ห่วง ทหารแนวหน้า หลังการสู้รบ อาจต้องเผชิญสงครามในใจ โรค PTSD วอนผู้เชี่ยวชาญวางแผนดูแล สภาพจิตใจ เผยอาการ-วิธีรักษา
เหตุการณ์การสู้รบ ระหว่าง ไทย กับ กัมพูชา ที่เริ่มเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ ทหารแนวหน้า สละชีพ 15 นาย บาดเจ็บ 175 นาย รวมทั้งสิ้น 190 นาย
ขณะที่ประชาชน เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บสาหัส 12 ราย บาดเจ็บปานกลาง 13 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 13 ราย รวมทั้งสิ้น 53 ราย
ต่อมา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ผู้นำทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลง 3 ข้อ ได้แก่
- หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขโดยมีผลภายใน 24.00 น. ของคืนวันที่ 28 ก.ค.
- จัดให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้บังคับบัญชาทางทหารในพื้นที่
- จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทยกัมพูชา (General Border Committee – GBC) ในวันที่ 4 ส.ค. โดยมีกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ
ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเจ้าหน้าที่ทหารหลายราย โดยเพจ โรงเรียนสงครามพิเศษ โพสต์ข้อความระบุว่า หลังจากนี้ ทหารหาญอาจต้องเผชิญกับสงครามที่อยู่ในใจตัวเอง โรค PTSD หรืออาการเครียดรุนแรงหลังจากการรบ วอนผู้เชี่ยวชาญวางแผนดูแล
สำหรับ PTSD คือ โรคความผิดปกติทางจิตใจภายหลังภยันตราย ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังประสบเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งไม่เพียงสูญเสียทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ประสบเหตุด้วย
โดยอาการของโรค PTSD เริ่มแรกผู้ป่วยโรคนี้ จะเห็นภาพเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ ทำให้เห็นภาพหลอน ฝันร้าย และเกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นซ้ำๆ จนเกิดความตื่นกลัว บางคนอาจมีอาการใจสั่น มือสั่น และเหงื่อออกมาก
ซึ่งหากรุนแรงมาก จะรู้สึกไม่มีความสุข ชีวิตหม่นหมอง ไม่สนใจในสิ่งที่เคยชอบทำ และอาจร้ายแรงถึงขั้นอยากปลิดชีพตัวเอง
สำหรับ การรักษาภาวะ PTSD มีหลายวิธี และต้องใช้เวลาเพื่อให้อาการดีขึ้นตามลำดับ รวมถึงคนรอบข้างต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีวิธีรักษาดังนี้
- ผู้ป่วยต้องพยายามเรียนรู้การจัดการความเครียด เช่น หากิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย การออกไปพบปะผู้คน หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว เป็นต้น
- ดูแลตนเองมากขึ้น ไม่บริโภคของที่ไม่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และต้องพักผ่อนให้มากขึ้น
- รับยาจากแพทย์ เพื่อช่วยบรรเทาความเครียดหรืออาการซึมเศร้า
- การบำบัด เข้าพบแพทย์เพื่อพูดคุยปรึกษาเพื่อปรับให้สามารถค่อยๆ ปรับเปลี่ยนความคิดได้ นอกจากนี้การพูดคุยหรือสนทนาแลกเปลี่ยนกับผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันก็สามารถบำบัดได้เช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อต้องเผชิญภาวะ PTSD ควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและขอคำปรึกษา พูดคุยกับผู้ที่สามารถรับฟังปัญหาของเราได้ หากิจกรรมเพื่อบรรเทาความเครียด เป็นต้น ซึ่งเมื่อเข้ารักษาเร็วมีโอกาสเป็นภาวะ PTSD น้อยลงตามไปด้วย
