ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ท. เพิ่มอำนาจไต่สวนชี้มูล-ออกหมายจับ เจ้าหน้าที่รัฐ แก้ปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 โดยพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ให้ใช้บังคับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีการแก้ไขหลักการในสาระสำคัญและเพิ่มหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนคดีให้กับสำนักงาน ป.ป.ท. ดังนี้

1.แก้ไขบทนิยามคำว่า “ประพฤติมิชอบ” โดยกำหนดให้การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ การกระทําความผิดทางวินัย แต่ไม่รวมถึงทุจริตต่อหน้าที่ เป็นความผิดประพฤติมิชอบ เพื่อให้สํานักงาน ป.ป.ท. มีอํานาจในการดําเนินคดีวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานความผิดประพฤติมิชอบด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอมอบหมายจากหน่วยงานอื่น

2.การรับส่งสํานวนคดีทุจริตต่อหน้าที่จากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการบัญญัติรองรับทั้งมอบหมายเป็นการทั่วไป และมอบเป็นเรื่องๆ ไป ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

3.ระยะเวลาดําเนินการไต่สวน ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยให้เริ่มดําเนินการไต่สวนภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง และต้องดําเนินการไต่สวนให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ขอขยายได้ไม่เกิน 3 ปี เว้นแต่ เป็นคดีที่ต้องไต่สวนหรือขอรับเอกสารจากต่างประเทศให้ขยายระยะเวลาออกไปเท่าที่จําเป็น แต่รวมแล้วไม่เกิน 5 ปี

4.การดําเนินการทางวินัย ผู้บังคับบัญชาต้องลงโทษตามฐานความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ชี้มูลภายใน 60 วัน และหากไม่ดําเนินการโดยไม่มีเหตุอันควร ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

5.การออกหมายจับและอํานาจในการจับกุมผู้กระทําผิด กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือผู้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมาย มีอํานาจดําเนินการโดยตรงในการยื่นคำร้องขอให้ศาลที่มีเขตอํานาจ ออกหมายจับ เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูล หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนี และในการจับหรือควบคุมตัว

คณะกรรมการ ป.ป.ท. จะมอบหมาย พนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจ ดําเนินการแทนก็ได้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบของสำนักงาน ป.ป.ท. มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันยิ่งขึ้น

อ่านฉบับเต็ม คลิก https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/51917.pdf

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน