เพจ “ประชาคมแพทย์” เผย ไฟไหม้คอนโด 38 ชั้น คร่าชีวิตอาจารย์หมอ หนีทางบันไดหนีไฟ แต่สำลักควัน เสนอ 4 ข้อ ไม่ให้ “บันไดหนีไฟ” กลายเป็น “ทางตันของชีวิต”
วันที่ 14 ต.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อ “ประชาคมแพทย์” โพสต์ข้อความระบุว่า คุณหมอไม่ควรต้องจบชีวิต เพราะความประมาทของผู้อื่น รองศาสตราจารย์ท่านหนึ่ง แพทย์ผู้เปี่ยมความรู้ ความสามารถ
และยังเป็นพลังสำคัญของวงการแพทย์ไทย ต้องจากไปอย่างไม่สมควร เพียงเพราะสำลักควันไฟขณะหนีไฟ ของอาคารพักอาศัย ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีสาเหตุอื่น นอกเหนือจากนี้หรือไม่

เพจ “ประชาคมแพทย์” เผย ไฟไหม้คอนโด 38 ชั้น คร่าชีวิตอาจารย์หมอ หนีทางบันไดหนีไฟ แต่สำลักควัน เสนอ 4 ข้อ ไม่ให้ “บันไดหนีไฟ” กลายเป็น “ทางตันของชีวิต”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ตรงข้ามห้างพาต้า ปิ่นเกล้า อาคารมีทั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) และ พัดลมอัดอากาศ (Pressurized Fan) ติดตั้งครบถ้วน ถือว่า ระบบดี ทุกประการ แต่กลับไม่สามารถช่วยชีวิตผู้อยู่อาศัยได้
ระบบดี แต่เสียงไซเรนดังขึ้นตามหน้าที่ พัดลมอัดอากาศถูกออกแบบมาอย่างดี แต่ทุกอย่างล้มเหลว อาจเพียงเพราะ เคยมีคนเปิดประตูหนีไฟค้างไว้ก่อนหน้านี้
ปัญหาส่วนใหญ่ เมื่อประตูหนีไฟไม่ปิดสนิท ควันไฟก็ไหลย้อนเข้ามาในช่องบันไดหนีไฟ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อชีวิต กลับกลายเป็น “ปล่องควันมรณะ” เราพบว่า สาเหตุของผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้มากกว่า 90% เกิดจาก suffocation หรือการขาดอากาศหายใจ
แต่สำหรับการเสียชีวิตของคุณหมอท่านนี้ ยังต้องรอการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่นอนต่อไป ว่า การขาดอากาศหายใจ เป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตใช่หรือไม่ และเกิดที่ใด
คุณหมอทำถูกทุกขั้นตอน ท่านหนีออกทางบันไดหนีไฟ เส้นทางที่ควรปลอดภัยที่สุด แต่กลับต้องจบชีวิต ซึ่งต้องรอการสอบสวนอย่างชัดเจนว่าท่านเสียชีวิต หรือเกิด Asphyxia? ที่ใด? ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการวางแนวทางการป้องกัน ต่อไป
ถ้าเราไม่เริ่มเปลี่ยน จะมี “ผู้เคราะห์ร้ายคนต่อไป” อีกกี่คน
โศกนาฏกรรมนี้ไม่ควรเกิดซ้ำอีก เพราะยังมีอาคารอีกนับพันทั่วประเทศ โรงแรม โรงพยาบาล สำนักงาน หอพัก ที่อาจมี “ประตูหนีไฟเปิดค้างไว้” อยู่ในขณะนี้ ถ้าไม่มีใครให้ความสำคัญที่จะสำรวจอย่างจริงจัง
ในประสบการณ์ของ Admin เอง ยังเคยเจอว่าบางตึกมีการเอาวัสดุ หรือ สิ่งของ ไปขวางประตูไว้ เพื่อสะดวกในการเดินขึ้นลง ระหว่างชั้น คำถามคือ เราจะรอให้ใครอีกคนต้องตายก่อนหรือ ถึงจะลงมือจริงจัง?
กรอบข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่ควรมีในระดับประเทศ เพื่อไม่ให้ “บันไดหนีไฟ” กลายเป็น “ทางตันของชีวิต”
1.ตรวจสอบระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Proactive Audit) บังคับให้อาคารสูงทุกแห่งต้องตรวจสอบระบบ Pressurized Fan, Fire Door และ Fire Alarm ทุก 6 เดือน ผลตรวจต้องเผยแพร่บนเว็บไซต์กรมโยธาฯ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้
2.เพิ่มโทษผู้ละเลยหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หากนิติบุคคล/ผู้จัดการอาคารละเลยการดูแลระบบป้องกันอัคคีภัยจนเกิดความเสียหายแก่ชีวิต ให้ถือว่าเป็น “การกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”
3.สร้างช่องทางร้องเรียน FireCheck Platform จัดตั้งระบบร้องเรียนออนไลน์สำหรับประชาชน แจ้ง “ประตูหนีไฟเปิดค้าง” หรือ “ระบบอัดอากาศไม่ทำงาน” ได้โดยตรง มีทีมตรวจสอบเฉพาะกิจในแต่ละเขต เพื่อเข้าตรวจภายใน 48 ชั่วโมง
4.รวมข้อมูลระบบหนีไฟไว้ในทะเบียนกลางอาคาร (Building Safety Registry) ให้หน่วยงานท้องถิ่นบันทึกข้อมูลระบบความปลอดภัยของอาคารทุกแห่ง และเปิดให้ตรวจสอบผ่าน QR Code บริเวณทางเข้าอาคาร
ทั้งนี้ ประชาคมแพทย์ ขออนุญาตปกปิดชื่อผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการให้เกียรติผู้เสียชีวิตครับ และขอส่งความปรารถนาดีให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 10 คน ให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว
และหวังว่า ผู้เกี่ยวข้องที่จัดวางระบบจะได้ร่วมกันหาสาเหตุ และหาทางป้องกัน เหตุในอนาคตเพื่อความปลอดภัยของทุกคน และท้ายที่สุดขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิต ด้วยใจจริงครับ
