อว. สั่ง 3 ม.เอกชน-มจร. แจงข้อมูล นักศึกษาจีนรับวีซ่า ยันพบสิ่งผิดปกติจัดการทันที เร่งคลอดกฎหมายคุมมหาวิทยาลัยต่างชาติถือหุ้น

กรณี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มว่า โดยตั้งข้อสังเกต 3 เรื่องใหม่ หนึ่งในนั้นคือ ทุกวันนี้ตามไซต์งานก่อสร้างต่างๆ มีผู้ประกอบการที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติจีนถือหุ้นแบบทางอ้อม โดยพฤตินัย มีการถือหุ้นไขว้กันไปมา

พอนำมารวมหุ้นทางอ้อมจากบริษัทที่เกี่ยวข้องก็มากกว่าหุ้นของคนไทย การกระทำในลักษณะนี้พบเบาะแสว่ามีการนำวิศวกรต่างชาติมาทำงาน โดยไม่ได้ผ่านการควบคุมจากสภาวิศวกร และเอามหาวิทยาลัยศูนย์เหรียญที่อยู่ในทุนของคนจีนออกวีซ่านักศึกษา เข้ามาเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบ เพราะนี่ไม่ใช่การลักลอบ แต่เป็นหายนะของแวดวงวิศวกรรม นั้น

วันที่ 22 เม.ย.2568 นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยเเละนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ตึกถล่ม และมีข่าวเรื่องคนจีนได้วีซ่านักเรียนมาทำงาน ทางอว.ได้สอบถามข้อมูลไป ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม) เมื่อ วันที่ 8 เม.ย. เพื่อขอทราบรายชื่อหลักสูตร/สถาบันอุดมศึกษา ที่มีนศ.ต่างชาติได้รับวีซ่า ED plus แต่ไปทำงานในภาคเอกชน/อุตสาหกรรม ซึ่งไม่เป็นตามวัตถุประสงค์การตรวจลงตรา

ส่วนกรณีคนจีนที่ไปหยิบแฟ้มออกจากตึกถล่ม คือ นาย Mr.Jin Yue ได้ visa นักศึกษามาเรียน ที่วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) (ข้อมูลจาก สตม) อว.ได้สอบถามไปยัง มจร. ในเรื่องดังกล่าว โดย มจร.แจ้งว่า บุคคลดังกล่าวสมัครเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตร ภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ ระหว่าง 28 กุมภาพันธ์ 2567- วันที่ 31 มีนาคม 2568 และพ้นสภาพเมื่อ 1 เมษายน 2568

โดยในระหว่างการเรียนการสอนได้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และได้รายงานต่อ สตม.ลำพูนเป็นประจำทุกสัปดาห์และทุกเดือน โดยทาง สตม.ลำพูนได้เข้าตรวจสอบมาตรฐานของการจัดการหลักสูตรและมีหลักฐานยืนยันการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพื่อให้การจัดการ นักศึกษาต่างชาติเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ มจร. ยืนยันว่าไม่มีการต่อวีซ่าให้กับผู้เรียน หรือเรียกรับเงินการขอเปลี่ยนหรือขอวีซ่าจากชาวต่างชาติ ไม่มีการจัดหารถตู้รับ-ส่งแต่อย่างใด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายเข้าไซต์งานทั่วประเทศของคนจีนหรือชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม อว.มีหนังสือ ถึง มจร. และมหาวิทยาลัยเอกชนที่จีนถือหุ้น ทั้ง 3 แห่ง ให้รายงานข้อมูลนักศึกษาจีนที่มาเรียน ทั้งจำนวน สาขาที่เรียน เวลาที่ใช้เรียนจนจบการศึกษา และวีซ่า นักเรียนที่ได้รับ และส่งรายละเอียดให้อว. ภายใน 1 สัปดาห์

สำหรับกรณี มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่จีนถือหุ้น เปิด หลักสูตร โท-เอก ด้านวิศวกรรม นั้น จากการตรวจสอบพบว่า มหาวิทยาลัยดังกล่าว มีการเปิดหลักสูตร ด้าน สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีวิศวกรรม (หลักสูตรภาษาจีน) ซึ่งเป็นตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรเดิม 2558 ปัจจุบัน อว. ได้ติดตาม ตรวจสอบ และกำกับ มาตรฐานหลักสูตรและ ดูแลการดำเนินการของทั้ง 3 มหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด ตามกฎหมายและอำนาจของ อว. ที่มี

เพราะทราบว่าเป็นที่สนใจของสังคม หากพบอะไรผิดปกติ เราจะเข้าดำเนินการทันที ขณะนี้ อว.กำลังจัดทำ กฎหมาย และระเบียบ เพื่อให้สามารถกำกับดูแล ตรวจสอบ มหาวิทยาลัย ที่มีต่างชาติถือหุ้นให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน