หมอผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ วิเคราะห์ 4 สาเหตุ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเสียชีวิต งานวิ่งริมโขง ชี้การออกกำลังกายที่หนักเกินไป เป็นตัวกระตุ้นได้
นครพนม – ความคืบหน้างานวิ่ง สะออนรัน 2025 เพื่อการท่องเที่ยวสุขภาพริมฝั่งโขง ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ก่อนมีเหตุสลดเกิดขึ้นหลังจากมีหญิง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ที่มาร่วมงานวิ่งได้ล้มฟุบหมดสติ เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจ ก่อนนำขึ้นรถส่งตัวไปรักษาที่ รพ.นครพนม และจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ล่าสุด นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และนายกสมาคม สมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้กรณีนักวิ่งเสียชีวิต โดยระบุดังนี้
“จากเหตุการณ์ที่น่าเศร้าของนักวิ่งสาวที่เสียชีวิตในงานวิ่ง มีคำถามมากมายเข้ามาหาหมอว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไรกันแน่ หมอขอใช้โอกาสนี้อธิบายในมุมมองทางการแพทย์ เพื่อให้เป็นความรู้และอุทาหรณ์สำหรับนักวิ่งและผู้รักสุขภาพทุกคนครับ
วิเคราะห์สาเหตุที่เป็นไปได้ในทางการแพทย์
กรณีที่นักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเสียชีวิตเฉียบพลัน สาเหตุที่พบได้บ่อยมักเกี่ยวข้องกับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยแฝงที่ซ่อนอยู่
1. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน แม้จะไม่มีอาการในชีวิตประจำวัน แต่การออกกำลังกายที่หนักเกินไปอาจทำให้คราบไขมันในหลอดเลือดแตกออก เกิดลิ่มเลือดอุดตัน และทำให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
2. ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงอาจ เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ ซึ่งการออกกำลังกายหนัก ๆ สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ได้
3. ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ มักเกิดหลังการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือ COVID-19 หากร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การออกกำลังกายอย่างหนักอาจทำให้อาการอักเสบแย่ลงและส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ
4. ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดแดงปอด เป็นภาวะที่พบได้น้อยแต่เป็นอันตราย โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะขาดน้ำหรือต้องเดินทางเป็นเวลานาน หากลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดที่ปอด จะทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงต้องได้รับการยืนยันจากผลการชันสูตรศพอีกครั้ง การวิเคราะห์ข้างต้นเป็นเพียงการคาดการณ์จากหลักการทางการแพทย์ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ครับ อย่าประมาท แม้ว่าคุณจะดูแข็งแรง
บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ อายุไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงเพียงอย่างเดียว การที่ผู้เสียชีวิตมีอายุเพียง 45 ปี เป็นเครื่องเตือนใจว่าภาวะสุขภาพแฝงสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ การออกกำลังกายอย่างปลอดภัยจึงต้องมาพร้อมกับการไม่ประมาทและฟังเสียงร่างกายตัวเองเสมอ