ปภ.เผยกระทบ24จว. เสียหาย-1.5พันหลัง 2ชวตโดนฟ้าผ่าตาย
พายุร้อนพ่นพิษ กรุงฝนตกหนัก 97 ม.ม. ทำน้ำท่วมหลายจุด ผู้ว่าฯ สั่งทุกเขตเตรียมพร้อมรับมือ นักร้องสาว “โฟร์” เซ็ง พายุหมุนพัดเสาไฟฟ้าหักพาดบ้าน แถมยังทับรถชาวบ้านเสียหายหลายคัน ขณะที่เหนือ-อีสานยังอ่วม ปภ.รายงาน “วาตภัย” ถล่ม 24 จว. บ้านเรือนเสียหาย 1,503 หลัง ต้นไม้ล้มทับเสาไฟ ฟ้าผ่าดับ 2 ศพ ที่พิจิตรและบุรีรัมย์ สลดครูสาวเชียงใหม่ตกหลังคาดับ เชียงรายโดนถล่มกลางดึก “บิ๊กตู่”เป็นห่วงระบบระบายน้ำ
วาตภัยถล่ม 24 จว.ดับแล้ว 2
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 13-17 เม.ย. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 24 จังหวัด 65 อำเภอ 110 ตำบล 251 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,503 หลัง ผู้เสียชีวิต 2 ราย แยกเป็น ภาคเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ จ.กำแพงเพชร จ.เพชรบูรณ์ จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ จ.นครสวรรค์ จ.ลำปาง จ.พิจิตร และจ.น่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด จ.เลย จ.นครราชสีมา จ.ร้อยเอ็ด จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม จ.กาฬสินธุ์ จ.หนองคาย จ.อุบลราชธานี จ.สุรินทร์ จ.ชัยภูมิ จ.บุรีรัมย์ จ.อุดรธานี จ.หนองบัวลำภู จ.สกลนคร และจ.ศรีสะเกษ ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี ทั้งนี้ที่ จ.มหาสารคาม และบุรีรัมย์ มีผู้เสียชีวิตรวมกัน 2 ศพด้วย
นายชยพลกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงวันที่ 17-18 เม.ย. จะเกิดพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลในลักษณะพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ปภ.จึงประสานจังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย
อุตุฯประกาศเตือนฉบับ 17
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 17 ระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับ มีลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่ประเทศ ไทยมีอากาศร้อนบางพื้นที่ ทำให้ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 17-19 เม.ย. ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น
เชียงรายพายุร้อนถล่มกลางดึก
ด้านนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย รับรายงานจาก ปภ.เชียงราย ว่าช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักและพายุลมพัดแรงจนทำให้หลายพื้นที่เกิดความเสียหาย โดยพื้นที่ที่เสียหายหนักคือ อ.แม่สรวย ในพื้นที่หมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 12 หมู่ 15 หมู่ 16 และหมู่ 17 ต.ป่าแดด บ้านเรือนที่เสียหายส่วนใหญ่เกิดจากพายุและลูกเห็บพัดหลังคากระเบื้องแตกรวมถึงฝาบ้านเสียหายรวม 96 หลัง นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนพื้นที่หมู่ 7 ต.ศรีถ้อย เสียหายจำนวน 5 หลังคาเรือน กระเบื้องมุงหลังคาเสียหาย 40 แผ่น และหลังคาโรงจอดรถขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่พริก ถูกพายุพัดจนพังเสียหายทั้งแถบ ขณะที่สวนลำไยและไร่ฟักทองชาวบ้านที่ ต.แม่สรวย เสียหายเป็นบริเวณกว้าง
ส่วน อ.เมืองเชียงราย มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบพื้นที่หมู่ 4 ต.ริมกก ในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 15 ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง ส่วน ต.ดงมหาวัน พบว่ามีต้นไม้ล้มหลายพื้นที่ ส่วน อ.แม่ฟ้าหลวง มีบ้านเรือนเสียหาย 4 ตำบล คือหมู่ 1 หมู่ 10 และหมู่ 27 ต.แม่สลองใน หมู่ 3 หมู่ 7 และหมู่ 15 ต.เทอดไทย หมู่ 18 ต.แม่ฟ้าหลวง และหมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ 6 และหมู่ 9 ต.แม่สลองนอก และ อ.ดอยหลวง เสียหายในพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 5 หมู่ 6 และหมู่ 7 ต.โชคชัย และหมู่ 8 หมู่ 10 ต.ปงน้อย
ครูสาวเชียงใหม่ตกหลังคาดับ
ที่จ.เชียงใหม่ เกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างรุนแรงทั้งในอ.เมือง และอำเภอรอบนอก เช่น อ.หางดง อ.สันป่าตอง อ.จอมทอง อ.ฮอด ฯลฯพายุฝนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงป้ายโฆษณา ขนาดใหญ่บนถนนเชียงใหม่-หางดง ล้มระเนระนาด ป้ายโฆษณาหน้าสำนักงานขนส่ง ล้มใส่คนได้รับบาดเจ็บ แท่นพลาสติกถูกลมพัดมาขวางถนนทำให้การจราจรติดขัด ต้นไม้หักโค่นปิดถนนบริเวณถนนวงแหวนรอบ 2 แถวสนามกีฬา 700 ปี นอกจากนี้มีน้ำท่วมขัง รอระบายในถนนหลายสาย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและเร่งแก้ไขการจราจร ส่วนที่สวนอุทยานราชพฤกษ์มีลูกเห็บตกขาวโพลน ลมพายุพัดข้าวของกระจัด กระจาย หลังพายุสงบนักศึกษาฝึกงานและ เจ้าหน้าที่พากันไปเก็บลูกเห็บที่ยังไม่ละลาย
ด้านนายชัยแสง พัฒนศักดิ์ภิญโญ นายอำเภอแม่ริม นำคณะเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 78 / 1 หมู่ 5 บ้านท่าไคร้ ต.แม่สา เข้ามอบถุงยังชีพเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมกับตรวจสอบบ้านของน.ส.ตรีทิพย์ นิภา อายุ 39 ปี ครูโรงเรียนธีระวัฒน์บำเพ็ญ อ.แม่ริม ที่เสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวานนี้ นางอษิรยากรณ์ อ่อนสัมฤทธิ์ มารดาของนางตรีทิพย์ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. เกิดพายุรุนแรง มีต้นมะม่วงหักโค่นใส่หลังคาบ้าน กระเบื้องหลังคาแตกเสียหายเป็นช่องขนาดใหญ่ มีน้ำฝนตกลงมา หลังพายุสงบ สามีพร้อมกับลูกสาวปีนขึ้นไปเพื่อเปลี่ยนกระเบื้องเพราะกลัวว่าในช่วงกลางคืนจะเกิดพายุฝนอีก ปรากฏว่าลูกสาวเหยียบกระเบื้องที่ลื่นและเปราะจนตกลงมากับพื้นในตัวบ้าน ศีรษะกระแทกพื้นเลือดคั่งในสมอง เมื่อนำส่งโรงพยาบาลแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตแล้ว
ลำปางระทึกฟ้าผ่าบ้าน-ไฟลุก
เมื่อเวลา 00.30 น. ที่บริเวณบ้านเลขที่ 230 หมู่ 9 บ้านร่องเคาะ ต.ร่องเคาะ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เกิดฟ้าผ่าลงที่บริเวณตัวบ้านและเกิดไฟลุกไหม้บ้าน ซึ่งทางชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.ร่องเคาะ เร่งฉีดน้ำสกัดไฟที่กำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงโดยตัวบ้านเป็นบ้านไม้สักทั้งหลัง 2 ชั้น ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่ของจังหวัด เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่ม ทั้งที่ อ.เมือง อ.ห้างฉัตร อ.วังเหนือ อ.เมืองปาน อ.งาว อ.แม่พริก โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 571 หลังคาเรือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้ง อบต. เทศบาล ทหาร จากมทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ฝ่ายปกครองของแต่ละอำเภอ ต่างลงพื้นที่สำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว ขณะที่มีรายงานว่า มีฟาร์มไก่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง ได้รับผล กระทบจากเหตุพายุพัดถล่มโรงเรือนเสียหาย และไก่ที่เลี้ยงไว้ตกใจตายไปจำนวนมาก
“บิ๊กตู่”เป็นห่วงระบบระบายน้ำ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวหลังประชุมครม.ว่า ช่วงนี้ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา โดยเฉพาะเรื่องพายุฤดูร้อนที่อาจส่งผลให้เกิดวาตภัย บ้านเรือนที่ไม่แข็งแรงขอให้ระมัดระวัง นอกจากนี้ตนยังเป็นห่วงปัญหาระบบระบายน้ำที่จะส่งผลให้การจราจรติดขัดมากยิ่งขึ้น และอยากให้ประชาชนมองว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ทุกวัน แต่ปัญหาบางอย่างที่ทับซ้อนมาเป็นเวลายาวนาน นั้นคงแก้ได้ไม่ง่ายนักทุกเรื่อง ที่ต้องแก้ทั้งสิ้น ปัญหาใหม่เราก็ต้องทำ สิ่งที่ทำให้ก็มีหลายเรื่อง เช่น เรื่องเศรษฐกิจ กฎหมาย การอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ซึ่งดีขึ้นมาหมด การประเมินตัวเลขทางเศรษฐกิจดีขึ้นเป็นลำดับจากการทำงานของรัฐบาลนี้ เรายึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทำงานมาตลอด 4 ปี ขอให้เข้าใจตรงนี้
ฟ้าพิโรธผ่าดับ 2 ศพ
ขณะที่ จ.พิจิตร เกิดลมพายุฤดูร้อนพัดถล่มและมีฝนตกหนักในพื้นที่ 7 อำเภอ มีบ้านเรือนประชาชนจำนวนเกือบ 400 หลังคาเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่อ.บึงนาราง และอ.โพธิ์ประทับ ช้าง มีรายงานว่าได้รับความเสียหายรุนแรงมากที่สุด นอกจากนี้ต้นไม้ขนาดใหญ่ ถูกแรงลมพายุฤดูร้อนพัดถล่มหักโค่นปิดเส้นทางถนนเข้าออกในหมู่บ้าน เสาไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหักโค่นระเนระนาด ทำ ให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอยู่ระหว่างแก้ไขซ่อมแซม เนื่องจากสภาพอากาศยังถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝน ล่าสุดเกิดเหตุสลดฟ้าผ่านางสง่า ค้ำชู อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168/2 หมู่ที่ 2 บ้านคลองคูณ ต.คลองคูณ อ.ตะพานหิน ขณะเดินฝ่าสายฝนไปเปิดน้ำในนาข้าวใกล้บ้านจนเสียชีวิต
ส่วนที่ จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่สำรวจสภาพบ้านเรือน โรงเรียน ยุ้งข้าว คอกสัตว์ ที่ได้รับ ผล กระทบจากพายุฤดูร้อนพัดถล่ม เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เพียงวันเดียวถึง 12 อำเภอ ซึ่งจากข้อมูลรายงานเบื้องต้นพบมีบ้านเรือน โรงเรียน ยุ้งข้าว คอกสัตว์ ได้รับความเสียหายจำนวน 155 หลัง ทั้งนี้ยังฟ้าผ่าชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 7 รายด้วย ซึ่งหลังจากสำรวจแล้วจะได้รวบรวมข้อมูลรายงานให้ทางจังหวัดทราบ เพื่อจะได้เร่งพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการอย่างเร่งด่วนต่อไป
หลายจว.ต้นไม้ล้มทับเสาไฟ
ด้านสถานการณ์ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองแพร่ ได้เกิดพายุลมแรง-ฝนตกหนัก ส่งผลให้ต้นดอกราชพฤกษ์ หรือดอกลมแล้ง บริเวณประตูใหม่คูเมืองแพร่ หักโค่นทับสายไฟฟ้า และสายสื่อสารคมนาคม เสาไฟฟ้าโค่นทับเสาธงสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ ทางเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานเทศบาลเมืองแพร่ เร่งประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดแพร่ ตัดกิ่งไม้และตั้งเสาไฟฟ้าใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนและส่วนราชการที่ต้องใช้ไฟฟ้า และระบบสื่อสารคมนาคม ขณะที่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก พร้อมมีลมพัดอย่างรุนแรงในหลายอำเภอทั้ง อ.เมือง อ.บางระกำ อ.บางกระทุ่ม อ.วังทอง และ อ.นครไทย และกระแสไฟฟ้าดับหลายจุด ต้นไม้ล้มระเนระนาดขวางทางการสัญจรไปมา
ที่จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดพายุลมพัดแรง มีฝนหนักมีลมกระโชกแรงทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่อายุกว่า 20 ปี บริเวณร่องกลางถนนสายเอเชียขาขึ้น จ.นครสวรรค์ ก.ม.ที่ 24 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ล้มลงมาขวางกลางถนน ทำให้การจราจรติดยาวหลายกิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันตัดเอาต้นไม้ออกให้พ้นผิวจราจร
พายุหมุนพัดเสาไฟฟ้าหักทับรถ
วันเดียวกันเมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.อดุลย์ ทองเพ็ชร สว.(สอบสวน) สน.ลาดกระบัง รับแจ้งเหตุเสาไฟฟ้าหักโค่นทับบ้านและรถยนต์ได้รับความเสียหายจำนวนมากบริเวณทางต่างระดับเจ้าคุณทหารฯ-ร่มเกล้า จึงเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมแจ้งหน่วยงานไฟฟ้านครหลวงและเขตลาดกระบัง เดินทางมาตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบโครงหลังคาเหล็กขนาดใหญ่ปลิวมาตกลงในถนนเจ้าคุณทหารฯ มุ่งหน้าออกถนนร่มเกล้า และมีเสาไฟฟ้าแรงสูงหักจำนวน 9 ต้น โค่นทับอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ที่อยู่ริมถนนได้รับความเสียหายและทับรถยนต์ที่จอดในที่เกิดเหตุจำนวน 14 คัน เจ้าหน้าที่ได้ตัดกระแสไฟฟ้าและปิดการจราจรในถนนเจ้าคุณทหารฯในช่องทางด้านซ้ายมุ่งหน้าถนนร่มเกล้า เพื่อรอเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงมาดำเนินการต่อไป
ด้านนางฉวี รักสนิท อายุ 60 ปี เจ้าของอาคารเลขที่ 171 หมู่4 ถ.เจ้าคุณทหาร แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุครั้งนี้กล่าวว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงมาก ทำให้หลังคาเหล็กที่ตนให้ช่างต่อเติมสร้างคลุมหลังคากระเบื้องที่แตกและทรุดลงบางช่วงไว้ ได้ถูกลมพัดปลิวตกลงมาด้านหน้าถนน
บ้านนักร้องสาว”โฟร์”โดนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในจำนวนอาคารพาณิชย์ที่ได้รับความเสียหาย มีอาคารเลขที่172/3 ของนายสมบัติ วรอุไร 72 ปี พ่อของน.ส.ศกลรัตน์ วรอุไร หรือ”โฟร์”นักร้องสาวชื่อดังรวมอยู่ด้วย โดยนายสมบัติกล่าวว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุมีฝนตกและลมพัดแรง ตนเองมองออกมาที่ด้านนอกเห็นเพื่อนบ้านยืนพูดคุยกันที่หน้าบ้าน จึงเดินออกมาก็สังเกตเห็นเสาไฟฟ้าล้มมาทับที่ตัวบ้านช่วงชั้นที่ 2 และบนชั้นที่ 3 และมีสายไฟฟ้าพาดระโยงระยางที่หน้าบ้าน เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงรีบออกมา ซึ่งบ้านหลังนี้ปัจจุบันตนพักคนเดียว ส่วนลูกๆไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง
ขณะที่นักร้องดังเดินทางมาที่เกิดเหตุ ภายหลังจากทราบข่าว เผยว่าเป็นห่วงคุณพ่อ จึงรีบเดินทางมาทันที ซึ่งก็ตามที่เห็นมีเสาไฟฟ้าพาดมาที่ระเบียงและที่ชั้นดาดฟ้าบางส่วน ซึ่งที่บ้านหลังนี้ตนเองก็เดินทางไปๆ มาๆ เนื่องจากคุณพ่อยังคงพักอาศัยอยู่ที่นี่
กรุงอ่วมฝนหนัก 97 ม.ม.
วันเดียวกันที่ศาลาว่าการกทม. ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพ มหานคร รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เกิดฝนเล็กน้อยในเขตทุ่งครุ ยานนาวา บางนา พระโขนง ประเวศ คลองเตย วังทองหลาง ลาดพร้าว เคลื่อนตัวทิศเหนือ ต่อมาเวลา 10.45 น. กลุ่มฝนเล็กน้อยดังกล่าว กระจายและเกิดฝนปานกลางในเขตสวนหลวง สะพานสูง บึงกุ่ม คันนายาว บางกะปิ มีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง บางเขน จตุจักร หลักสี่ ดอนเมือง สายไหม ต่อเนื่องอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่วนรอบในเขตพญาไท ดุสิต ป้อมปราบฯ พระนคร บางซื่อ ตลิ่งชัน บาง พลัด ภาษีเจริญ บางกอกใหญ่ บางกอกน้อย
จากนั้นเวลา 11.30 น. ฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง เข้าปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯฝั่งพระนครชั้นใน ฝั่งพระนครตอนบนและฝั่งพระนครด้านตะวันออก และฝั่งธนบุรี ยกเว้นเขตทวีวัฒนา ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน เคลื่อนตัวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยปริมาณฝนสะสมสูงสุดในเขตตลิ่งชัน 97 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายน้ำบนถนนที่สำนักการระบายน้ำรับผิดชอบ 2 จุด ได้แก่ 1. บริเวณแยกศรีอุดม ถ.ศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง ระดับน้ำสูง 15-20 เซนติเมตร ยาว 200 เมตร กว้างเต็มผิวจราจร และ 2. บริเวณแยกคลองบางจาก-วงเวียน1 ถ.หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค ระดับน้ำสูง 18 เซนติเมตร ยาว 50 เมตร กว้าง 2 ช่องจราจร
“อัศวิน”สั่งทุกเขตพร้อมรับมือ
ด้านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขตทุกเขต ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมในการป้องกันและแก้ไขเหตุเร่งด่วนที่อาจเกิดขึ้นในทุกๆ ด้าน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบปัญหา ขณะเดียวกันได้สั่งการให้สำนักการโยธาและสำนักงานเขต ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้ายในพื้นที่ต่างๆ และพื้นที่เอกชน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยให้แจ้งเจ้าของป้ายตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้าย หากพบกรณีชำรุดเสียหายต้องเร่งดำเนินการแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ก่อนเข้าหน้าฝน นอกจากนี้ยังให้ดำเนินคดีกับเจ้าของป้ายที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเร่งรื้อถอนป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ซึ่งหากเขตต้องการวิศวกรจากสำนักการโยธาร่วมตรวจสอบ ให้แจ้งสำนักการโยธาเพื่อสนับสนุน
นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยสำรวจตรวจสอบต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ เพื่อป้องกันการโค่นล้มเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง หากพบต้นไม้ที่มีสภาพเสี่ยงต่อการโค่นล้ม หรือไม่มีความสมบูรณ์และมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ ให้เร่งดำเนินการแก้ไขตามหลักวิชาการและระเบียบปฏิบัติโดยทันที ส่วนกรณีต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่เอกชนให้ประสานเจ้าของพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ให้สำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตทุกเขต ดูแลตรวจสอบต้นไม้ใหญ่ตามแผนการดูแลและแก้ไขบำรุงรักษาต้นไม้เป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกชุกอาจทำให้ดินอุ้มน้ำ โดยจัดหน่วยเบสท์ประจำทุกสำนักงานเขต สำหรับเป็นหน่วยเฉพาะกิจเร่งด่วนเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
