ศึกสายเลือด ไม่จบ ‘นพดล ธรรมวัฒนะ’ ฟ้องหมิ่นประมาท น้องสาว ‘ณฤมล’ ผู้จัดการมรดก กล่าวหาปลอมลายเซ็นแม่ ศาลนัดไต่สวนฯ 29 ก.ค.นี้
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.68 ที่ศาลเเขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการ เเจ้งวัฒนะ นายนพดล ธรรมวัฒนะ ผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.คนึงนิตย์ และนายแทนทอง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒน เดินทางไปยื่นฟ้อง น.ส.ณฤมล ธรรมวัฒนะ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท
โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 จำเลยพูดกับน.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “นิด” ว่า กล่าวหาว่าโจทก์โกง ปลอมลายเซ็นแม่
ซึ่งมีรายละเอียดปรากฏตามคลิปวิดีโอสนทนา ระหว่างจำเลยกับน.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ซึ่งความจริงแล้ว ข้อความที่จำเลยพูดต่อน.ส.คนึงนิตย์นั้น ไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น และยังเป็นข้อความที่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกดูหมิ่นเกลียดชังว่า โจทก์เป็นคนขี้โกงเป็นคนไม่ดี
ซึ่งความจริงแล้ว ข้อเท็จจริง โจทก์มีหลักฐานว่ามารดาของโจทก์มีเงินที่ฝากไว้ในบัญชีต่างประเทศจำนวนเท่าใด และโจทก์ดำเนินการจัดการในฐานะที่โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ ผู้ตาย (เจ้ามรดก) โจทก์จัดการกับทรัพย์มรดกอย่างถูกต้อง และแบ่งปันทรัพย์นั้นให้แก่ทายาทไปหลายครั้งแล้ว
และจำเลยก็ได้รับเงินส่วนแบ่งดังกล่าวด้วยเช่นกันโดยที่จำเลยไม่ได้โต้แย้งหรือทักท้วงแต่อย่างใด แต่จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จ มาบอกเล่าแก่พี่น้องคนอื่นอีก อันเป็นการแสดง เจตนาที่แท้จริงของจำเลยว่า จำเลยต้องการให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง โจทก์ซึ่งมีฐานะเป็นผู้จัดการร ดกต้องมัวหมอง และได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก
ข้อความที่จำเลยพูดหมายความว่า จำเลยกล่าวหาว่า โจทก์เป็นคนไม่ดี เป็นคนเลวใช้อุบายหรือเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงพี่น้อง โดยโจทก์โกงพี่น้องทุกคนด้วยการปลอมลายมือชื่อของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ (มารดา) เบิกถอนเงินของนางสุวพีร์ ไปเป็นประโยชน์ของตนเอง กล่าวหาว่าโจทก์โกงเงินส่วนที่มากกว่าหนึ่งล้านเหรียญ ของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ ไป ไม่นำมาแบ่งให้กับจำเลยและพี่น้อง
ซึ่งข้อความที่จำเลยพูดไม่เป็นความจริง เพราะนางสุวพีร์มีเงินฝากที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงประมาณหนึ่งล้านเหรียญเท่านั้น ไม่ได้มีมากกว่านั้น ดังที่จำเลยกล่าวหา โจทก์ไม่เคยโกงเงินนางสุวพีร์ หรือโกงเงินพี่น้อง และโจทก์ไม่เคยปลอมลายมือชื่อของนางสุวพีร์ จำเลยมีเจตนาทุจริต ใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม ทำให้ได้รับความเสียหาย
ภายหลังยื่นฟ้องศาลรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 731/2568 เเละนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 29 ก.ค.2568 เวลา 09.00 น.
ที่มา มติชน
