คำว่า “ปาราชิก” ถือเป็นโทษทางวินัยสงฆ์ที่ร้ายแรงที่สุดในพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา หมายถึง “ผู้ต้องพ่าย” หรือ “ผู้แพ้แก่ตัวเอง” ซึ่งหมายความว่า พระภิกษุผู้กระทำความผิดตามข้อบัญญัตินี้จะหมดสิ้นความเป็นพระทันที แม้จะยังไม่กล่าวลาสิกขาบทก็ตาม

โทษปาราชิกจัดอยู่ในกลุ่ม “ครุกาบัติ” หรืออาบัติหนัก และมีทั้งหมด 4 ข้อ ซึ่งบัญญัติไว้ในพระวินัยปิฎก หมวดศีล 227 ข้อ ดังนี้

1.เสพเมถุน – มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ อมนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน หรือแม้กระทั่งซากศพ

2.ลักทรัพย์ – ขโมยของที่เจ้าของไม่ได้ให้ โดยมูลค่าตั้งแต่ 5 มาสกขึ้นไป (ประมาณ 1 บาท)

3.ฆ่าคน – จงใจทำให้มนุษย์เสียชีวิต ไม่ว่าจะลงมือเอง จ้างวาน หรือโน้มน้าวให้ผู้อื่นตาย เช่น การพูดชักจูงให้ยินดีกับความตาย รวมถึงการทำแท้ง

4.อวดอุตริมนุสธรรม – กล่าวอวดรู้ธรรมะขั้นสูงหรืออภิญญา ทั้งที่ตนเองไม่ได้รู้จริง ยกเว้นในกรณีที่เข้าใจผิดโดยไม่เจตนา

พระภิกษุที่ต้องอาบัติปาราชิกในข้อใดข้อหนึ่งจะสิ้นสภาพจากการเป็นพระภิกษุทันที แม้จะไม่กล่าวคำลาสิกขาบท ถือเป็นอาบัติประเภท “อเตกิจฉา” คือแก้ไขไม่ได้ และไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้อีกตลอดชีวิต หากฝ่าฝืนจะถือเป็น “อลัชชี” หรือ “ผู้ไม่ละอายต่อบาป” และไม่สามารถอยู่ร่วมกับหมู่สงฆ์ได้

อาบัติปาราชิกจึงเป็นบทบัญญัติสำคัญที่แสดงถึงความเคร่งครัดในพระวินัยของพระพุทธศาสนา โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความบริสุทธิ์แห่งเพศบรรพชิต และปกป้องศรัทธาของสาธุชนต่อพระธรรมวินัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน