้การเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว ตามที่มีการร้องทุกข์ไว้

ส่วนการให้ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ตามกฏหมายแล้วทางพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ตั้งคำถามเพื่อพิสูจน์องค์ประกอบของการกระทำความผิด ว่ามีการกระทำความผิดตามที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษหรือไม่ และมีพยานหลักฐานอะไรที่จะมาสนับสนุนคำร้องทุกข์กล่าวโทษ

ส่วนใหญ่พนักงานสอบสวนจะมีการตั้งประเด็นคำถามเปิดเพื่อให้ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้อธิบายชี้แจง นอกจากนี้ ทางดีเอสไอจะได้มีการเตรียมเอกสารและพยานหลักฐานอื่น อาทิ คลิปวิดีโอ เป็นต้น เพื่อประกอบคำให้การว่าบุคคลดังกล่าวได้มีการพูดจริงหรือไม่ อย่างไร

ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ดีเอสไอมอบให้ไปพิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ พร้อมยืนยันว่าการร้องทุกข์กล่าวโทษของดีเอสไอไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปากแต่อย่างใด เนื่องด้วยดีเอสไอก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

กระทั่งพิสูจน์ทราบว่าประเด็นดังกล่าวไม่มีมูลความจริงตามที่มีการกล่าวพาดพิง ในเชิงกฎหมายหากดูองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยหลักแล้วจะตรงกันข้ามกับการติชมโดยสุจริต เพราะการติชมโดยสุจริต

คือ การพูดด้วยข้อเท็จจริง หรือข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีหลักฐานรองรับในการพูดนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นการพูดที่รู้อยู่แล้วว่าไม่ได้มีหลักฐานหรือข้อเท็จจริงหรือข้อมูลที่จะประกอบการพูด และยังเป็นการพูดที่ทำให้เกิดความเสียหาย ก็อาจจะไม่ใช่การติชมโดยสุจริต จึงอาจเข้าองค์ประกอบฐานหมิ่นประมาทได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน