สสส. สานพลังพระพุทธศาสนา หนุนวัดปลอดบุหรี่ 3,300 แห่ง-งานบวชสร้างสุข ลดค่าใช้จ่าย-ทะเลาะวิวาท ชู “ศูนย์การเรียนรู้โพธิยาลัย” ต้นแบบโรงเรียนพระปริยัติธรรมปลอดบุหรี่

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 พ.ค. 2568 ที่ศูนย์การเรียนโพธิยาลัย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 และประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 นำคณะกรรมการบริหารแผนคณะ 1 ผู้บริหารสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานการสานพลังพระพุทธศาสนาสร้างเสริมสุขภาพสังคมไทย

นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า พระพุทธศาสนาเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่สำคัญของสังคมไทย ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและดูแลสุขภาวะของประชาชนทุกมิติ ทั้งกาย ใจ ปัญญา และสังคม หลักธรรมคำสอนเน้นความไม่ประมาท มีสติ ลดละเลิกอบายมุข เช่น เหล้า บุหรี่ และสารเสพติด

สสส.จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพของพระสงฆ์และเครือข่ายศาสนาให้เป็นกลไกเชิงนโยบายระดับพื้นที่ในการขับเคลื่อนปกป้องสุขภาวะประชาชน นำไปสู่การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการจัดการปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ ได้แก่ 1.โครงการวัดปลอดบุหรี่ สุขภาพดีด้วยวิถีธรรม ส่งเสริมให้เกิดวัดปลอดบุหรี่ 3,300 แห่งใน 24 จังหวัด และโรงเรียนพระปริยัติธรรมต้นแบบปลอดบุหรี่ 80 แห่งทั่วประเทศ

มีพระสงฆ์เลิกสูบบุหรี่ 147 รูป และมีผู้ที่อยากเลิกบุหรี่ลงนามในใบอธิษฐานจิตในโอกาสสำคัญเช่น ช่วงเข้าพรรษา วันพระ วันเกิด รวม 9,227 คน โดยนำรายชื่อส่งให้สายด่วนเลิกบุหรี่ติดตามผลต่อ รวมถึงพัฒนาพระคิลานุปัฏฐาก 3,100 รูปให้ทำงานเชิงป้องกันได้ เช่น สำรวจพระสงฆ์ที่สูบบุหรี่ ตรวจสุขภาพเบื้องต้น ดูแลพระสงฆ์อาพาธติดเตียง และกระตุ้นชุมชนให้มีมาตรการร่วมกันเรื่องงานบุญประเพณีปลอดเหล้าบุหรี่

2.โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ “งานบวชสร้างสุข” สู่สุขภาวะชุมชนและสังคมด้วยหลักพุทธธรรม เนื่องจากงานบวชในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5 หมื่น – 1 ล้านบาท สสส.จึงส่งเสริมงานบวชสร้างสุขที่มุ่งเน้นความเรียบง่าย ประหยัด ตามหลักพระธรรมวินัย พบว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ 1 แสนบาท/งาน จำนวนนี้เป็นค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 หมื่นบาท

จากการดำเนินการ 173 พื้นที่/วัด ใน 50 จังหวัด ตั้งแต่ ม.ค. 2567 – ก.พ. 2568 มีการจัดงานบวชสร้างสุข 3,085 นาค ประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 308,500,000 บาท ช่วยลดความรุนแรงเหตุทะเลาะวิวาทในงานบวช จากเสียชีวิตเฉลี่ย 9 ราย/ปี เหลือ 4.5 ราย/ปี

3.โครงการสร้างเสริมสถาบันพระพุทธศาสนาสุขภาวะเพื่อการลดปัจจัยเสี่ยงใน 10 จังหวัด ส่งเสริมบทบาทพระสงฆ์ผ่านเครือข่ายพระสอนศีลธรรมและเครือข่ายบวร (บ้าน วัด โรงเรียนราชการ) เป็นกลไกหลักเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาวะในชุมชน

โดยจัดอบรมหลักสูตรออนไลน์ “ครูพระสุขภาวะ” เพื่อวางแผนกิจกรรมลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่สอดคล้องกับแนวทางพระพุทธศาสนา ถ่ายทอดความรู้เรื่องโทษของบุหรี่และยาเสพติดในโรงเรียน ป้องกันการเกิดนักสูบ นักดื่มหน้าใหม่ในกลุ่มเยาวชนและสามเณร

ด้าน พระศรีสมโพธิ หัวหน้าโครงการสร้างเสริมสถาบันพระพุทธศาสนาสุขภาวะเพื่อการลดปัจจัยเสี่ยง นำกล่าวประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อน “วัด โรงเรียน และงานบุญปลอดบุหรี่” ว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มูลนิธิโพธิยาลัย มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม 9 ภาค เครือข่ายพระนักพัฒนาชุมชนภาคเหนือ (คพชน.)

เครือข่ายพระคิลานุปัฏฐาก เครือข่ายพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน เครือข่ายโรงเรียนพระปริยัติปลอดบุหรี่ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงปัญหาการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีผลกระทบต่อร่างกาย เศรษฐกิจ สังคม สร้างปัญหาอาชญากรรม และความรุนแรงในครอบครัว

จึงร่วมแสดงเจตนารมณ์เพื่อดำเนินการ “สานพลัง พุทธ เพื่อ ลด ละ เลิกบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ดังนี้ 1.สนองตอบต่อมติมหาเถรสมาคมเรื่อง “แนวทางการปฏิบัติการจัดงานบุญปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” โดยจัดเขตปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวัด มหาวิทยาลัยสงฆ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม

สร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับประชาชนที่มาใช้พื้นที่วัด ไม่ขาย ไม่สูบไม่ดื่มในพื้นที่ รวมถึงจัดกระบวนการเรียนรู้ให้พระภิกษุสามเณรเป็นแบบอย่างไม่สูบบุหรี่ รณรงค์เผยแพร่ความรู้พิษภัยของการสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างค่านิยมไม่สูบไม่ดื่มในประชาชน

2.สร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่รูปธรรม “ปลอดบุหรี่” และ “ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ในวัดมหาวิทยาลัยสงฆ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม บูรณาการหลักพุทธธรรมในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม “ปลอดบุหรี่” และ “ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เพื่อสร้างค่านิยมไม่สูบและไม่ดื่มในประชาชนอย่างยั่งยืน

3.ร่วมกับภาคีเครือข่ายป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และประกาศเจตจำนงที่สนับสนุนให้รัฐบาลคงนโยบายมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด

ด้าน นายธวัชชัย จันจุฬา ผู้ประสานงานโครงการวัดปลอดบุหรี่ฯ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนโพธิยาลัย อ.ดอยสะเก็ด เป็น 1 ใน 80 โรงเรียนพระปริยัติธรรมปลอดบุหรี่ต้นแบบ ให้การศึกษาแก่สามเณรตั้งแต่ ม.1-6 ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มาจากครอบครัวไม่สมบูรณ์ พ่อแม่หย่าร้าง เด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ

ดังนั้น จึงต้องมีกระบวนการจัดการหรือขัดเกลาที่ดี เพื่อให้เติบโตเป็นศาสนทายาท หรือไปอยู่ในสังคมได้อย่างไม่มีปัญหา การดำเนินงานเป็นไปตามตัวชี้วัด 5 ด้าน คือ 1.ตั้งคณะกรรมการและพัฒนาแกนนำครูในการเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาสามเณรสูบบุหรี่

2.พัฒนาหลักสูตรวิชาสุขศึกษาบูรณาการ โดยนำโทษของบุหรี่เข้าสู่การเรียนปกติ ซึ่งไม่ได้มีแค่ทฤษฎี แต่มีกระบวนการจัดการเรียนรู้ เช่น นำสามเณรไปดูผลกระทบของผู้ติดบุหรี่

3.มีกระบวนการช่วยสามเณรที่ติดหรือเสี่ยงต่อการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าที่เหมาะสม 4.มีนโยบายชัดเจนเรื่องโรงเรียนปริยัติธรรมปลอดบุหรี่

5.มีการจัดการสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนไม่เอื้อให้สามเณรสูบหรือยุ่งเกี่ยวบุหรี่ ทำให้เกิดการป้องกันการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าของสามเณร ส่วนที่มีการสูบอยู่ระหว่างกระบวนการให้คำปรึกษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน