เปิดใจ สาวขับเก๋ง ลั่นไม่ให้อภัย กระบะข้ามเลนปาดหน้า เบียดจนรถเสียหลักตกถนน แล้วแผ่นหนี เผยยังผวาไม่หาย เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังวันเกิดเพียง 4 วัน โชคดีที่ไม่ได้พาลูกไปด้วย
จากกรณีคลิปภาพวงจรปิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยผู้เสียหายแคปชั่นว่า “รถเก๋งที่ตกข้างทาง
คือเราเอง โชคดีมากที่ไม่ได้เอาลูกไปด้วย เรากับพี่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมีเพียงแขนที่เจ็บเล็กน้อย แต่เราเคืองมากไม่สนใจเลย หนีไปเลย ถ้าเราตกดูน้ำหรือชนเสาไฟฟ้าจะเป็นยังไง เขาไม่คิดมาแม้จะลงมาดู ใจร้ายมาก
ถ้าเราไม่หักหลบคนนั่งหลังกระบะก็ ไม่อยากจะนึกสภาพ ออกมายอมรับ ผิดกับความประมาทและการกระทำของคุณหน่อยนะคะ ไม่ใช่หนีแบบนี้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2568 อ.นิคม พัฒนา สาย 13 ระหว่างซอย 6 มุ่งหน้าไปซอย7 ช่วงเวลา 17.25 น.” โดยคลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากในโลกโซเชียล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 15 ก.ย.2568 ทีมข่าวสดออนไลน์ ได้โทรพูดคุยกับ คุณฝ้าย คนขับรถเก๋งสีขาว ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่า วันเกิดเหตุ ตนกำลังเดินทางไปคืนเตาหมูกระทะที่ร้านหมูกระทะ ซึ่งตอนเกิดเหตุนั้นใกล้จะถึงร้านหมูกระทะแล้ว อยู่ๆก็มีรถกระบะสีขาวก็ข้ามเลนถนนมา เหมือนออกจากซอยหนึ่งฝั่งตรงข้ามก่อนจะมาตัดหน้ารถของตก
ตนจึงตัดสินใจเบี่ยงรถจนรถตกข้างทาง ส่งผลให้ตนเจ็บแขนเพราะแขนกระแทกกับตัวรถ ทำให้เกิดการอักเสบเล็กน้อย ส่วนรถนั้นกันชนหน้ารถเสียหาย กระจกด้านข้างเสียหาย และช่วงล่างอาจต้องนำไปเช็กก่อน ขณะเกิดเหตุตนไม่รู้ว่าคนขับเห็นรถของตนหรือไม่ แต่มั่นใจว่าคนนั่งบริเวณท้ายรถกระบะเห็นรถของตนแน่นอน เพราะจากกล้องวงจรปิดเห็นว่าตนนั่งท้ายกระบะหันมาดูตอนเกิดเหตุด้วย
หลังเกิดเหตุ คู่กรณีขับหนีไปเลย ตนจึงตัดสินใช้สื่อโซเชียลในการตามตัวคู่กรณี จนคลิปเป็นไวรัล ทำให้เจ้าของรถเห็นคลิปแล้ว และได้ติดต่อมาหาตนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นอกจากนี้คู่กรณีได้มีการขอโทษ แต่แม้เจ้าของรถจะขอโทษตนแล้วแต่ตนก็ยังไม่ให้อภัย เพราะตอนนี้ตนยังมีความรู้สึกที่ไม่ดีอยู่ ส่วนคนขับรถนั้นเป็นคนละคนกับเจ้าของรถ
คุณฝ้าย บอกอีกว่า ตอนตนจะพาลูกไปด้วย แต่วันดังกล่าวฝนตก จึงได้ฝากลูกไว้กับยายปละแฟน ก่อนไปประสบอุบัติเหตุเลย ส่วนตัวรู้สึกโชคดีมากๆที่ไม่ได้พาลูกไป นึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าพาลูกไปด้วยจะเป็นไง ไม่อยากนึกภาพเลย น่าจะหดหู่มาก
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวันเกิดของตนเพียง 4 วัน แต่ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไร มองเพียงว่า ไม่ใช่ความประมาทของตนเอง เพราะตนเองไม่ได้ขับรถประมาท อีกทั้งยังขับรถถูกต้องตามกฎ แต่หน้าจะเป็นความประมาทของคนอื่นที่ทำให้ตนได้รับความเสียหายและบาดเจ็บเท่านั้น
หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปแจ้งความ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้การช่วยเหลืออย่างดี หลังจากนี้ขอให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป และรอเจรจากับคู่กรณีอีกครั้ง ส่วนค่าเยียวยาขอให้เป็นไปตามข้อกฎหมายว่าสามารถชดเชยอย่างไรได้บ้าง ทั้งนี้ตนอยากฝากบอกคู่กรณีว่าอยากให้ขับขี่อย่างระมัดระวังมากกว่านี้ หากเหตุการณ์นี้มันร้ายแรงกว่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร


