หญิงวัย 60 ปี ชาวไต้หวันป่วยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร ทั้งๆที่ดูแลสุขภาพอย่างดี ค้นสาเหตุ หมอพบ นิสัยการกิน 3 อย่าง ดูแลแค่ไหนก็ไม่รอด
สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานเรื่องของ คุณหลี่ หญิงชาวไต้หวันวัย 60 ปี มีอาการปวดท้องและไม่อยากทานอาหาร ร่างกายเริ่มผอมลง จนกระทั่งพบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร ซึ่งสร้างความตกใจให้กับคนรอบข้าง เนื่องจากคุณหลี่ เป็นคนรักสุขภาพและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เธอไม่เคยสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เลย นอนแต่หัวค่ำและเดินออกกำลังกาย 30 นาทีทุกวัน
ขณะที่คุณหลี่กำลังเล่าชีวิตอย่างละเอียด คุณหมอหวังสังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการเก็บรักษาอาหารในตู้เย็น จึงขอให้เธอส่งภาพภายในตู้เย็นให้ดู ก่อนพบอาหาร 3 อย่างที่อยู่ในตู้เย็น และคาดว่านี่เป็นสิ่งนำพาโรคร้าย
1.ผักใบเขียวที่เก็บข้ามคืน
คุณหลี่ชอบทานผักเพราะดีต่อสุขภาพ แต่มักจะเก็บผักที่ปรุงสุกแล้วในตู้เย็นข้ามคืน เธอมักจะปรุงผักเยอะๆ ในมื้อเย็นและเก็บไว้ทานในตอนเช้าเพื่อประหยัดเวลา แต่ผักใบเขียวสามารถเปลี่ยนแปลงได้หากเก็บไว้นานในตู้เย็น
ไนเตรทในผักจะถูกแบคทีเรียย่อยสลายกลายเป็นไนไตรต์ ซึ่งเป็นสารที่สามารถรวมตัวกับแอมมีนในอาหารอื่นๆ และเกิดเป็นสารประกอบไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร แม้จะอุ่นใหม่แล้วก็ตาม
2.อาหารทะเลที่ปรุงสุกแล้วเก็บในตู้เย็นและอุ่นซ้ำหลายครั้ง
อาหารทะเลเป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดของคุณหลี่ แต่เธอคิดว่า การทานอาหารมากเกินไปในครั้งเดียวทำให้ย่อยยาก และต้องการประหยัดจึงทานแค่พอประมาณในแต่ละมื้อ จากนั้นก็เก็บในกล่องปิดแล้วใส่ตู้เย็น เมื่ออยากทานก็อุ่นใหม่แล้วกิน
อาหารทะเลที่ปรุงสุกแล้วเก็บข้ามคืนและอุ่นซ้ำหลายครั้งจะเสี่ยงต่อการเน่าเสียและเปลี่ยนแปลงคุณภาพ ไม่เพียงแต่ทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง แต่ยังสามารถสร้างสารพิษได้ เนื่องจากแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตและทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ นอกจากนี้ กระบวนการนี้ยังสามารถนำไปสู่การเกิดสารที่ก่อมะเร็งในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
3.ผลไม้มีราดำและเชื้อรา
หลายคนคิดว่าอาหารที่เก็บในตู้เย็นจะไม่เป็นราดำหรือเชื้อรา แต่ในความเป็นจริง ผลไม้โดยเฉพาะพวกมะนาว ส้ม หรือแอปเปิลสามารถเกิดเชื้อราได้หากไม่ได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง เชื้อราบนผลไม้สามารถผลิตสารพิษ เช่น แอฟลาท็อกซินและโอคราท็อกซิน ซึ่งก่อให้เกิดพิษเรื้อรังและทำลายตับกับไต สารเหล่านี้ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้
อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับคุณหลี่ หลายคนยังคงใช้ผลไม้ที่มีเชื้อราต่อไป หรือเพียงแค่ล้างหรือหั่นส่วนที่มีราดำทิ้ง แต่การทำเช่นนี้ไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ แม้จะอุ่นร้อนก็ไม่สามารถทำให้ปลอดภัยได้เช่นกัน
ที่มา: kenh14


