ชายชราวัย 86 ปี แต่งงานกับแฟนของลูกชายที่เพิ่งเสียชีวิตเพียงไป 1 เดือน ทำให้ลูกสาวไม่พอใจหนัก มองพ่อกำลังถูกหลอกยึดทรัพย์สิน

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานเรื่องราวจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ถึงเหตุการณ์อื้อฉาวที่เกิดขึ้นในครอบครัวหนึ่ง หลังชายชราวัย 86 ปี ตัดสินใจแต่งงานกับแฟนสาวของลูกชายที่เพิ่งเสียชีวิตไปเพียง 1 เดือน นำมาซึ่งความขัดแย้งรุนแรงภายในครอบครัว

จากการสืบสวนพบว่า ลูกชายวัย 53 ปี ได้แนะนำแฟนสาวของเขา “นางสาวหวัง” ให้ครอบครัวรู้จักในช่วงต้นปี 2024 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยโรคตับในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 อย่างไรก็ตาม ไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากงานศพ “ลุงเปี๊ยว” บิดาของผู้เสียชีวิตก็ประกาศแต่งงานกับนางสาวหวัง สร้างความตกใจให้กับสมาชิกครอบครัวทุกคน

“ชิน” ลูกสาวของคุณลุงเปี๊ยวไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้อย่างมาก เธอให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า “นางสาวหวังมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ต้องการยึดทรัพย์สินของครอบครัว” ชินเปิดเผยว่าเธอเคยเป็นผู้ดูแลพ่อมาตลอด แต่ได้หยุดไปหลังจากพ่อตัดสินใจแต่งงานใหม่

เรื่องราวยิ่งบานปลายเมื่อมีการเปิดเผยว่า ชินเคยเสนอให้พ่อไปอยู่บ้านพักคนชรา ซึ่งทั้งนางสาวหวังและลุงเปี๊ยวคัดค้านอย่างหนักแน่น ด้านนางสาวหวังโต้กลับว่าชินมีแผนการจะนำบ้านบรรพบุรุษและโรงเก็บของขนาด 100 ตารางเมตรออกให้เช่า และเคยพยายามโน้มน้าวให้พี่ชายทำเช่นเดียวกันก่อนเสียชีวิต

เมื่อถูกสัมภาษณ์ถึงเหตุผลของการแต่งงาน นางสาวหวังยืนยันว่า “แต่งงานกับลุงเปี๊ยวเพราะต้องการดูแลท่าน ไม่อยากให้ท่านถูกส่งไปอยู่บ้านพักคนชรา”

ประเด็นปัญหาสำคัญอยู่ที่ทรัพย์สินของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ในชื่อของภรรยาลุงเปี๊ยวที่เสียชีวิตไปแล้ว ตามกฎหมายมรดกของจีน ลุงเปี๊ยวและลูกๆ แต่ละคนจะได้รับส่วนแบ่ง 1/3 ของทรัพย์สินทั้งหมด ชินมั่นใจว่าตราบใดที่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อพ่อ นางสาวหวังจะไม่สามารถครอบครองทรัพย์สินได้

อย่างไรก็ตาม นางสาวหวังได้แสดงเอกสารจากคณะกรรมการหมู่บ้านที่ระบุว่าที่ดินบริเวณบ้านเป็นของส่วนรวมหมู่บ้านและไม่สามารถตกทอดเป็นมรดกให้บุคคลภายนอกได้ เธอยังกล่าวหาว่าที่ชินสร้างเรื่องวุ่นวายเพราะกลัวว่าหลังจากพ่อเสียชีวิต เธอจะต้องคืนส่วนแบ่งทรัพย์สิน 1/3 ที่เป็นของพ่อ

ลุงเปี๊ยว ผู้อยู่ศูนย์กลางของความขัดแย้งนี้ ได้ให้ความเห็นสั้นๆ ว่า “ทรัพย์สินของผมจะตกเป็นของคนที่ดูแลผม” ซึ่งยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้

ที่มา: worldofbuzz

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน