สรุปดราม่า “แสตมป์” หายจากวงการไป 2 ปี เหตุโดนคุกคาม ปมอื่นเอี่ยวเพียบ แฟนคู่กรณีงัดหลักฐาน แย้ง ‘หนังคนละม้วน!’
วงการเพลงร้อนฉ่ารับต้นปี นาทีนี้หลายคนคงตั้งตารออ่านดราม่า “แสตมป์ อภิวัชร์” หลังออกมาระบายสาเหตุที่ต้องหายจากวงการไป 2 ปี เพราะพาภรรยาไปขึ้นศาลหลังถูกบุคคลไม่หวังดีคุกคาม แต่เรื่องไม่จบง่าย ๆ เพราะมีประเด็นอื่นรวมถึงคนในวงการเข้ามาเอี่ยว เรื่องราวเป็นมาอย่างไรวันนี้ทีมข่าวสดสรุปให้อ่าน
เปิดใจกลางเวทีโดนคุกคามต้องขึ้นศาล
ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โลกโซเชียลแห่แชร์วิดีโอ “แสตมป์ อภิวัชร์” ระบายกลางเวทีคอนเสิร์ตงานหนึ่ง เผยสาเหตุที่หายจากวงการไปนาน เพราะภรรยาถูกใส่ร้ายว่าเป็นคนบ้าและถูกคุกคาม จึงต้องขึ้นศาลฟ้องร้องกัน ซึ่งฝ่ายตนชนะคดีได้เงิน 1 ล้านบาท
ต่อมาวัน 15 ม.ค. 68 แสตมป์ได้เล่ารายละเอียดบนเวทีคอนเสิร์ตว่า มีบุคคลหนึ่งสร้างสถานการณ์ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับภรรยาของตน ทั้ง ๆ ที่คู่กรณีไม่รู้จักกับภรรยาเป็นการส่วนตัวมาก่อน ซึ่งสร้างความรำคาญใจมากว่า 10 ปี
ในปี 2565 มีแฟนของบุคคลนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำงานในวงดนตรีวงหนึ่ง ทำให้บุคคลนั้นมีป้ายห้อยคอที่สามารถเดินเข้าหลังเวทีได้ตามอำเภอใจ ในขณะที่ตนเล่นดนตรีอยู่บนเวที สองคนนั้นจะโฉบผ่านหน้าภรรยาตน บางวันก็มานั่งร้องไห้ใกล้ ๆ ทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเป็นการส่วนตัว ภรรยาแก้ปัญหาด้วยการบอกผู้จัดงานว่าขอไม่รับงานร่วมกับวงดนตรีวงนี้ไปก่อน
วันหนึ่ง ตนต้องไปเล่นร่วมกับวงดนตรีวงนี้และขอยกเลิกไม่ทัน ในงานสองคนนั้นบุกเข้ามาต่อว่าภรรยา อัดคลิปและนำไปบอกคนในวงการเพลงว่า บังเอิญเจอภรรยาตนหลังเวที และถูกคุกคามโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาทั้งสองคนก็ลาออกจากวงดนตรีนั้นไป และย้ายไปอยู่กับอีกวงดนตรีหนึ่ง ตนจึงขอไม่รับงานร่วมกับวงดนตรีนี้เพื่อความปลอดภัยเช่นเดิม
กระทั่ง 21 ต.ค. 2566 เจอบุคคลดังกล่าวดักรออยู่ที่งาน และทำเช่นเดิมคืออ้างว่าโดนภรรยาคุกคาม และอีกไม่วันต่อมา คู่กรณีทั้งสองคนได้ไปดักรอเจ้าของค่ายเพลงใหญ่ พร้อมเล่าว่าถูกคุกคามโดยภรรยาของตน ทางผู้บริหารจึงติดต่อมาเพื่อฟังเรื่องราวอีกด้าน และมองว่าฝั่งตนเดือดร้อนจึงไปขึ้นศาลเป็นพยานให้
ถูกข่มขู่-เพิกเฉย
แสตมป์เผยว่า ระหว่างที่ไปศาล พ่อของจำเลยเป็นทหารยศนายพลจากพิษณุโลกมาขึ้นศาลแทนลูก และบอกกำลังจะบรรจุเป็นองครักษ์ ขอให้ตนกับภรรยาถอนฟ้องลูกของเขา ไม่เช่นนั้นจะโดนยัดคดีทางการเมือง (กองทัพบกชี้แจงว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบ)
นอกจากนี้ นายพลท่านนี้เคยขับรถไปที่บ้านแม่ของตนและถ่ายรูปแม่ตนเก็บไว้ ภรรยาของนายพลท่านนี้ก็เคยมาดูคอนเสิร์ตตนปะปนในกลุ่มโอเพ่นแชท ซึ่งพวกตนโดนครอบครัวนี้คุกคามเรื่อย ๆ จนต้องสั่งให้แอดมินปิดโอเพ่นแชท
ทั้งนี้ ภรรยาตนชนะคดีได้ด้วยการรับสารภาพของจำเลยเอง เพราะยอมจำนนต่อหลักฐานในชั้นสืบพยาน มีการยกมือไหว้ขอโทษและรับปากว่าจะไม่ยุ่งกับภรรยาตนอีก อย่างไรก็ตาม ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา พวกตนยังถูกคนกลุ่มเดิมต่อว่า ตนจึงติดต่อไปที่วงดนตรีที่อีกฝั่งสังกัดอยู่แต่ได้รับการเมินเฉย จึงต้องเปิดศึกในสื่อ ใช้แสงที่มีออกมาต่อสู้เรื่องดังกล่าว
ชาวเน็ตแห่ขุดวาร์ป
กระแสร้อนขนาดนี้ ชาวเน็ตก็ไม่รอช้าแห่ขุดภาพหญิงสาวคู่กรณีในวันแต่งงานของเธอ ซึ่งปรากฏภาพเจ้าบ่าวถือหน้ากากที่เป็นใบหน้าของแสตมป์อยู่ด้วย (คู่กรณีเลิกรากับเจ้าบ่าวแล้ว เจ้าบ่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกรณีดังกล่าว)
ส่วนทางฝั่งวงดนตรีที่ถูกอ้างคือ “Tilly Birds” ได้ออกมาชี้แจงผ่านทางเพจว่า รู้จักกับคู่กรณีจริง โดยบุคคลดังกล่าวเป็นแฟนของ Sound Engineer (FOH) ประจำวง ซึ่งฝั่งตนได้ทราบและติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2566 แต่เนื่องจากเรื่องที่ได้รับจากทั้ง 2 ฝ่ายเป็นเรื่องที่ไม่ตรงกัน มองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจึงแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายไปตกลงกันเองให้จบสิ้น
นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้รับมาจากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย คือการฟ้องร้องใน ‘คดีชู้สาว’ มิใช่ ‘คดีคุกคาม’ และวงได้รับทราบว่าทั้งสองฝ่ายได้เจรจายอมความกันโดยมีค่าเสียหาย จึงวางใจว่าคดีความนี้จบลงไปแล้วและไม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวต่อ พร้อมยืนยันว่าไม่สนับสนุนการคุกคามหรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นแต่อย่างใดครับ
จากนั้นได้มีบุคคลในวงการบันเทิงบางส่วนได้โพสต์โซเชียล ในเชิงที่ว่า “ระวังคดีพลิก” ทำให้ประเด็นยิ่งได้รับความสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
ฝั่งคู่กรณีโต้เดือด ‘หนังคนละม้วน’
ต่อมา Sound Engineer แฟนหนุ่มของสาวคู่กรณีได้ออกมาชี้แจงว่า “เรื่องที่ว่ามานั้นไม่เป็นความจริง” และพวกตนไม่ใช่ “ซาแซง” ก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายต่างหากที่เป็นฝ่ายพยายามติดต่อแฟนของตนมาโดยตลอด ทั้งชักชวนให้ไปทำงาน มอบหมายงานให้ ซึ่งตัวแฟนหนุ่มไม่ได้พอใจ
ด้านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเวทีที่ถูกพาดพิงถึงขอชี้แจงว่า ขณะนั้นตนอยู่บริเวณนั้นคนเดียว และถูกภรรยาของนักร้องดังตะโกนด่าด้วยคำหยาบคาย จากนั้นก็ถูกนักร้องดังผลักอกอย่างรุนแรงจึงได้ถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่อป้องกันตัว ส่วนเรื่องของคดีนั้นถูกฟ้องจริงแต่ปัจจุบันคดีได้ยุติแล้ว พร้อมงัดหมายศาลมายืนยันว่า “ไม่มีคำตัดสินเรื่องคุกคาม แต่เป็นเรื่องชู้สาว”
สาเหตุที่แฟนสาวไม่ออกมาพูด เพราะขณะนี้สภาพจิตใจพังทลายมากจากการโดนตามอาฆาตมาตลอด มีการส่งจดหมายไปตามที่ต่าง ๆ ที่เคยทำงานเพื่อให้มีการเลิกจ้าง โทรหาบุคคลที่ตนทำงาน หรือเคยทำงานด้วย เพื่อให้พวกตนสองคนไม่มีงานทำ ตนจึงขอออกมาพูดแทน
ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ “ทนายเดชา” ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เจ้าของเพจ “ทนายคลายทุกข์” ได้เปิดเผยผ่านแฟนเพจระบุว่า ทางคู่กรณีของแสตมป์เตรียมแถลงข่าวที่ทนายคลายทุกข์เร็วๆนี้
แม้จะมีการตอบโต้ระหว่างทั้งสองฝ่าย แต่ชาวเน็ตหลายคนมองว่า ประเด็นครั้งนี้คือการ “โดนคุกคาม” ที่มีการถูกทหารข่มขู่และการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่ควรโฟกัสเรื่องถูกฟ้องร้องด้วยประเด็นอื่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง


