ลอยกระทง 14 พ.ย. ชมพระจันทร์เต็มดวง ‘ซูเปอร์ ฟูลมูน” ในรอบ 68 ปี ไทยจัดกิจกรรมดูปรากฏการณ์ ทั่ว ประเทศมท.ออกกฎเหล็กคุมเข้มปล่อยโคม-ดอกไม้เพลิง หวั่นเกิดอุบัติเหตุเช่นทุกปี ด้าน ทอท.เตือนเผื่อเวลาก่อนเดินทางด้วยเครื่องบิน
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รอง ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กล่าวว่า ในคืนวันที่ 14 พ.ย. ดวงจันทร์เต็มดวงจะปรากฏในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ที่ระยะห่างประมาณ 356,511 ก.ม. และยังเป็นการโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดในรอบ 68 ปี นับตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. 2491 ที่ระยะห่าง 356,462 ก.ม. จะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดใหญ่ใกล้โลกมากที่สุดประมาณ 14% และมีความสว่างมากกว่าราว 30% หรือ “ซูเปอร์ฟูลมูน” ในวันที่ 14 พ.ย. จะเห็นดวงจันทร์เต็มดวงได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออกหลังอาทิตย์ตก ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป และวันดังกล่าวยังตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันลอยกระทงของไทยอีกด้วย
ดร.ศรัณย์กล่าวว่า สดร.จัดกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบ 68 ปี 3 จุด ที่จ.เชียงใหม่ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยงานดาราศาสตร์เครือข่ายอีกกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ
นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า สั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงวันที่ 14 พ.ย. ซึ่งมีการเล่นดอกไม้เพลิง จุดพลุ ตะไล ปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงให้ทุกจังหวัดกำชับการพิจารณาอนุญาตการจุดและปล่อย และมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัย ส่วนกรณีที่จังหวัดใดยังไม่ได้ประกาศดังกล่าว ห้ามนายอำเภอสั่งอนุญาตโดยเด็ดขาด และให้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอก่อน หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้นายทะเบียนท้องที่และเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ แนะนำร้านค้าที่จำหน่ายดอกไม้เพลิงและแหล่งผลิตให้ปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด ห้ามจำหน่ายดอกไม้เพลิงนอกเหนือจากสถานที่ค้าที่ได้รับอนุญาต ประชาชนแจ้งขอรับการช่วยเหลือได้ที่ โทร.สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ช.ม.
ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ในส่วนของทอท. ผู้บริหารท่าอากาศยานหลัก 6 แห่งของประเทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ดอนเมือง (ทดม.) ภูเก็ต (ทภก.) เชียงใหม่ (ทชม.) แม่ฟ้าหลวงเชียงราย (ทชร.) และหาดใหญ่ (ทหญ.) ขอความร่วมมือหน่วยงานและชุมชนโดยรอบท่าอากาศ ยานระวังการปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง การจุดพลุ ดอกไม้ไฟ การฉายลำแสงขึ้นบนท้องฟ้า และวัตถุที่เป็นอันตรายต่อการบินในช่วงเทศกาลลอยกระทง ที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อการบินของอากาศยาน ให้ปล่อยโคมลอย โคมไฟ วันที่ 14 พ.ย. เวลา 19.00-01.00 น. โคมควันปล่อยได้ในเวลา 10.00-12.00 น. ส่วนทชร.ประกาศปล่อยโคมลอยเวลา 21.00-01.00 น. วันที่ 13-15 พ.ย. ปล่อยโคมควัน 10.00-12.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ทชม.และทชร.ขอความร่วมมือสายการบินที่จะทำการบินในช่วงวันดังกล่าวหลีกเลี่ยงการจัดตารางบินขึ้น-ลง ที่ทชม.และทชร.หลังเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14-15 พ.ย.ด้วย
“ในช่วงเทศกาลลอยกระทงจะมีผู้โดย สารใช้บริการท่าอากาศยานจำนวนมาก ทอท.จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารให้เดินทางถึงท่าอากาศยานเร็วกว่าปกติ หากบินระหว่างประเทศให้เผื่อเวลาล่วงหน้า 3 ช.ม.ก่อนเวลาเครื่องบินออก และ 2 ช.ม.ก่อนเวลาเครื่องบินออกสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ สอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ที่ เอโอที คอนแท็กต์ เซ็นเตอร์ โทร.1722” นายนิตินัยกล่าว
สำหรับชนิดและขนาดของโคมลอย โคมไฟ หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันที่จะจุดและปล่อยขึ้นไปสู่อากาศจะต้องมีขนาดและรูปแบบของโคมลอยตามมาตรฐานตัวโคมมีปริมาตรไม่เกิน 1 ลบ.ม. เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 90 ซ.ม. สูงไม่เกิน 140 ซ.ม. ทำจากวัสดุธรรมชาติและเชื้อเพลิงทำจากกระดาษชุบเทียนขี้ผึ้งหรือพาราฟิน น้ำหนักไม่เกิน 55 กรัม ระยะเวลาการเผาไหม้ไม่เกิน 8 นาที และห้ามพ่วงหรือผูกติดพลุ ดอกไม้ไฟ หรือสิ่งอื่นใดกับโคมขณะปล่อย
ที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา นายไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า การจัดงานเทศกาลลอยกระทง อ.หาดใหญ่ จะเน้นประเพณีและวัฒนธรรมมากกว่าความบันเทิงควบคู่กับกิจกรรมแสดงความอาลัย ไม่เน้นสีสันหรือกิจกรรมรื่นเริงที่ไม่เหมาะสม ซึ่งที่ตลาดสีสันสามชัยจะมีการประกวดกระทงเล็กแต่ยกเลิกกิจกรรมรื่นเริงทั้งหมด โดยจะมีพิธีแสดงความอาลัยร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ยืนแสดงความอาลัย 89 วินาที และการแสดงเทิดพระเกียรติ