นายกฯวิศวกรรมฯ สงสัยดินหมื่นๆคิวเท่าสิบล้อพันคันหายไปไหน สุชัชวีร์ เตือนจุดเสี่ยงสไลด์ไปเรื่อยๆอีก ไม่มีใครบอกได้ว่าจะหยุด ฝนตกยิ่งอันตราย เขตภัยพิบัติขนาดย่อม ห่วง สน.สามเสน ต้องรื้อแล้ว

วันที่ 24 ก.ย.68 หนุ่ม กรรชัย ทำรายการ “โหนกระแส ชาวบ้านลือธรณีสูบ!!! ถนนทรุด-หลุมยักษ์ หน้าวชิรพยาบาล”

โดยตอนหนึ่งรายการ ศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “มองเห็นหลุมแล้ว เห็นเหมือนหลังคาอุโมงค์ แต่ไม่น่าลงลึกถึง 50 เมตร ท่อแตกทำให้น้ำทำดินไหล หรือดินพังทำท่อแตก ผมเชื่อว่ามันพังเพราะเหตุผลอื่น ตอนนั้นระดับน้ำใต้ดินแค่ 12-13 เมตร อยู่ตื้น พอมีช่องว่างระหว่างอุโมงค์กับสถานี น้ำจะพาดินไหลออกไป ผมไม่คิดว่าคนเจาะท่อแตกแล้ววันรุ่งขึ้นดินทรุด”

“ลองคิดดูพื้นที่ที่ถล่มลงไป สมมติกว้างยาว 40 เมตร 2,500 ลึกไป 10 เมตร 2 หมื่นกว่า ปริมาณดินนั้นเท่ากับ รถสิบล้อเป็นพันคัน มันจะใช้เวลาคืนเดียวไม่กี่ชั่วโมง ไหลเข้าไปหมดเลยเหรอ น้ำกับดินเป็นพันๆหมื่นๆคิว มันหายไปไหน เพราะที่มันยุบคือดินมันหายไป”

“จริงๆ ผมอยากเช็กเหมือนกัน การรั่วการพัง มันเกิดขึ้นในพริบตาหรือมันเกิดมานานๆแล้ว ต้องไปเก็บข้อมูลจากคนที่ทำงานในอุโมงค์ ถ้าปริมาณมันไหลเข้าไปทีเดียว เป็นหมื่นๆคิวแล้วพัง คำถามคือทรายกับน้ำที่ไหลเข้าไปในอุโมงค์ สถานี มันไม่ได้ไหลตลอดเหมือนน้ำธรรมดา พอสักพักมันต้องอุดแล้ว เหมือนท่อตัน ควรจะหยุด คำถามต้องดูไทม์ไลน์ว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ผมกังวลเรื่องน้ำใต้ดิน แถวนั้นน้ำใต้ดินสูง พอน้ำใต้ดินเจอกับดินทรายละเอียดหรือดินเหนียวกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นขี้โคลน แล้วถ้าช่องว่างระหว่างอุโมงค์กับสถานี มันใหญ่มันก็ไปเลย”

“อุโมงค์ที่สร้างเสร็จแล้วเราเห็นแล้วมันคงจะพังหลังจากโคลนไหลเข้าไป จุดอ่อนรอยต่อ น้ำมันไหลเข้าไป ต้องไปดูชั้นดินบ่งชี้ น้ำที่ไหลเข้าไป ผมไม่คิดว่าจะเป็นน้ำจากท่อประปาแตก แต่คิดว่ามันเป็นน้ำใต้ดิน ที่มีอยู่แล้ว ปกติต้องมีการเตือนอุปกรณ์วัด มีรายงานก่อนหน้านี้ไหม วิเคราะห์ง่ายกว่า ตึกสตง.ถล่มเยอะ”

“ด้านไหนมีกำแพงสถานีรถไฟฟ้า ไม่น่าห่วง แต่ด้านไม่มีกำแพงน่าเป็นห่วง สน.สามเสน เตรียมสร้างใหม่เลย เสาเข็มหายไปบางต้น น่ากลัวมาก ดินเคลื่อนตัวจะดันเสาเข็มหัก จะพังไปเรื่อยๆ อย่าให้น้ำเข้าไป แป๊บเดียวไปหมด ภาวนาอย่าให้ฝนตก เหนื่อยเลย แก้โดยเอาผ้าใบคลุมเลย”

ด้าน ศ.ดร.สุชัชชวี นายกฯ สภาวิศวกรฯ สมัยที่7 ประธานงานอุโมงค์โลก 2012 กล่าวว่า “ท่อประปานี้ไม่ใช่ท่อธรรมดาเป็นท่อประธาน จ่ายน้ำใหญ่มาก คุยกับการประปาฯ ก็บอกว่าก่อนหน้านั้นไม่เห็นจะมีการรั่วอะไรชัดเจน ยังดีที่สถานีแข็งแรง แต่จุดตายคือช่วงต่ออุโมงค์ที่ยุบลงมา”

“น่าเป็นห่วงดินทรุดเป็นรู ต้องปิดรูให้ได้ สไลด์ไปเรื่อยๆ เสี่ยงอันตรายที่สุด อุโมงค์ลึก 23 เมตร ถ้าเสาเข็มอาคารไม่ลึกถึง 23 เมตร อาคารเหล่านั้นอันตรายทั้งสิ้น เพราะดินสไลด์เข้าอุโมงค์หมด แต่ถ้าเสาเข็มลึกเกิน 23 เมตร เช่นเสาเข็มรพ. ยังพอไหว แต่ก็ต้องติดตาม แต่ถ้าเสาเข็มตื้นบริเวณนั้น รวมทั้งถนนที่ไม่มีเสาเข็มเลย พื้นที่อันตรายมาก เป็นเขตภัยพิบัติขนาดย่อม สน.ใช้ไม่ได้แล้วต้องรื้อแล้ว”

“มันจะไหลลงไปเรื่อยๆ เพราะหลุมยุบไปตั้ง 20 กว่าเมตร ไม่หยุด ภาพอาคารทางซ้ายมืออันตรายมาก ทางม้าลายจะยุบไปเรื่อยๆ ถ้าฝนตกดินจะสไลด์ไปเรื่อยๆ ไม่มีใครจะบอกได้ว่าหยุด เพราะมันลึก 23 เมตร จะยุบ 23 เมตรบนพื้นดินเช่นกัน รูอุโมงค์นี่แหละ จุดเชื่อมต่อ พอดินไหลมาก็กดผนังอุโมงค์ยุบ มีรูแล้วดินไหลมากขึ้นมันก็หัก”

โดยตอนท้ายรายการฝากเตือนว่าปลอดภัยที่สุดต้องเอาคนออกเร็วที่สุด ทำยังไงไม่ให้น้ำลงหลุมอีก ซึ่งปกติจะต้องมีการติดตั้งเครื่องมือวัดชัดเจนไม่ให้มีการเคลื่อนตัวแล้วแน่ๆ ดูด้วยสายตาไม่ได้ ใช้กล้องก็ไม่ได้ด้วย ต่างเป็นห่วงฝนตกจะน่าห่วงมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน