หมอเจด เผย 7 ปัจจัยเสี่ยง ไขมันพอกตับ ไม่รู้ตัว แชร์ 5 แนวทางดูแลตัวเอง ไม่ต้องใช้ยา แค่ปรับไลฟ์สไลต์ เตือนอย่ารอตับเสียหายจนเกินเยียวยา

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ระบุข้อความว่า วันนี้มาแชร์วิธีลดไขมันพอกตับให้ฟังครับ

ในฐานะที่เป็นหมอและคนเป็นเบาหวานมาก่อน ซึ่งตอนนี้อยู่ในภาวะที่สงบแล้ว จริงๆ แล้วผมไม่เคยรู้ว่าไขมันพอกตับจะอันตรายขนาดไหน

บางครั้งเจอคนไข้ที่เป็นแบบนี้ก็แนะนำให้เขาไปลดน้ำหนัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้แต่เตือนว่าไม่งั้นเดี๋ยวจะมีปัญหาในอนาคตว่าอาจจะเป็นตับแข็งหรือเป็นมะเร็งตับได้

ก่อนอื่นผมจะพูดถึงความเสี่ยงหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผมมีภาวะไขมันพอกตับ คือ ข้อที่ 1 รอบเอวผมเกิน 90 เซนติเมตร ซึ่งจริงๆ แล้วผมมีรอบเอวอยู่ที่ 105 cm หรือเท่ากับเอว 42 นิ้ว

ข้อที่ 2 ไขมันในเลือด คือไตรกลีเซอไรด์ผมสูงมาก ประมาณ 250 และข้อที่ 3 น้ำหนักประมาณ 110 กิโลกรัม

ส่วนไขมันดีไขมันเลวไม่ต้องไปพูดถึง เพราะโคตรแย่อยู่แล้ว ฉะนั้นส่วนตัวเป็นคนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นไขมันพอกตับค่อนข้างเยอะมาก โดยเป็นไขมันพอกตับระยะที่ 3 แต่โชคดีมากที่ยังไม่มีผังผืดในตับ

จนกระทั่งวันนี้ ตัวเองหายจากไขมันพอกตับแล้ว ก็เพิ่งรู้ว่าความเสี่ยงที่เราเป็นไขมันพอกตับ ถ้าทิ้งมันไว้นานกว่านี้จะเป็นตับแข็งได้ และมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับในอนาคต

จึงอยากจะแชร์วิธีดูแลเรื่องไขมันพอกตับให้ทุกคนฟังว่า จริงๆ แล้ว ไขมันพอกตับมันมีปัญหาว่าเกิดจากการกินเหล้ากับการไม่กินเหล้านั่นเอง

ซึ่งการที่ผมเป็นเนี่ย คิดว่าน่าจะมาจาก 2 วิธีที่ควบคู่กัน เพราะเมื่อก่อนก็ชอบกิน แต่คิดว่าจริงๆ แล้วที่เป็นหนัก ๆ เนี่ย น่าจะมาจากการที่เราเป็นเบาหวานและกินไม่รู้เรื่องมากกว่า

ฉะนั้น อยากจะแชร์วิธีที่ตัวเองหายจากไขมันพอกตับให้ทุกคนฟัง เพราะผมเชื่อว่าปัจจุบันนี้ปัญหาเรื่องไขมันพอกตับจะเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้หลายๆ คนเกิดปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็น การเป็นเบาหวานในอนาคต การเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดสมองตีบ รวมถึงการเป็นตับแข็ง โดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยว่าคุณเป็นได้ เพราะคุณจะชอบคิดเสมอว่า คุณเป็นตับแข็งได้ต้องกินเหล้าเท่านั้น

คุณเสี่ยงเป็นไขมันพอกตับโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า? ไขมันพอกตับมักไม่มีอาการในระยะแรก แต่หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับได้ ลองเช็กดูว่าคุณมีความเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้หรือไม่?

7 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คุณเป็น “ไขมันพอกตับ” โดยไม่รู้ตัว!
1.คุณชอบกินของมัน ของทอด อาหารแปรรูป อาหารเหล่านี้มีไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวสูง สะสมในตับ ทำให้ตับเผาผลาญไม่ทัน

2.คุณดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือของหวานบ่อยๆ น้ำตาลฟรุกโตสจากเครื่องดื่มและขนม เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในตับได้โดยตรง

3.คุณดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ แม้เพียงเล็กน้อย แอลกอฮอล์เป็นตัวทำลายเซลล์ตับโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงของตับอักเสบและตับแข็ง

4.คุณมีน้ำหนักเกิน หรือมีไขมันสะสมที่พุง (อ้วนลงพุง) คนที่มีไขมันสะสมรอบเอวสูง มักมีไขมันพอกตับร่วมด้วย แม้ว่าจะดูไม่อ้วนมากก็ตาม

5.คุณเป็นเบาหวาน หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน ระดับน้ำตาลในเลือดสูง กระตุ้นให้ตับสร้างไขมันมากขึ้น ทำให้ไขมันพอกตับรุนแรงขึ้น

6.คุณเคยตรวจสุขภาพแล้วพบว่าค่าตับ (ALT, AST) สูงกว่าปกติ ค่าตับสูงอาจเป็นสัญญาณของตับอักเสบจากไขมันพอกตับ

7.คุณมีไลฟ์สไตล์ที่นั่งทำงานนาน ขาดการออกกำลังกาย การไม่ขยับร่างกาย ทำให้ไขมันสะสมในตับเพิ่มขึ้น และระบบเผาผลาญแย่ลง

ถ้าคุณมี 1 ใน 7 ข้อนี้ รีบดูแลตับด่วน! ไขมันพอกตับสามารถย้อนกลับได้ หากเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่ตอนนี้!

  • ปรับอาหาร ลดของมัน ลดน้ำตาล ลดแอลกอฮอล์
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กระตุ้นการเผาผลาญ
  • เสริมสารอาหารที่ช่วยล้างไขมันตับ ลดการอักเสบในตับ

5 แนวทางดูแลตัวเอง ถ้าคุณมี “ไขมันพอกตับ” ไขมันพอกตับสามารถย้อนกลับได้! หากคุณเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องใช้ยา เพียงแค่ปรับไลฟ์สไตล์ก็สามารถช่วยให้ตับฟื้นตัวได้

1.ปรับอาหาร–ลดไขมันสะสมที่ตับจากต้นเหตุ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • อาหารมันๆ ของทอด อาหารแปรรูป – เช่น ไก่ทอด หมูกรอบ มันฝรั่งทอด
  • น้ำตาลและแป้งขัดสี – เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน ข้าวขาว ขนมปังขาว
  • แอลกอฮอล์ – ดื่มแค่ไหนก็เพิ่มภาระให้ตับ!
  • อาหารที่มีฟรุกโตสสูง – เช่น น้ำผลไม้ขวด น้ำหวาน น้ำเชื่อมข้าวโพด

อาหารที่ควรกิน:

  • ผักใบเขียวและผลไม้ไฟเบอร์สูง – เช่น บรอกโคลี คะน้า กะหล่ำปลี ช่วยให้ตับขับไขมันได้ดีขึ้น
  • โปรตีนคุณภาพดี – เช่น ปลา ไก่ ไข่ ถั่ว ช่วยเสริมสร้างเซลล์ตับ
  • ไขมันดี (Healthy Fats) – เช่น อะโวคาโด น้ำมันมะกอก ถั่ว ช่วยลดการอักเสบของตับ
  • อาหารที่มีโคลีนสูง – เช่น ไข่แดง ถั่วเหลือง ช่วยเผาผลาญไขมันสะสมในตับ

2.ออกกำลังกาย–เผาผลาญไขมัน ลดความเสี่ยงตับอักเสบ ออกกำลังกายอย่างน้อย 30-45 นาที/วัน

  • คาร์ดิโอ – เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ช่วยเผาผลาญไขมัน
  • เวทเทรนนิ่ง – สร้างกล้ามเนื้อ ช่วยเผาผลาญไขมันสะสมที่ตับได้ดีขึ้น
  • HIIT (High-Intensity Interval Training) – ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันได้เร็วขึ้น

3.ปรับการนอน–พักผ่อนให้พอเพื่อลดการอักเสบของตับ

  • ควรนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง/คืน
  • นอนดึก (หลังเที่ยงคืน) เป็นปัจจัยเสี่ยงให้ไขมันพอกตับแย่ลง!
  • เวลาที่ดีที่สุดในการนอนคือ 22.00 – 23.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ตับฟื้นฟูตัวเอง
  • การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ระดับอินซูลินผิดปกติ และทำให้ไขมันสะสมที่ตับมากขึ้น

4.ลดความเครียด–ลดภาระของตับและฮอร์โมนที่ทำให้ไขมันสะสม

  • เครียดมาก = คอร์ติซอลสูง = เพิ่มการสะสมไขมันในตับ
  • ฝึกหายใจลึกๆ (Deep Breathing), ทำสมาธิ, โยคะ
  • ออกไปเดินเล่นกลางแจ้ง หรือทำกิจกรรมที่ชอบ
  • ลดการเสพข่าวสารเครียดๆ ก่อนนอน
  • การลดความเครียดเป็นการดูแลสุขภาพตับจากภายใน!

5.ดื่มน้ำให้เพียงพอ–ช่วยขับของเสียออกจากตับ

  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตร/วัน
  • น้ำช่วยให้ตับขับไขมันและสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
  • ลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น ชานม กาแฟใส่น้ำตาล

สรุป–ถ้ามีไขมันพอกตับ ต้องเริ่มดูแลตัวเองแบบนี้!

  • ลดน้ำตาล แป้ง และของทอด → ลดภาระตับ
  • เพิ่มโปรตีน ผัก และไขมันดี → ช่วยเผาผลาญไขมันตับ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ → กระตุ้นการเผาผลาญ
  • นอนให้พอ ลดความเครียด → ป้องกันการอักเสบของตับ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ → ช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย

หากเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ ไขมันพอกตับสามารถย้อนกลับได้! อย่ารอจนตับเสียหายเกินเยียวยา!

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง สำหรับงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ที่ทุกคนรอคอย งาน Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ จัดโดย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยพันธมิตรสุขภาพ ทั้งภาครัฐและเอกชน

งานในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในทุกช่วงวัย ใครที่สนใจตรวจสุขภาพ งานนี้รวมโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 30 โรงพยาบาลมาให้บริการตรวจสุขภาพฟรี อาทิ บริการตรวจสุขภาพตา บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ บริการอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และบริการอื่นๆ อีกมากมาย ย้ำอีกครั้งว่างานนี้ฟรี!

นอกจากนี้ ห้ามพลาดกับทุกเทรนด์เรื่องสุขภาพ ฟังเวทีเสวนาให้ความรู้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมเวิร์กชอปเพื่อสุขภาพ ยกทัพสินค้า ร้านค้า และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าสนใจอีกมากมาย

เจอกันที่งาน Thailand Healthcare 2025 ในวันที่ 26-29 มิ.ย. 2568 เวลา 10.00–20.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เครือมติชน และเพจเฟซบุ๊ก Matichon Healthcare และสื่อในเครือมติชน แล้วมาสุขภาพดีไปด้วยกันนะคะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน