สาวผวาหนัก แฉโดน ส.ต.ท. พยายามขืนใจ ชักปืนยิง 20 ครั้ง ขู่อย่าให้เห็นหน้าในจังหวัด แถมขอยืมเงิน 1,500 บาท โซเชียลวิจารณ์หนัก
เป็นอีกเรื่องราวที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งออกมาโพสต์ถึงพฤติกรรมของตำรวจยศ ส.ต.ท. สังกัด จ.ราชบุรี โดยระบุเป็นเพื่อนชายพยายามจะข่มขืนและขอยืมเงิน 1,500 บาท เมื่อฝ่ายหญิงขัดขืน ได้ใช้อาวุธปืนไม่มีกระสุนมารัวยิงข่มขู่กว่า 20 ครั้ง แถมขู่ซ้ำอย่าให้เห็นหน้าอีก และอย่าให้เข้ามาภายในจังหวัดนี้อีก
โดยหญิงสาวโพสต์ระบุว่า สวัสดีค่ะ ยาวหน่อยนะคะ หนูมีเรื่องทุกข์ใจ อยากรบกวนสอบถามเรื่องข้อกฏหมายจากผู้มีความรู้ สืบเนื่องมาจากวันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา เหตุการณ์คือ หนูได้โดนเพื่อนชายพยายามข่มขืน เช้ามืดวันเดียวกัน เวลา 03.30 น. หนูได้รู้สึกตัว เหมือนมีอะไรบางอย่างมาลูบคลำที่หน้าอก จึงสะดุ้งตื่น
จากนั้นเพื่อนชายพยายามนอนทับตัวเข้ามากอดรัด ดึงเสื้อชั้นในออก และพยายามถอดกางเกงนอนหนูลง หนูจึงบอกไปว่าหนูเป็นประจำเดือน เพื่อนชายบอกเป็นประจำเดือนแล้วขอมีอะไรไม่ได้หรอ หนูบอกว่าไม่ได้ พร้อมผลักเขาออก
เพื่อนชายแสดงอาการไม่พอใจเดินออกจากห้องไป และได้ชักปืนขึ้นลำ ยิงแบบไม่มีกระสุนปืน อยู่ 10-20 ครั้ง ร่วมๆ ครึ่งชั่วโมง ช่วงเวลานั้นหนูรู้สึกหวาดกลัวและตกใจเป็นอย่างมาก
จึงอัดวิดีโอไว้ป้องกันตัว ในความมืดดังคลิปแรก จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา เขาทำการสับคัทเอ้าท์ภายในบ้านให้มืดลง เสียงเงียบสงัดไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแอร์ และได้ชักปืนขึ้นลำยิงทิ้งอีกหลายครั้ง เพื่อให้หนูได้ยินแน่ชัดว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
อีกไม่กี่นาทีต่อมา เขาสับคัทเอ้าท์แอร์ติดขึ้น และเปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมปืน พยายามขอยืมเงินหนู 1,500 บาท โดยถืออาวุธปืนข่มขู่ไว้ด้านหลัง หนูรู้สึกกลัว จึงบอกไปว่าเดี๋ยวจะติดต่อพี่สาว ให้โอนเงินมาให้ตามจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้นเขาบอกไม่เอาแล้ว พร้อมเปิดไฟในห้องนอน เพื่อให้หนูเห็นว่าเขาถือปืนอยู่
จากนั้นเขาบอกไม่เอาเงินแล้ว ไม่เอาอะไรเลย และไม่ต้องติดต่อพี่สาว หลังจากนั้นเขาสังเกตเห็นได้ว่า หนูกำลังถ่ายคลิปวิดีโออยู่ เขาจึงเดินเอาปืนไปวางแอบไว้ที่พื้นของมุมห้อง และเข้ามาแย่งโทรศัพท์ บังคับให้หนูลบคลิป หนูจึงบอกว่าขอเก็บของให้เสร็จก่อน แล้วจะทำการลบคลิปให้
ระหว่างเก็บของอยู่นั้น เขาได้พูดจาข่มขู่ว่า อย่าให้เห็นหน้าอีก และอย่าให้เข้ามาภายในจังหวัดนี้อีก จะไม่รับรองความปลอดภัย ซึ่งหนูบันทึกคลิปเสียงไว้อีกเครื่อง ไม่สามารถลงได้นะคะ เนื่องจากคลิปเสียงค่อนข้างยาว 30 นาที
หลังจากหนูเก็บของเสร็จ ได้รีบขับรถออกมาทันที ไม่ได้ลบคลิป เขาโทรมาบอกว่าให้กลับไปเอาสายชาร์จ หนูจึงบอกว่าไม่เอาแล้ว เขาก็ถามต่ออีกว่า ทำไมอะ กลัวหรอ หนูบอกว่าใช่ และถ้าเธอไม่สำนึกผิด เราเอาเรื่อง เขาบอกว่าแล้วแต่เธอเลย เราไม่รู้สึกผิด หนูจึงตัดสายทิ้งไป และเขาก็พิมพ์ข้อความส่งมาในแชทไลน์ ท้าทายอีกว่า “หวังว่าคงไม่ใช่แค่ขู่นะ”
ช่วงสายของวันนั้น (24 มี.ค.) หนูเดินทางไปแจ้งความ สภ.หนึ่งในจ.ราชบุรี ซึ่งคู่กรณีเป็นตำรวจยศ ส.ต.ท. สภ.ที่เกิดเหตุนั้นด้วย เมื่อวานนี้ ร้อยเวรโทรมาแจ้งว่า เข้า ปอ.มาตรา 392 ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ซึ่งเข้า พ.ร.บ.ไกล่เกลี่ย จึงถามความประสงค์หนูว่าจะไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีหรือไม่
หนูแจ้งว่าจะไม่ไกล่เกลี่ย เนื่องจากว่าการกระทำผิดของคู่กรณี เป็นความผิดที่มีอัตราโทษหนักกว่านี้ ถ้าดูจากคลิปจะเห็นได้ว่า คู่กรณีมีพฤติการณ์ใช้อาวุธปืน ข่มขู่เพื่อจะเอาเงิน และพยายามข่มขืนหนูด้วยการใช้กำลังประทุษร้าย แต่จากที่คุยกับร้อยเวร ไม่มีการพูดถึงกรณีที่หนูแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวอยู่ด้วย
ปล.เพื่อไขข้อสงสัยในที่มาที่ไปในการไปพักบ้านเพื่อนชาย แจ้งก่อนนะคะ พอดีเราขับรถไปเกิดอุบัติเหตุมา จึงมีปัญหาภายในครอบครัว ฝ่ายชายทราบดี เพราะหนูได้สอบถามเรื่องอะไหล่รถ มีการพูดคุยก่อนที่จะไปขอพักอาศัยชั่วคราว โดยบ้านที่ไปพักนั้น เพื่อนชายไม่ได้พักประจำ เนื่องจากอยู่ในระหว่างประกาศโพสต์ขาย และแม่เขาอยู่บ้านคนเดียวอีกหลัง ส่วนใหญ่ต้องไปนอนเป็นเพื่อนแม่ มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
ต่อที่ถ้าถามไว้ใจได้ไง รู้จักกันมานานหลายปี ทั้งคุยปรึกษาเรื่องแฟน เรื่องเรียน อีกทั้งเพื่อนชายเป็นตำรวจด้วย ย่อมทราบข้อกฏหมายดี การที่จะมามีอะไรด้วย ต้องมาจากการยินยอมเต็มใจที่จะมีอะไรด้วยใดๆ ก็ตาม หากอีกฝ่ายไม่ยินยอมก็ไม่สามารถกระทำได้นะคะ
“หนูก็หนีร้อนมาพึ่งเย็น ส่วนถ้าไปพักหนูยอมรับผิดค่ะ ที่ไม่คิดให้เยอะๆ เอง ให้เป็นประสบการณ์ชีวิตเตือนตนหนูไปนะคะ ส่วนเรื่องที่หนูติดใจหลักๆเลยคือเรื่องใช้อาวุธปืนในการข่มขู่ขอยืมเงิน และอยากได้ความรู้ในเรื่องข้อกฏหมายว่าเข้าข่ายมาตราไหนค่ะ”
