แม่ช้ำ เล่านาที ลูกถูก ทหารเขมร ยิงปืนใหญ่ถล่มดับกลางหมู่บ้าน ประคองร่างขึ้นรถ ลูบหน้า เรียกชื่อ แต่หน้าเขียว ขาเหลือง ในอ้อมกอดช่วยหลานรอด เผยคำพูด3วันก่อน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ก.ค.2568 นางวรรณวิษา อุ่นจิตร์ อายุ 53 ปี แม่ของ นายบันฑิต ผู้เสียชีวิต เปิดใจถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้น พร้อมกับประณามความโหดร้ายของทหารกัมพูชา ที่โจมตีพื้นที่หมู่บ้านและประชาชน
นางวรรณวิษา กล่าวว่า ตอนที่เกิดเหตุ ตนได้มาที่จุดศูนย์รวมของหมู่บ้านเพื่อที่จะประกาศให้ชาวบ้านรีบอพยพออกจากพื้นที่ทันที แต่ว่าในจังหวะนั้นพ่อได้วิ่งมาหาแล้วบอกว่า “แม่ ลูกเราเสียแล้ว ระเบิดลงเมื่อกี้”

แม่ช้ำ เล่านาที ลูกถูก ทหารเขมร ยิงปืนใหญ่ถล่มดับกลางหมู่บ้าน ประคองร่างขึ้นรถ ลูบหน้า เรียกชื่อ แต่หน้าเขียว ขาเหลือง ในอ้อมกอดช่วยหลานรอด เผยคำพูด3วันก่อน
ตนจึงรีบวิ่งกลับบ้านไป ปรากฏว่าเห็นลูกนอนคว่ำหน้า เลือดอาบ ตนจึงพยายามเรียกรถเพื่อที่จะไปโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าตรงนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว ตนพยายามประคองลูกขึ้นรถของ อบต. เพื่อไปที่โรงพยาบาล หวังจะให้ลูกชายรอด
ในระหว่างทางพยายามเรียกชื่อลูกชายตลอด เพื่อให้เขามีสติ ลูบหน้าเขาตลอดเวลา แต่ในตอนนั้น ใบหน้าเขียวหมดแล้ว ขาเหลือง ซีด เพราะเลือดออกเยอะมาก ตนร้องไห้ ไม่มีสติ ในตอนที่อยู่บนรถ เหมือนรถมันไม่เคลื่อนที่เลย
ตนจึงได้บอกลูกว่า “ลูก ช่วยแม่ด้วย ให้รถไปเร็ว ๆ จะได้มีชีวิตต่อ” ตอนนั้นเราเริ่มทำใจไม่ได้ แต่เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาล หมอบอกว่า “เสียใจด้วยนะ” ตนจึงได้บอกข่าวร้ายกับสามี จากนั้น ก็ถามว่า “น้ำโขง รอดไหม” ซึ่งหมอพยายามปั๊มหัวใจแล้วแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ขณะที่พ่อของน้ำโขง ใบหน้ามีแผล เลือดออก กำลังผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล อาการคงที่
“ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย ระเบิดลงมาตรงหมู่บ้านเลย ทุกคนไม่มีสติ ยายที่อุ้มหลานก็ร้องไห้ ตอนนั้นทุกคนไม่รู้ว่าจะทำยังไงเพราะว่าเสียงระเบิดมันดังอย่างต่อเนื่อง น้ำค้าง พี่สาวน้ำโขงที่รอดชีวิต บอกว่า ที่รอดมาได้ เพราะว่าลูกชายปกป้องหลาน ทำให้เขาเสียชีวิตและหลานรอดชีวิต” นางวรรณวิษา กล่าว
ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือด้วย เพราะชาวบ้านไม่รู้จะทำยังไงต่อ ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว และบ้านก็พังไม่เป็นท่าแล้ว อยากให้กัมพูชารับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เพราะทำให้ชาวบ้านตาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อ 3 วันก่อน ลูกชายพูด “พร้อมที่จะไปเป็นทหาร เผื่อเขาเรียก จะไม่หนีไปไหน” ซึ่งลูกชายพูดแบบนี้ พูดอยู่หลายครั้งมาก ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริง


