อ.นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ชี้การยิงเป้าหมายพลเรือน-รพ. เป็น 1 ใน 4 ความผิดอาญาร้ายแรงสูงสุดตามธรรมนูญกรุงโรม เผยช่องทางขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ
วันที่ 24 ก.ค.2568 รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรม แสดงความคิดเห็นกรณีการปะทะกันระหว่าง กัมพูชา กับ ไทย ความว่า
- การยิงเป้าหมายพลเรือน โรงพยาบาล ในการขัดกันทางอาวุธระหว่างประเทศเป็นอาชญากรรมสงคราม (war crimes) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ความผิดอาญาร้ายแรงสูงสุดตามธรรมนูญกรุงโรม
- การใช้อาวุธโจมตีดินแดนรัฐอื่น ที่ไม่ใช่การป้องกันตนเอง หรือตามมติของสหประชาชาติ เป็นอาชญากรรมรุกราน (aggression) ซึ่งเป็น1ใน4 ความผิดร้ายแรงสูงสุดตามธรรมนูญกรุงโรมเช่นกัน เป็นอาชญากรรมรุกรานได้แม้จะไม่มีทหารบุกรุกเข้ามา
- กัมพูชาเป็นรัฐภาคีธรรมนูญกรุงโรม ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จึงมีเขตอำนาจดำเนินคดีกับการกระทำเกิดขึ้นในดินแดนรัฐภาคี หรือกระทำโดยบุคคลสัญชาติของรัฐภาคี
- ไทยไม่ใช่ภาคีของธรรมนูญกรุงโรม แต่อาจแสดงเจตนายอมรับอำนาจศาล ICC เฉพาะเรื่องตามข้อ12(3) ได้ (ad hoc acceptance) ซึ่งการยอมรับดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นรัฐภาคีธรรมนูญกรุงโรม เพียงแต่ให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีอำนาจดำเนินคดีกับการกระทำเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศได้
- ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) มีอำนาจดำเนินคดี รวมทั้งออกหมายจับกับบุคคลธรรมดาผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงสูงสุด4ฐาน หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด หากมีการออกหมายจับแล้ว อย่างน้อย125 ประเทศภาคีจะให้ความร่วมมือ
ศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) ไม่ใช่ศาลโลก(ICJ) ที่มีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาทเรื่องเขตแดน