สาวสุดสงสารพ่อ ถูกอดีตนายกเทศมนตรี เบี้ยวค่าซ่อมรถขยะเกือบครึ่งล้าน เผยพ่อร้องไห้ทุกวัน โทษตัวเองที่ไว้ใจคนง่าย โอดไม่มีหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ
จากกรณีผู้ใช้ TikTok ชื่อ @baiphaistyle เผยแพร่เรื่องราวของพ่อตัวเองซึ่งเป็นช่างซ่อมรถ ถูกอดีตนายกเทศมนตรีแห่งหนึ่งใน จังหวัดนครพนม เบี้ยวค่าจ้างซ่อมรถขยะมูลค่าหลายแสนบาท จนทำให้ครอบครัวต้องเผชิญปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ถึงขั้นต้องนำบ้านไปจำนองเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ และพ่อก็เคยคิดสั้น หวังใช้เงินสงเคราะห์หลังตาย เพื่อแบ่งเบาภาระลูกเมีย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านลาดสีชมพู ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม
ล่าสุดวันที่ 18 มิ.ย. 68 นางสาววิรารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ลูกสาวของนายไพลี หรือ “ช่างรี” เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า เหตุเกิดตั้งแต่ประมาณปี 2565 อดีตนายก อบต.เทศบาลแห่งหนึ่ง นำรถขยะที่จอดทิ้งจนกลายเป็นซากมาหาพ่อของตนเพื่อให้ซ่อมแซม พ่อแจ้งว่าต้องรอคิวเพราะติดซ่อมรถคันอื่นอยู่ กระทั่งต้นปี 2567 จึงเริ่มดำเนินการ โดยมีการตกลงราคาซ่อมตัวถังทั้งคันที่ 490,000 บาท พร้อมแนบรายการประเมินซ่อม แต่ไม่ได้ทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องจากพ่อเชื่อใจว่าหน่วยงานราชการจะไม่มีปัญหา

ต่อมาทางอดีตนายกฯ ขอร้องให้ซ่อมเครื่องยนต์เพิ่มเติมอีก 120,000 บาท โดยอ้างว่าไม่งั้นจะไม่สามารถเบิกงบประมาณได้ พ่อของตนก็ยอมทำให้ครบ เพราะอยากให้งานเสร็จเรียบร้อย และไว้ใจว่าราชการจะไม่ทอดทิ้ง กระทั่งเดือนเมษายน 2568 พ่อส่งมอบรถให้เรียบร้อย แต่กลับได้รับค่าจ้างเพียง 195,000 บาท อีกฝ่ายอ้างว่าต้องหักหนี้ที่ให้ยืมไว้ก่อนหน้านี้ และไม่มีงบประมาณจ่ายส่วนที่เหลือ พร้อมข่มขู่ว่า “อย่าไปบอกใคร เพราะไม่มีสัญญา”

นางสาววิรารัตน์ กล่าวต่อว่า เมื่อพ่อทราบว่าจะไม่ได้รับค่าจ้าง พ่อร้องไห้ทุกวัน โทษตัวเองที่ไว้ใจคนง่าย และผิดที่ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร พ่อพูดกับตนหลายครั้งว่า ถ้าพ่อตาย ลูกกับแม่จะได้เงินสงเคราะห์ไปใช้หนี้ ตนฟังแล้วใจสลาย เพราะพ่อไม่ใช่แค่หมดแรง แต่หมดใจด้วย พ่อทุ่มแรงกายแรงใจซ่อมงานนี้เต็มที่ เพราะหวังจะมีเงินมาดูแลครอบครัว แต่สุดท้ายต้องเอาบ้านไปจำนองเพื่อนำเงินมาใช้หมุน และตอนนี้สุขภาพพ่อก็ทรุดลง ต้องหยุดรับงาน รถขยะคันนี้เป็นคันสุดท้ายที่พ่อซ่อมได้

ตนไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากขอให้จ่ายเงินที่ตกลงกันไว้ แม้จะหักค่าล่าช้า ตนก็ยอมเพราะพ่อก็ซ่อมช้าจริง แต่ส่วนที่เหลือควรต้องได้ เพราะพ่อทำเต็มที่แล้วเมื่อตนมองว่ามันไม่เป็นธรรมที่ครอบครัวของตนที่ยากจนอยู่แล้ว ต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่มีการช่วยเหลือ หรือเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง ทั้งที่ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง

ปัจจุบันรถบรรทุกขยะคันดังกล่าวยังคงจอดเสียอยู่ข้างสำนักงานเทศบาล ไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งที่ใช้งบซ่อมไปรวมเกือบ 600,000 บาท ด้านอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาล ขณะนี้ยังไม่ออกมาชี้แจงใด ๆ เพียงแจ้งว่าจะขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน
