เช็กเงื่อนไข-สิทธิประโยชน์ เงินบำนาญชราภาพ ปรับขึ้นอีก หากจ่ายเงินสมทบประกันสังคมเกิน 180 วัน เผย ช่องทางการตรวจสอบ วิธีคำนวณ

วันที่ 21 ก.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน – Social Security Office” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ผู้ประกันตนเคยสงสัยไหมว่า ส่งเงินสมทบไปแล้ว กี่เดือนถึงใช้สิทธิได้

โดยผู้ประกันตนตามแต่ละมาตราจะได้รับสิทธิประกันสังคมไม่เหมือนกัน

  • มาตรา 33 คุ้มครอง 7 กรณี
  • มาตรา 39 คุ้มครอง 6 กรณี

มีเงื่อนไขการคุ้มครองดังนี้

กรณีเจ็บป่วย

  • ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนวันรับบริการทางการแพทย์

กรณีคลอดบุตร

  • ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนที่คลอดโดยมีสิทธิได้รับค่าคลอดบุตรโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

กรณีทุพพลภาพ

  • ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนทุพพลภาพ

กรณีสงเคราะห์บุตร

  • ส่งเงินสมทบครบ 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิ

กรณีตาย

  • ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนถึงแก่ความตาย

กรณีว่างงาน

  • ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงาน (เฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33)

กรณีชราภาพ

บำเหน็จชราภาพ

  • กรณีจ่ายเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จ เท่ากับจำนวนเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตน
  • กรณีจ่ายเงินสมทบ 12 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จ เท่ากับจำนวนเงินสมทบที่สมทบ ส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ทดแทนตามที่สำนักงานกำหนด

บำนาญชราภาพ

  • ได้รับบำนาญชราภาพร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • หากมีการจ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน จะปรับเพิ่มขึ้นให้อีกร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน

ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลสำนักงานประกันสังคมได้ที่ www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับสูตรกรณีนำส่งเกิน 180 เดือน

จะได้รับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ฐานเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด 15,000 บาท) และได้เพิ่ม อีก 1.5% ของทุกปี = 20% + (1.5 x จำนวนปี)

ตัวอย่าง ผู้ประกันตนอายุ 60 ปี จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 35 ปี (420 เดือน) มีรายได้เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย 15,000 บาท

1.คำนวณเงินบำนาญพื้นฐาน (15 ปีแรก)

  • เงินบำนาญขั้นพื้นฐานเท่ากับ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย: 15,000 บาท
  • อัตราบำนาญพื้นฐาน: 20%
  • คำนวณ: 15,000 บาท x 20% = 3,000 บาท

2.คำนวณเงินบำนาญส่วนเพิ่ม

  • สำหรับส่วนที่จ่ายเงินสมทบเกิน 15 ปี (180 เดือน) จะได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นอีก 1.5% ต่อปี
  • ระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบทั้งหมด: 35 ปี
  • ระยะเวลาที่เกิน 15 ปี: 35 ปี – 15 ปี = 20 ปี
  • อัตราเงินบำนาญส่วนเพิ่ม: 1.5% ต่อปี
  • คำนวณ: (20 ปี x 1.5%) ของ 15,000 บาท = 30% ของ 15,000 บาท = 4,500 บาท

รวมเงินบำนาญทั้งหมด

  • นำเงินบำนาญพื้นฐานและเงินบำนาญส่วนเพิ่มมารวมกัน
  • เงินบำนาญพื้นฐาน: 3,000 บาท
  • เงินบำนาญส่วนเพิ่ม: 4,500 บาท
  • รวม: 3,000 บาท + 4,500 บาท = 7,500 บาท

ดังนั้น ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพเดือนละ 7,500 บาท

ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม

  1. เข้าเว็บไซต์ https://www.sso.go.th/
  2. เลือก ‘ผู้ประกันตน’
  3. ถ้าไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน เลือก ‘สมัครสมาชิก’
  4. เข้าสู่ระบบด้วยการกรอก ‘เลขบัตรประจำตัวประชาชน’ และ ‘รหัสผ่าน’
  5. เข้าสู่หน้าตรวจสอบข้อมูลผู้ประกันตน เลือก ‘ข้อมูลการส่งเงินสมทบ’
  6. จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลของแต่ละคน ทั้งงวดเงินสมทบ, วันที่ชำระเงิน, % เงินสมทบ
  7. และจำนวนเงินที่ผู้ประกันตนนำส่ง
  8. สำหรับการเช็กยอดเงินชราภาพประกันสังคม เลือก ‘การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ’
  9. จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลจำนวนเงินสมทบของผู้ประกันตน, จำนวนเงินสมทบของ
  10. นายจ้าง, จำนวนเงินสมทบของรัฐ, ยอดเงินรวม (รายปี)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน