‘พอร์ช-อาม’ เปิดใจหลังจดทะเบียนสมรส เผยดีใจน้ำตาไหล เกินฝันว่าวันนี้จะเกิดขึ้นจริง ๆ ในวันที่ความรักของคนทุกคนได้รับการยอมรับ เพราะเรามีสิทธิ์เหมือนกับมนุษย์ทุก ๆ คน
วันที่ 23 ม.ค. 68 “พอร์ช อภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี – อาม สัพพัญญู ปนาทกูล” คู่รักต้นแบบ LGBTQ+ จูงมือจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่สำนักงานเขตพระนคร ซึ่งถือเป็นคู่รัก LGBTQ+ คู่แรกของเขต หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย บังคับใช้อย่างเป็นทางการเป็นวันแรก
พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวว่า มันปลื้มใจ เกินฝันว่าวันนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ ในวันที่ความรักของคนทุกคนได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าเท่าเทียมกัน
ด้าน อาม สัพพัญญู กล่าวเสริมว่า มันเกินกว่าที่เราจะจินตนาการไปแล้วว่ามันจะมีวันนี้จริง ๆ วันที่เราได้จดปากกาลงในทะเบียนสมรสกับคนที่เรารักซึ่งเป็นเพศเดียวกัน

ในโมเมนต์ที่จดทะเบียนสมรสกัน พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวว่า น้ำตาซึมน้ำตาไหลออกมาเลย รู้สึกว่านี่เราฝันอยู่ใช่ไหม วันที่เราได้มาจดทะเบียนเป็นคู่สมรสกันจริง ๆ มันเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ที่ประเทศไทย
ด้านคุณอามบอกว่า
เมื่อคืนยังคุยกันอยู่เลยว่า ไม่ตื่นเต้น ชิล ไม่มีอะไรหรอก แต่พอเอาจริง ๆ ตั้งแต่ที่นั่งตรงเคาน์เตอร์แล้ว ใจมันเต้นตึก ๆ แล้วก็เหมือนแฟลชแบ็คย้อนกลับไปว่า วันนี้แหละคือวันที่เราต่อสู้กันมา วันที่ประชาชนคนไทยทุกคนรอคอย วันที่ทุกคนจะได้เห็นว่า เรามีสิทธิ์เหมือนกับมนุษย์ทุก ๆ คน

ในเรื่องของความพร้อมในการจดทะเบียน ตนแนะนำว่า ต้องเตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านเอาติดมาก็ดี แล้วก็พยาน 2 คน รวมถึงบัตรประชาชนของพยานทั้งคู่ และที่สำคัญคือความรัก
ส่วนสาเหตุที่เลือกมาจดทะเบียนที่สำนักเขตพระนคร เพราะตนเกิดเขตพระนคร แล้วก็เรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งอยู่ในเขตพระนคร ส่วนอาร์มก็โตที่เขตพระนคร แล้วก็เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเขตนี้ถือเป็นเขตที่เราทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตและผูกพันกัน นอกจากนี้ยังเห็นว่าตึกที่เขตนี้สวยมาก

นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์ โยนช่อดอกไม้จากชั้นดาดฟ้าของสำนักงานเขต หลังจดทะเบียนด้วย เพราะดอกไม้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการส่งต่อความรักให้ทุก ๆ คน คนที่ได้รับก็ยินดีด้วย ส่วนคนที่ไม่ได้รับก็ได้ความรักไปเหมือนกันแหละ
อาม สัพพัญญู กล่าวเสริมว่า ก็เป็นการส่งต่อความรักไป เชื่อว่าเมสเสจที่ตนส่งเป็นเมสเสจที่สตรองมาก อยากจะส่งผ่านดอกไม้ที่เราโยนไปเมื่อสักครู่

การใช้ชีวิตคู่หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากนี้เราก็ใช้ชีวิตคู่ต่อกันไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย ตนเปรียบเสมือนว่าทะเบียนสมรสใบนี้เป็นเข็มขัดนิรภัยเวลาเรานั่งรถ เราเพิ่งได้รับอนุญาตให้คาดเข็มขัดนิรภัยแบบนี้ได้
เราไม่รู้หรอกว่าเราจะได้ใช้มันไหมในอนาคต เราอาจจะลงจากรถคันนี้ไปโดยที่ไม่เกิดอะไรขึ้นก็ได้ แต่ถ้าวันนึงเราต้องการใช้มัน เราก็อุ่นใจว่ามีสิ่งที่คอยช่วยเหลือ ประคับประคองเราอยู่ด้วยกฎหมาย
ด้าน อาม สัพพัญญู กล่าวเสริมว่า วันนี้ที่เราได้จดทะเบียน มันทำให้เราได้เห็นว่า ความรักของเราได้รับการยอมรับบางอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเลย หากถามว่าไม่มีกฎหมายแล้ว เรารักกันได้ไหม เรารักกันได้นะ แต่จะดีกว่าไหม ถ้ามีกฎหมายมาคอยโอบอุ้ม มารองรับเรา

ทั้งนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมคุ้มครองสวัสดิการโดยเฉพาะสวัสดิการทางการแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นหลักที่สำคัญมากและยังมีเรื่องมรดก การทำธุรกิจร่วมกัน การทำธุรกรรมร่วมกัน
ด้านคุณพอร์ช กล่าวเสริมถึงเรื่องรับบุตรบุญธรรม ที่เป็นการสร้างครอบครัวให้เติบโตไปอย่างสมบูรณ์ วันนึงเราอาจจะมีพอร์ชอามน้อย ๆ วิ่งไปวิ่งมา เพราะเรื่องการมีลูก เราทั้งคู่วางแผนไว้เมื่อเราพร้อม ความพร้อมในการมีลูกเป็นสิ่งสำคัญในสังคมปัจจุบัน เราไม่ได้ปิดโอกาสตัวเองแต่ต้องดูความพร้อม ทั้งนี้น่าจะรีบมีเพราะว่าอายุก็เริ่มจะเยอะแล้ว
อาม สัพพัญญู กล่าวต่อว่า จริงๆเป็นคนรักเด็ก ชอบเล่นกับเด็ก ตอนนี้ก็เลี้ยงหลานอยู่ คิดว่าถ้าเรามีลูกก็น่าจะเติมเต็มชีวิตเราได้ดี แต่ก็อย่างที่พี่พอร์ชพูด ถ้ามีก็ต้องมีเมื่อพร้อมจริง ๆ
พอร์ช จึงตอบกลับว่า อาจจะต้องรีบมีแล้วด้วยไหม ถือว่าทั้งคู่อยากมีลูก อย่างล่าสุดในวันแต่งงาน มีหลานมาเดินโปรยดอกไม้ เราก็กลับไปคุยกันว่า ถ้ามีพอร์ชอามตัวน้อย ๆ ก็คงเป็นภาพที่น่ารักดี แต่ลูกก็จะไม่ได้ตัวน้อย ๆ ตลอดไป
เราต้องดูแลเขาให้พร้อมเติบโตขึ้นมาในสังคมปัจจุบันอย่างมีความสุขและปลอดภัย ซึ่งก็จะโยงไปเลยว่า มีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ ประชาชนคนไทยยังต้องเรียกร้องกันต่อไป เพื่อให้ชีวิตในรุ่นต่อๆไปเติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรง
ตนมั่นใจว่า 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทุกคนที่ต่อสู้กันด้วยความหวังกันมาเพื่อโมเมนต์นี้ ไม่ว่าพวกเขาจะได้เห็นหรือไม่ แต่ตนมั่นใจว่าพวกเขาต้องดีใจมากที่วันนี้สำเร็จแล้ว
อาม สัพพัญญู กล่าวว่า การที่วันนี้มาถึง ก็ต้องขอบคุณบรรพบุรุษ รุ่นปู่รุ่นย่าที่ต่อสู้กันมากว่า 20 กว่าปี จนได้มาซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเทียมในวันนี้ ถ้าไม่มีพวกเขาเหล่านั้นคอยสู้มาเพื่อเรา มันก็ไม่มีวันสำหรับเราหรอก

ด้านคุณแม่ของคุณพอร์และคุณอามที่มาร่วมเป็นพยานในวันนี้ พอร์ช เล่าว่า คุณแม่ปลื้มมาก ดีใจ ถามใหญ่เลยว่า แม่แต่งตัวสวยหรือยัง แม่เราทั้งสองคนก็ซัพพอร์ตความรักของเรามาโดยตลอดโดยที่ไม่เคยมองว่าลูกเป็น LGBTQ+ เป็นผู้ชายหรือเป็นผู้หญิงอะไรก็แล้ว แต่ลูกก็คือลูก อยากมีความรัก อยากมีครอบครัว เขาก็ซัพพอร์ต
อาม สัพพัญญู พูดเสริมอีกว่า แม่ถามต่อเผื่อไปด้วยว่าเปลี่ยนนามสกุลกันไหม ใครจะเปลี่ยนไปหาใครอะไรยังไง ซึ่งตนก็กล่าวว่า จะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลพี่พอร์ช ส่วนทะเบียนสมรส ตนมองว่าเป็นเรื่องคำมั่นสัญญาทางกฎหมาย ว่าเราจะซัพพอร์ตกันไปโดยมีกฎหมายช่วยเหลือเรา
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำธุรกิจ เรื่องสวัสดิการหรือวันนึงถ้าเราต้องการความช่วยเหลือจากกฎหมาย นี่คือคำสัญญาที่เรามีให้กัน ในวันแต่งงาน เราสัญญากันทางใจ วันนี้เรามาสัญญาด้วยกันทางกฎหมาย
จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ กล่าวความในใจและบอกรักกัน โดยคุณพอร์ชกล่าวว่า “รักนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมา และทำให้ภาพที่สวยที่สุดที่เราคุยกันไว้ได้เกิดขึ้นจริงๆ ก็คืออยู่กันไปจนกลายเป็นคนชราไปด้วยกัน”
คุณอาร์มกล่าวว่า “อยากบอกพี่พอร์ชว่า รักพี่ พอร์ชเหมือนกัน ก็จะอยู่ข้างๆไป จนวันนั้นที่เราวางไว้ฝันไว้ ก็จะอยู่ข้างข้างๆไปตลอด”