แม่ร่ำไห้ ยกมือไหว้ ถูกมิจฉาชีพสวมรอย นำภาพลูกป่วยรับบริจาค ทักไปก็ถูกบล็อกกลับ เผยลำบากมากไม่มีเงินรักษาลูก วอนหน่วยงานช่วยเหลือ
กรณีแม่คนหนึ่งเข้าร้องเรียน หลังถูกมิจฉาชีพแอบอ้าง เอารูปแม่และลูกที่ป่วยโรคตับแข็ง ไปโพสต์ขอความช่วยเหลือรับเงินบริจาค เพื่อหาเงินเข้าตัวเอง แม่ร่ำไห้ยกมือไหว้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงาน เนื่องจากครอบครัวลำบาก ไม่มีเงินพอรักษาลูก
เมื่อวันที่ 21 ก.พ.68 คุณดา แม่ผู้เสียหาย ที่ถูกมิจฉาชีพแอบอ้าง นำภาพลูกที่ป่วยไปโพสต์ลงในโซเชียล เปิดรับเงินบริจาค เข้าร้องเรียนและเปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ลูกของตนป่วยเป็นโรคตับแข็งตั้งแต่กำเนิด ตอนน้องป่วยแรกๆ คุณหมอแจ้งว่า น้องต้องรักษาต้องใช้เงิน
รวมถึงค่าเดินทางหลายๆอย่าง ตนเลยติดต่อไปทางเพจหลายๆ เพจ เพื่อจะขอความช่วยเหลือ รวมถึงตนเคยโพสต์เรื่องราวของน้องด้วยตัวเอง เพื่อขอเปิดรับบริจาคค่ารักษา ตั้งแต่ตอนที่น้องอายุ 4 เดือน แต่พอตนเป็นคนโพสต์เอง ก็ไม่ค่อยมีคนเห็น ทางหลายๆเพจก็มาคอมเมนต์ว่า จะให้ช่วยไหม ตนก็ได้รับความช่วยเหลือไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเปิดโทรศัพท์ แล้วมีข้อความเด้งเข้ามาจากหลายเพจ ว่ามีมิจฉาชีพแอบอ้างเอารูปตนและลูกไปโพสต์ลง เพื่อจะขอเปิดรับเงินบริจาค จึงคาดว่ามีคนไปนำรูปน้องมาจากโพสต์ที่ตนเคยโพสต์ขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นรูปนานแล้วแต่เพิ่งเปิดรับริจาค โดยชื่อบัญชีกับชื่อแม่ก็ไม่ตรงกัน ทำให้เงินไม่เข้าบัญชีของตนเลยสักบาท ทางเพจแจ้งมาว่า เขาได้เงินไปค่อนข้างเยอะ เพราะโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ไปกว่า 1,200 แชร์
“เมื่อวานมีโพสต์จากมิจฉาชีพแบบนี้ 1 คน วันนี้อีก 1 คน รวมเป็น 2 คน วันนี้จึงเข้าไปแจ้งความแล้ว เบื้องต้นทราบชื่อของมิจฉาชีพผู้ก่อเหตุ แต่พอทักไปก็กลับถูกบล็อกกลับ ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับเขามาก่อน” คุณดา กล่าว
คุณดา กล่าวต่อว่า ครอบครัวตนมีลูก 5 คน อีก 4 คน อยู่กับตากับยาย คุณพ่อน้อง มีอาชีพเป็นรปภ. เป็นคนที่ทำงานคนเดียว เนื่องจากตนต้องคอยดูแลน้อง จริงๆ ก็อยากไปทำงาน เคยพยายามไปทำงานอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วฝากน้องไว้กับคนอื่น ยังไม่ทันได้เงินด้วยซ้ำ น้องก็ป่วยติดเชื้อรุนแรง จึงต้องออกจากงานไปดูแลน้อง
ลูกต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ทุกๆเดือนๆ นึงก็ 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งต้องใช้เงินเยอะมาก อาการน้องก็ยังไม่ดีขึ้น ยังทรงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ต้องทานยากดภูมิตลอดชีวิต ค่าใช้จ่ายสูง ใจจริงตนก็อยากเปิดรับบริจาค อยากให้มีคนมาช่วยในส่วนนี้ แต่พอตนโพสต์ขอความช่วยเหลือเอง ก็มีบางคนเข้ามาคอมเมนต์หาว่า ตนเป็นมิจฉาชีพ ถามว่าใช่แม่ของน้องจริงหรือเปล่า ทำไมต้องเอาน้องมาหากินด้วย ทำไมแม่ไม่ทำงาน ทำไมต้องมาขอเงินแบบนี้
“รู้สึกเสียใจมาก เพราะว่าครอบครัวก็ลำบากอยู่แล้ว ทำไมเขาต้องเอาเราสองคนไปทำแบบนี้ด้วย อยากให้สื่อช่วยจับตัวมิจฉาชีพให้ได้ เพราะว่าเขาทำหลายครั้งแล้ว ไปแจ้งความ แต่ก็ทำอะไรต่อไม่ได้ ยังไม่ได้อะไรกลับมา ผู้ก่อเหตุก็ยังคงกระทำแบบเดิมต่อไป ยังเอารูปน้องไปทำต่อ และไม่ใช่เฉพาะรูปน้อง แต่ยังมีรูปของเด็กๆที่ป่วยเป็นโรคตับอีกหลายเคส ที่โดนเอารูปไปแอบอ้างรับเงินบริจาค มองว่ามันเหมือนกับเป็นการเอา อาการป่วยของเด็กที่ป่วยจริงๆ มาหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง” คุณดา กล่าว
คุณดา กล่าวต่อว่า ฝากถึงผู้ก่อเหตุว่าอยากให้คิดหน่อย เลิกทำเถอะ เพราะว่าคนที่เขาลำบากจริงๆ เขาก็อยากทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ดันโดนมิจฉาชีพตัดหน้าไปแบบนี้ ให้คิดหน่อยว่าเด็กที่เขาป่วยจริงๆหลายคน แต่คุณเอาเขามาแอบอ้างแบบนี้ อยากให้คนเหล่านี้ทำงานหาเงินอย่างสุจริต ตนก็ยังอยากทำงาน ไม่อยากอยู่ในจุดนี้เหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้น แม่ดาก็ร้องไห้ออกมา พร้อมยกมือไหว้บอกว่า อยากได้ความช่วยเหลือจริงๆ อยากให้ใครก็ได้เข้ามาช่วยน้อง ครอบครัวตนลำบากมากๆ บางเดือนไม่มีค่านม เพราะต้องไปจ่ายค่ายาน้อง ค่าใช้จ่ายก็สูงและเยอะมากๆ ถ้ามีส่วนต่าง บางทีตนไม่มีเงิน ก็เอาไปลงสังคมสงเคราะห์ เดือนนึง 3-4 รอบ
พอลงไปหลายๆครั้ง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ทำไมไม่หาทางอื่น หาคนเข้ามามาช่วยในจุดนี้ไหม อยากให้ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข มารับเป็นคนไข้ ช่วยในส่วนต่างค่าใช้จ่ายของน้อง





