หมอ ชี้ มะเร็งลำไส้ อันดับ 3 คร่าชีวิตคนไทย เช็กเลย อาการต้องสงสัย มะเร็งลำไส้ใหญ่ เผยกลุ่มไหนเสี่ยง ควรเข้าตรวจคัดกรอง
นพ.ธราธิป ประคองวงษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งทางเดินอาหารว่า ปัจจุบันมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ได้แก่ มะเร็งลำไส้และทวารหนัก ส่วนมากมักตรวจพบเมื่อมีอาการแล้วและเป็นระยะที่โรคลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น ดังนั้น การคัดกรองตั้งแต่มีอาการสุ่มเสี่ยงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
อาการแบบไหน มีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่? สามารถสำรวจตนเองได้ว่ามีอาการต้องสงสัยดังต่อไปนี้หรือไม่
- คลื่นไส้
- อาเจียน
- แน่นท้อง ปวดท้อง ท้องอืดบ่อยๆ
- ถ่ายเป็นเลือด
- เบื่ออาหาร
- การขับถ่ายเปลี่ยนแปลง เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระลำเล็กลง
- น้ำหนักลด
- ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
- คลำได้ก้อนที่ท้อง
- ปวดเบ่งบริเวณทวารหนัก
อาการเบื้องต้นหากทิ้งไว้อาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งลำไส้ และนำไปสู่ลำไส้อุดตันในที่สุด
กลุ่มไหนเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรเข้าคัดกรอง? นอกจากอาการต้องสงสัยที่อาจบ่งชี้ได้ว่ามีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ การอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรเข้ารับการตรวจหามะเร็งลำไส้ โดยกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่
- ผู้มีประวัติญาติสายตรง (พ่อ แม่ ลูก พี่น้อง) เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมีติ่งเนื้อในลำไส้ ควรเริ่มคัดกรองตั้งแต่อายุ 40 ปี หรือก่อนที่ญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ 10 ปี
- ผู้ที่ไม่มีอาการแสดงใดๆ สามารถมาตรวจได้ตั้งแต่อายุ 45 ปี
- ผู้ป่วยที่เคยส่องกล้องแล้วเจอติ่งเนื้อมาก่อน
- ผู้ป่วยที่มีภาวะทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ เช่น FAP, Lynch syndrome
- มีประวัติเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิด Crohn’s Disease หรือ Ulcerative colitis
- ได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องท้องหรืออุ้งเชิงกรานมาก่อน
วิธีการตรวจหามะเร็งลำไส้ การตรวจหามะเร็งทางเดินอาหารสามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่
1.ตรวจอุจจาระ (Stool test) ตรวจหาเลือดที่ปนอยู่ในอุจจาระ
- ข้อดี : ทำได้ง่าย สะดวกและมีราคาไม่สูงมาก
- ข้อเสีย : ต้องเก็บตัวอย่างอุจจาระสามครั้ง อาจทำให้ตรวจพบมะเร็งได้ช้า มีความไวและความแม่นยำน้อยกว่าการส่องกล้อง
2.การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ไม่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด โดยจะมีการให้ยานอนหลับผู้ป่วยขณะส่องกล้อง
- ข้อดี : มีความไวและความแม่นยำสูงที่สุด สามารถตรวจเจอติ่งเนื้อขนาดเล็ก และติ่งเนื้อชนิดแบนราบได้ หากเจอติ่งเนื้อที่อาจก่อไปสู่มะเร็ง สามารถตัดติ่งเนื้อส่งตรวจได้ทันทีและสามารถกลับบ้านภายใน 1 วัน
- ข้อเสีย : ต้องเตรียมลำไส้
การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่
- งดรับประทานผักผลไม้ 2- 3 วันก่อนส่องกล้อง
- รับประทานยาระบายเพื่อล้างลำไส้
- หยุดยาละลายลิ่มเลือด (ถ้ามี) ตามที่แพทย์พิจารณา
3.CT scan
- ข้อดี : ใช้ในการช่วยวินิจฉัยในกรณีสงสัยภาวะลำไส้อุดตันจากมะเร็งลำไส้
- ข้อเสีย : มีความแม่นยำน้อยกว่าการส่องกล้อง อาจมองไม่เห็นติ่งเนื้อหรือมะเร็งที่มีขนาดเล็ก ไม่เห็นมะเร็งหรือติ่งเนื้อที่มีลักษณะแบน ไม่สามารถตัดติ่งเนื้อเพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ได้
ขอบคุณที่มา : โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน