แพทย์เปิด 5 สาเหตุ อาการชาที่มือ แนะถ้าสะบัดมือไม่หาย หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง

หลาย ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์มืออาการชา นายแพทย์เสีย ปิงเสียน แพทย์ประสาทศัลยศาสตร์ ชี้ว่า การนอนทับมือ การใช้สมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน หรือการพิมพ์คอมพิวเตอร์ล้วนทำให้เกิดความรู้สึกชาชั่วคราว โดยทั่วไปอาการชาที่เกิดจากท่าทางที่ไม่ถูกต้องจะดีขึ้นหลังจากสะบัดมือ

แต่หากการเคลื่อนไหวที่ละเอียดของนิ้วมือไม่คล่องแคล่ว อาจเป็นปัญหาจากกระดูกงอกไปกดทับ นายแพทย์เสีย ปิงเสียนยังเตือนว่า หากเกิดอาการชาที่แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน แม้กระทั่งส่งผลต่อการพูดหรือกล้ามเนื้อใบหน้า อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอช้า

จะแยกแยะอาการชาที่มือประเภทต่างๆ ได้อย่างไร? นายแพทย์เสียได้ให้ความรู้ในเพจของเขาว่า สาเหตุของอาการชาที่มือมีหลายประการ อาจเป็นเพียงท่าทางที่ไม่ถูกต้อง แต่กลุ่ม​โรคพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal tunnel syndrome) และโรคเบาหวานก็อาจทำให้เกิดอาการชาที่มือได้เช่นกัน โดย 5 สาเหตุทั่วไปของอาการชาที่มือ ได้แก่

1. ท่าทางไม่ถูกต้อง อาการชาที่มือหลังจากอยู่ในท่าเดียวเป็นเวลานานเป็นกรณีที่พบบ่อยที่สุด เช่น การนอนทับมือ หรือการใช้สมาร์ตโฟนหรือพิมพ์คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่มือไม่ดี จึงเกิดความรู้สึกชาชั่วคราว โดยทั่วไปหลังจากสะบัดมือแล้ว อาการชาจะดีขึ้น นอกจากนี้ อาจมีอาการมือเย็นหรือรู้สึกเสียวเล็กน้อย

2. ปัญหากระดูกคอ าการชาที่มือประเภทนี้มักมาพร้อมกับอาการปวดเกร็งที่ไหล่และคอ นอกจากนี้ ความรู้สึกชาอาจลามจากนิ้วมือไปถึงแขน หากอยู่ในท่าก้มศีรษะเป็นเวลานาน อาการชาที่มือจะรุนแรงขึ้น

สาเหตุทั่วไปอาจเป็นการก้มศีรษะหรือโน้มตัวใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน ทำให้เกิดหมอนรองกระดูกคอเคลื่อนหรือกระดูกงอกไปกดทับ “รากประสาทกระดูกคอ” ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการชาที่มือ แขนอ่อนแรง หรือการเคลื่อนไหวละเอียดไม่คล่องแคล่ว

3. การกดทับเส้นประสาทส่วนปลาย โดยเกิดอาการชาเฉพาะที่นิ้วมือ ฝ่ามือ หรือเฉพาะนิ้วบางนิ้ว อาจชัดเจนมากขึ้นในเวลากลางคืน และอาการชายังคงอยู่แม้หลังจากสะบัดมือหรือนวด เส้นประสาทส่วนปลายที่แขนรวมถึง “เส้นประสาทมีเดียน” และ “เส้นประสาทอัลนาร์”

​กลุ่มอาการโรคพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal tunnel syndrome) คือการกดทับเส้นประสาทมีเดียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง บางครั้งรวมถึงนิ้วนาง เกิดจากเส้นประสาทมีเดียนที่ข้อมือถูกกดทับ ทำให้เกิดอาการชา รู้สึกเสียวแปลบ และอาจส่งผลต่อความสามารถในการจับยึด

4. การไหลเวียนเลือดไม่ดีจะมีอาการมือเย็น ซีด หรือมีสีม่วง อาการชาจะชัดเจนเป็นพิเศษในอากาศหนาว บางครั้งอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรงและเหนื่อยล้าร่วมด้วย อาจเกิดจากภาวะหลอดเลือดแข็ง กล่าวคือเมื่อหลอดเลือดแคบลง เลือดที่ไปเลี้ยงมือลดลง ทำให้มือรู้สึกชาหรือเย็น

5. โรคทางอายุรกรรม อาการชาที่มือประเภทนี้มักไม่หายไปและอาจส่งผลต่อกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาจมีอาการอ่อนเพลียทั้งตัว เหนื่อยล้า หรือความผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกายร่วมด้วย นอกจากนี้ อาจส่งผลต่อทั้งสองมือหรือทั้งสองเท้า สาเหตุทั่วไปคือภาวะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมจากเบาหวาน

เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำลายเส้นประสาท ทำให้การรับรู้อุณหภูมิและความเจ็บปวดที่มือและเท้าลดลง หรือแม้กระทั่งเกิดอาการชาต่อเนื่อง หากเกิดอาการชาที่แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน แม้กระทั่งส่งผลต่อการพูดหรือกล้ามเนื้อใบหน้า อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน