เป็นโพสต์จากแพทย์รายหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ที่โพสต์เรื่องราวของผู้ป่วยเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ หลังจากเด็กชั้นประถม 2 ตาบอดอย่างกะทันหัน
โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกโพสต์ว่า เด็กรายหนึ่งได้แจ้งให้ครูทราบว่า มองอะไรไม่เห็นเลย จากนั้นโรงเรียนได้ประสานผู้ปกครองและนำตัวส่งโรงพยาบาลในทันที ซึ่งผลวินิจฉัยพบว่า ตาทั้งสองข้างของเด็กบอดสนิท จากการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดพบว่า เด็กขาดวิตามินเออย่างรุนแรง
เมื่อซักประวัติก็พบว่า ผู้ปกครองให้เด็กรับประทานแต่อาหารแปรรูป เช่น นักเก็ต ไส้กรอก คุกกี้ ซึ่งสิ่งที่น่าเสียใจคือ ตาบอดลักษณะดังกล่าว เด็กจะต้องตาบอดไปอย่างถาวร
แพทย์ท่านนี้ได้ให้ความเห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่า สาเหตุเป็นเพราะชีวิตที่เร่งรีบเกินไป พ่อแม่ไม่มีเวลาทำอาหารให้ลูกกินเอง แต่ก็ควรพยายามหาสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับเด็ก พยายามบังคับให้เด็กกินสิ่งที่มีประโยชน์ให้ได้ เพราะวิตามินและอาหารเสริมไม่สามารถทดแทน อาหารจริงๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้ แม้แต่ข้าวราดไข่ดาว เหยาะซีอิ้ว ก็ยังมีประโยชน์กว่าอาหารแปรรูป
วิตามินเอ มีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย ช่วยในเรื่องการมองเห็น ระบบเผาผลาญ และการเจริญเติบโตของเซลล์ต่าง ๆ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้ดีขึ้น ร่างกายของคนเราไม่สามารถผลิตวิตามินเอได้เอง จึงจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอเป็นส่วนประกอบ
ทั้งนี้ วิตามินเอนั้นจำเป็นต่อการผลิตเม็ดสีที่สำคัญต่อการทำงานของจอประสาทตา หากได้รับวิตามินเอไม่เพียงพอจะทำให้การผลิตเม็ดสีดังกล่าวไม่เพียงพอจนนำไปสู่อาการตาบอดกลางคืน วิตามินเอยังช่วยทำให้จอประสาทตาชุ่มชื่น ไม่แห้งเกินไปเพราะอาจทำให้จอประสาทตาถูกทำลาย จนเกิดปัญหาหรือสูญเสียการมองเห็น