แพทย์เผย คนไข้ชายวัย 24 ปี อวัยวะเพศเล็ก-มีปัญหาการแข็งตัว กลางดึกเกิดอาการชัก สุดท้ายพบ เนื้องอกต่อมใต้สมอง ชนิดโปรแลกติโนมา
ชายหนุ่มแซ่อู๋อายุ 24 ปี ใช้ชีวิตเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน วันหนึ่งช่วงเช้ามืดเกิดอาการชักเกร็งไปทั่วร่างกายอย่างกะทันหันจนดวงตากลอกขึ้น ครอบครัวรีบนำส่งห้องฉุกเฉิน ผลตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบก้อนเนื้อขนาดราว 5 เซนติเมตรอยู่เหนือฐานกะโหลก (sella turcica)
และตรวจเลือดพบฮอร์โมนโปรแลกตินสูงผิดปกติอย่างรุนแรง ผู้ป่วยรายนี้ไม่เคยมีพัฒนาการทางเพศทุติยภูมิหลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ อวัยวะเพศเล็ก ไม่สามารถแข็งตัวได้ สุดท้ายได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกโปรแลกติโนมา และต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเพื่อนำก้อนเนื้อออก

แพทย์ผู้ดูแลคือ นพ. หวัง จื่อหยวน แห่งแผนกเมตาบอลิซึม โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอเชีย (Asia University Hospital) เปิดเผยว่า ผู้ป่วยเล่าว่าตนเองรู้สึกสุขภาพโดยรวมปกติ แต่หลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่กลับไม่ปรากฏลักษณะทางเพศทุติยภูมิ เช่น อวัยวะเพศเล็ก ไม่แข็งตัว ขนรักแร้และขนบริเวณอวัยวะเพศมีน้อย
อีกทั้งมีความอายและไม่กล้ามีแฟนจึงเก็บตัวอยู่บ้าน เล่นโทรศัพท์และเกมทั้งวัน ซึ่งเขาไม่มีความกล้าที่จะไปพบแพทย์ จนกระทั่งวันหนึ่ง เวลาประมาณตีสาม พ่อของเขาลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำและได้ยินเสียงแปลก ๆ ในห้อง เขาเปิดประตูและพบว่าลูกชายกำลังกระตุกไปทั่วทั้งตัว เขาจึงรีบโทรแจ้ง 119 และส่งตัวเขาไปโรงพยาบาล

แพทย์ตรวจพบก้อนเนื้อสมองขนาด 5 ซม. และผลตรวจฮอร์โมนพบโปรแลกตินสูงกว่า 200 ng/dL (ค่าปกติในผู้ชาย 2.6–17 ng/dL) ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ฮอร์โมนกระตุ้นรูขุมขน (FSH) และฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ (LH) ต่ำผิดปกติ ส่วนการทำงานของต่อมไทรอยด์และต่อมหมวกไตปกติ หลังประเมินแล้วจึงวินิจฉัยว่าเป็นกรณีเนื้องอกโปรแลกติโนมาขนาดใหญ่ที่พบได้ยาก
หลังผ่าตัด ระดับโปรแลกตินลดลงทันทีเหลือ 101 ng/dL ผลชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็นโปรแลกติโนมา หลังออกจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยยังคงต้องรับยาลดระดับโปรแลกตินและติดตามอาการ ปัจจุบันค่าฮอร์โมนลดลงมาอยู่ที่ 4.67 ng/dL ซึ่งเป็นระดับปกติแล้ว
นพ. หวัง อธิบายว่า โปรแลกติโนมาเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายในต่อมสมอง(พิทูอิทารี)ส่วนหน้า ทำให้มีการสร้างฮอร์โมนโปรแลกตินมากเกินไป อาการในชายและหญิงแตกต่างกัน ในผู้หญิงมักมีประจำเดือนผิดปกติ มีน้ำนมไหล มีบุตรยาก และความต้องการทางเพศลดลง เนื่องจากอาการชัดเจนจึงมักมาพบแพทย์และตรวจพบก้อนเนื้อในระยะเริ่มแรก ซึ่งส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่า 1 ซม. และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดสมอง เพียงใช้ยาก็เพียงพอ

แต่ในผู้ชาย อาการมักไม่ชัดเจน เช่น วัยรุ่นไม่มีพัฒนาการทางเพศทุติยภูมิ ผู้ใหญ่มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ความต้องการทางเพศลดลง เต้านมโตผิดปกติ ทำให้หลายคนไม่กล้ามาพบแพทย์ กว่าจะตรวจพบก็มักเป็นระยะที่ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่แล้ว
ซึ่งอาจมีอาการสายตาพร่ามัว, สายตาเบลอผิดปกติ, ปวดศีรษะ หรือแม้กระทั่งเกิดอาการชัก เช่น กรณีนี้ที่อายุ 24 ปีแล้วยังไม่มีพัฒนาการทางเพศ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ จนต้องผ่าตัด และไม่สามารถกำจัดก้อนเนื้อได้หมด
แพทย์เตือนผู้ชายว่า หากอายุเกิน 18 ปีแล้วยังไม่มีพัฒนาการทางเพศ หรือมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ อาจเกิดจากโปรแลกติโนมา ไม่ควรปล่อยปละเพราะกลัวเสียหน้า จนทำให้ชะลอการรักษา ควรมาตรวจที่แผนกเมตาบอลิซึมเพื่อหาสาเหตุ และได้รับการวินิจฉัยรักษาอย่างทันท่วงที