เตือนภัย! 6 สัญญาณเริ่มต้น “มะเร็งตับ” ที่หลายคนไม่รู้และมักมองข้าม รีบสังเกตอาการเบื้องต้น สังเกตเร็ว รู้ไว รักษาได้ทันท่วงที

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนประชาชนให้ สังเกตอาการเริ่มต้นของ มะเร็งตับ ซึ่งมักแสดงออกอย่างเงียบ ๆ และถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการของโรคทั่วไป ทำให้หลายคนไม่ทันระวังจนกว่าจะเข้าสู่ระยะลุกลาม

ตับ มีบทบาทสำคัญในหลายหน้าที่ เช่น การกรองเลือด ขับสารพิษ สะสมพลังงาน และช่วยในการย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดมะเร็งขึ้นที่ตับ กระบวนการเหล่านี้จะถูกรบกวนโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก ต่างจากมะเร็งชนิดอื่นที่อาจมีอาการให้สังเกตได้เร็วกว่า

ภาพประกอบ

ดร.Gowri Kulkarni หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์จาก MediBuddy แพลตฟอร์มพบแพทย์ออนไลน์ชั้นนำของอินเดีย อธิบายว่า “ผู้ป่วยมะเร็งตับจำนวนมากยังรู้สึกปกติดีในขณะที่ตับอาจได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงแล้ว”

ดังนั้น การสังเกตอาการเบื้องต้นจึงเป็นกุญแจสำคัญที่อาจช่วยให้ได้รับการรักษาได้ทันเวลา

6 อาการเริ่มต้นที่ควรระวังของมะเร็งตับ

จากรายงานของ Times of India มะเร็งตับมักเริ่มแสดงออกด้วยอาการต่อไปนี้

1.ปวดหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณท้องด้านขวาบน

ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหรือตึงบริเวณใต้ชายโครงขวา อาจลามไปถึงหลังหรือไหล่ขวา อาการนี้มักเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องอืดหรือโรคกระเพาะ

2.เบื่ออาหาร

ความรู้สึกอิ่มเร็วหรือไม่อยากอาหารแม้ยังไม่ได้ทานอะไร อาจเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของตับที่เริ่มเปลี่ยนแปลง ซึ่งควรตรวจสอบหากอาการนี้เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

ภาพประกอบ

3.น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ

หากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพิ่ม อาจเป็นสัญญาณของมะเร็งที่ส่งผลต่อกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

4.อ่อนเพลียเรื้อรัง

ความเหนื่อยล้าสะสมที่ไม่ดีขึ้นแม้ได้พักผ่อนเพียงพอ อาจบ่งชี้ว่าตับเริ่มมีประสิทธิภาพในการกำจัดสารพิษและดูดซึมสารอาหารลดลง

5.ท้องบวม หรือรู้สึกแน่นท้อง

ภาวะท้องมาน หรือมีการสะสมของของเหลวในช่องท้อง เป็นอาการที่พบได้ในผู้ป่วยมะเร็งตับระยะเริ่มต้น โดยมักเกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดหรือการทำงานของตับที่ถดถอย

6.ตัวเหลือง ตาเหลือง

อาการตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดจากการสะสมของสารบิลิรูบินในเลือด ซึ่งเป็นผลจากความสามารถในการกำจัดของเสียของตับลดลง อาจมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระซีด และผิวหนังคัน

ภาพประกอบ

ดร.Gowri Kulkarni เน้นย้ำว่า แม้อาการในระยะแรกของมะเร็งตับจะไม่รุนแรง แต่หากละเลย อาจทำให้การวินิจฉัยล่าช้า ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษาอย่างมาก

กลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตับเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ผู้ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับ และผู้ป่วยโรคอ้วน

“การสังเกตอาการให้เร็ว เข้ารับการตรวจอย่างทันท่วงที และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญในการปกป้องตับของคุณ มะเร็งตับอาจไม่ส่งเสียงเตือน แต่เมื่อเริ่มปรากฏ มักจะสายเกินไป” ดร.Gowri Kulkarni กล่าวปิดท้าย

ขอบคุณที่มาจาก SOHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน